นิราศภูเขาทอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นิราศภูเขาทอง
กวี : สุนทรภู่
ประเภท : นิราศ
คำประพันธ์ : กลอนนิราศ
ความยาว : 89 คำกลอน
สมัย : รัตนโกสินทร์
ปีที่แต่ง : พ.ศ. 2373
ชื่ออื่น : -
ลิขสิทธิ์ :

นิราศภูเขาทองเป็นวรรณคดีประเภทนิราศ ได้รับการยกย่องว่าเป็นนิราศเรื่องที่ดีที่สุดของสุนทรภู่ (พ.ศ. 2329 - 2398) ท่านแต่งนิราศเรื่องนี้จากการเดินทางไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทอง ที่กรุงเก่า (จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน) เมื่อเดือนสิบเอ็ด ปีชวด (พ.ศ. 2373) ขณะบวชเป็นพระภิกษุ

ลักษณะคำประพันธ์[แก้]

นิราศภูเขาทองแต่งด้วยกลอนนิราศ มีความคล้ายคลึงกับกลอนสุภาพ แต่เริ่มด้วย วรรครับจบ ด้วยวรรคส่งลงท้ายด้วย คำว่า เอย มีความยาวเพียง 89 คำกลอนเท่านั้น แต่มีความไพเราะ และเรียบง่าย ตามแบบฉบับของสุนทรภู่ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย บรรยายความรู้สึกขณะเดียวกันก็เล่าถึงสภาพของเส้นทางที่กำลังเดินทางไปด้วย ท่านมักจะเปรียบเทียบชีวิตและโชคชะตาของตนกับธรรมชาติรอบข้างที่ตนได้เดินทางผ่านไปผ่านมา

การเดินทางในนิราศ[แก้]

สุนทรภู่ล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาไปกับลูกชายชื่อหนูพัด ผ่านวัดประโคนปัก บางยี่ขัน ถึงบางพลัด ผ่านตลาดแก้วตลาดขวัญในเขตจังหวัดนนทบุรี จากนั้นก็ผ่านเกาะเกร็ด ซึ่งเป็นย่านชาวมอญ เข้าสู่จังหวัดปทุมธานี หรือเมืองสามโคก แล้วเข้าเขตอยุธยา จอดเรือที่ท่าวัดพระเมรุ ค้างคืนในเรือ มีโจรแอบจะมาขโมยของในเรือ แต่ไหวตัวทัน รุ่งเช้าเป็นวันพระ ลงจากเรือเดินทางไปที่เจดีย์ภูเขาทอง ซึ่งเป็นเจดีย์ร้าง เก็บพระบรมธาตุมาไว้ในขวดแก้วตั้งใจจะนำไปนมัสการที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อตื่นมาก็ไม่พบพระบรมธาตุ จึงได้เดินทางกลับ

เนื้อหาของนิราศ[แก้]

นิราศภูเขาทองเริ่มต้นเล่าการเดินทางทางเรือจากวัดราชบุรณะ กรุงเทพฯ จุดหมายปลายทางคือเจดีย์ภูเขาทองที่พระนครศรีอยุธยา สถานที่ที่เดินทางผ่านคือ พระบรมมหาราชวัง วัดประโคนปัก โรงเหล้า บางจาก บางพลู บางพลัด บางโพ บ้านญวน วัดเขมา ตลาดแก้ว ตลาดขวัญ บางธรณี เกาะเกร็ด บางพูด บ้านใหม่ บางเดื่อ บางหลวง บ้านงิ้ว เมื่อเข้าเขตพระนครศรีอยุธยา ผ่านหน้าจวนเจ้าเมือง วัดหน้าพระเมรุ แล้วจึงเดินทางถึงเจดีย์ภูเขาทอง ส่วนขากลับกล่าวถึงวัดอรุณราชวรารามเท่านั้น ระหว่างการเดินทางเมื่อกวีพบเห็นสิ่งใดที่น่าสนใจ หรือสอดคล้องกับความคิดที่ต้องการเสนอก็จะนำมากล่าวไว้[1]

บางตอนจากนิราศภูเขาทอง[แก้]

๏ ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง มีคันโยงผูกสายไว้ปลายเสา

โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย

ทำบุญบวชกรวดน้ำขอสำเร็จ

พระสรรเพชญโพธิญาณประมาณหมาย ถึงสุราพารอดไม่วอดวาย ไม่ใกล้กรายแกล้งเมินก็เกินไป

ไม่เมาเหล้าแต่เรายังเมารัก

สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืนฯ

   
๏ ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์

มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจาฯ

   
๏ จงทราบความตามจริงทุกสิ่งสิ้น

อย่านึกนินทาแกล้งแหนงไฉน นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ จึงร่ำไรเรื่องร้างเล่นบ้างเอยฯ

   

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

(วรรณคดีวิจักษ์) อ.เป็นปลื้ม

  1. สถาบันภาษาไทย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วรรณคดีวิจักษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพมหานคร : องค์การค้าของ สกสค., 2558