ถ้วยตวงยา

ถ้วยตวงยา (อังกฤษ: conical measure) เป็นภาชนะที่ใช้ในห้องปฏิบัติการเคมี บริเวณปากภาชนะจะบากเป็นร่องเพื่อให้เทสารเคมีที่เป็นของเหลวออกมาได้สะดวก และด้านข้างจะมีขีดเครื่องหมายบอกปริมาตรของเหลวที่บรรจุอยู่ด้วย ภาชนะเหล่านี้อาจทำด้วยพลาสติก[1] แก้ว หรือโบโรซิลิเกต (borosilicate)
ถ้วยตวงยา หรือ ถ้วยใส่ยา (measuring cups) คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ประเภทหนึ่งที่มีลักษณะเหมือนถ้วยใบเล็กๆ[2] ถ้วยตวงสำหรับผู้ป่วยนิยมทำด้วยพลาสติก เพราะแตกเสียหายยาก ส่วนที่ทำด้วยแก้วโบโรซิลิเกต มักใช้ในห้องปฏิบัติการเภสัชกรรม ถ้วยตวงยา จะมีขีดปริมาตรบอกที่ข้างถ้วยซึ่งชนิดของถ้วยตวงยาจะมีทั้งแบบที่มีขีดบอกเป็นหน่วยมิลลิลิตร[3] หรือบางชนิดจะบอกเป็นหน่วยช้อนชา[4]
ประเภท
[แก้]ถ้วยตวงยาของผู้ป่วย
[แก้]นิยมทำจาก พลาสติก เพราะปลอดภัย น้ำหนักเบา ใช้งานสะดวก และแตกหักยาก ปัจจุบันมีทั้งแบบใช้ซ้ำและแบบใช้แล้วทิ้งเพื่อความสะอาดและลดความเสี่ยงการปนเปื้อน ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ในบ้านหรือสถานพยาบาล ถ้วยใส่ยามีทั้งหมดสามประเภทดังนี้:
ถ้วยใส่ยาประเภทแก้ว
[แก้]นิยมใช้ใส่ยาเม็ดหรือยาน้ำ ถ้วยแก้วมีข้อดีคือเนื้อหนาทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน แต่ข้อเสียคือไม่ทนต่อแรงกระแทก ถ้าทำตกก็แตกได้ง่ายๆ[5]
ถ้วยใส่ยาประเภทพลาสติก
[แก้]ส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้ายถ้วยตวงโดยจะมีขีดวัดระดับอยู่ข้างถ้วย จึงนิยมใช้ใส่ยาน้ำเพราะจะได้กะปริมาณยาได้ง่าย
ถ้วยใส่ยาประเภทสแตนเลส
[แก้]นิยมใช้เป็นถ้วยใส่น้ำยาทางการแพทย์หรือถ้วยไอโอดีน มากกว่าใช้ใส่ยาเม็ดหรือยาน้ำ
ถ้วยตวงยาแบบใช้ทดลอง
[แก้]มักผลิตจาก แก้วโบโรซิลิเกต (Borosilicate glass) เพราะทนต่อความร้อนและสารเคมีต่างๆ รวมถึงมีความแม่นยำในการวัดปริมาตรสูง วัสดุนี้พบได้ทั่วไปในถ้วยตวงสำหรับทดลองหรือใช้ในห้องแลบเภสัชกรรมและวิทยาศาสตร์อื่นๆ
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "ถ้วยตวงยา « โรงงานพลาสติก ขวดพลาสติก บรรจุภัณฑ์ | K.V.J. Union Co., Ltd". www.kvjunion.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-07-25.
- ↑ "Google Search". www.google.com. สืบค้นเมื่อ 2025-07-25.
- ↑ "วิธีตวงยาน้ำเด็กให้ได้ปริมาณยาที่ถูกต้อง". babybilly.co. สืบค้นเมื่อ 2025-07-25.
- ↑ "อุปกรณ์ตวงยาน้ำ | ฝ่ายเภสัชกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล". www.rama.mahidol.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2025-07-25.
- ↑ "ถ้วยใส่ยา สำหรับ ผู้ป่วยทั่วไป - ผู้ป่วยติดเตียง จำหน่ายราคาโดย Rakmor". Rakmor.com. สืบค้นเมื่อ 2025-07-26.