คนไม่สะอาด อำนาจ อิทธิพล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
คนไม่สะอาด อำนาจ อิทธิพล
Traffic
กำกับ สตีเว่น โซเดอเบิร์ก
อำนวยการสร้าง เอ็ดเวิร์ด ชวิก
มาร์แชลล์ เฮอร์สโควิตซ์
ลอร่า บิ๊กฟอร์ด
เขียน สตีเฟ่น กาแกน
นำแสดง ไมเคิล ดักลาส
เบนิซิโอ เดล โทโร่
แคเธอรีน ซีตา-โจนส์
ดอน ชีเดิล
เดนนิส เควด
โทเฟอร์ เกรซ
หลุยส์ กุซแมน
ซัลมา ฮาเยก (นักแสดงรับเชิญ)
ดนตรีประกอบ คลิฟฟ์ มาร์ติเนซ
กำกับภาพ สตีเว่น โซเดอเบิร์ก
ตัดต่อ สตีเฟ่น เมอเรียน
จำหน่าย/เผยแพร่ ยูเอสเอ ฟิล์มส์
ฉาย แม่แบบ:Country data อเมริกา 5 มกราคม 2001
ไทย 5 เมษายน ปีเดียวกัน
ความยาว 147 นาที
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
สแปนิช
งบประมาณ 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้ 207,515,725 ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

คนไม่สะอาด อำนาจ อิทธิพล (อังกฤษ: Traffic) เป็นภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด นำแสดงโดย ไมเคิล ดักลาส, เบนิซิโอ เดล โทโร่, แคเธอรีน ซีตา-โจนส์, ดอน ชีเดิล, เดนนิส เควด กำกับการแสดงโดย สตีเว่น โซเดอเบิร์ก

เนื้อเรื่อง[แก้]

ที่ทะเลทราย พรมแดนระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก ฮาเวียร์ โรดวิเกวซ (เบนิซิโอ เดล โทโร่) นายตำรวจหนุ่มตงฉินชาวเม็กซิกัน และมาโนโล ซานเชส (เจคอบ วาร์กัซ) คู่หูอยู่ระหว่างการจับกุมแก๊งค์ค้ายาเสพย์ติดทั้งคู่สังกัดอยู่ในกรมตำรวจ ที่มี นายพลซาลาซ่า (โธมัส มิเลียน) ซึ่งเมื่อทั้งคู่สามารถจับแก๊งค์ค้ายาได้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้นายพลซาลาซ่ากระเทือนเท่านั้น เพราะแก๊งค์ค้ายาเหล่านี้ก็ตกอยู่ภายใต้การคุ้มครองของนายพลซาลาซ่า และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความลุ่มหลง และละโมบ ฮาเวียร์จึงพยายามที่จะต่อต้าน แต่ยิ่งต่อต้านมากเท่าใด เขาก็พบว่า ตัวเองและเพื่อนคู่หู ถลำลึกลงไปในวังวนของความฉ้อฉลมากขึ้นเท่านั้น

ขณะเดียวกันที่อเมริกา อัยการศาลสูงแห่งนครชิคาโก้ โรเบิร์ต เวคฟิล์ด (ไมเคิล ดักลาส) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำแห่งการต่อต้านยาเสพย์ติดรายใหม่ เวคฟิล์ด จึงพร้อมที่จะลุยขจัดกลุ่มค้ายาเสพติดอย่างเต็มที่ โดยขอความร่วมมือจากทางการเม็กซิโก อย่างไรก็ดี ที่บ้าน เขาและภรรยา - บาบาร่า (เอมี่ เออร์วิ่ง) ต้องพบว่าลูกสาววัยรุ่นของเขา คือ แคโรไลน์ (อีริคก้า คริสเตนเซ่น) กำลังติดยาเสพย์ติดอย่างหนัก

ขณะเดียวกันที่ซาน ดิอาโก ตำรวจนอกเครื่องแบบแห่งหน่วยต่อต้านยาเสพติดแห่งอเมริกา (DEA) มอนเทล กอร์ดอน (ดอน ชีดเดิล) และ เรย์ แคสโทร (หลุยส์ กุซแมน) กำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อช่วยเหลือทางการรวบตัวกลุ่มค้ายาเสพย์ติด ที่ชื่อว่า โอเบรกอน (เบนจามิน แบรด) ระหว่างนั้น พวกเขาสามารถจับกุมนักลักลอบขนส่งยาเสพย์ติดระดับกลางแถวชื่อ เอดูอาร์โด รูอิซ (มิเกล เฟอร์เร่อ) ได้ ซึ่งผลการตามจับรูอิซ ได้นำพวกเขาไปสู่เจ้าพ่อค้ายาผู้มั่งคั่งและมีชื่อเสียง คาร์ลอส อยาล่า (สตีเว่น บราวเออร์) ในบ้านของเขาแถบชานเมือง การถูกจับของคาร์ลอส สร้างความตกใจให้กับคนรอบข้างของเขาเป็นอันมาก โดยเฉพาะภรรยาสาวที่กำลังตั้งท้อง เฮเลน่า (แคทเธอรีน ซีต้า-โจนส์) ด้วยความช่วยเหลือของ อาร์นี่ เม็ทซ์เกอร์ (เดนนิส เคว้ด) ทนายความ เฮเลน่าตั้งใจว่า เธอจะต้องนำตัวคาร์ลอสออกจากคุกให้ได้ ไม่ว่าวิธีใด แม้ว่าจะต้องเข้าดูแลธุรกิจแทนสามีก็ตาม

เบื้องหลังและความสำเร็จ[แก้]

Traffic เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นมาแบบภาพยนตร์อิสระ ใช้ทุนสร้างต่ำ โดยใช้การดำเนินเรื่องแบบภาพยนตร์สารคดี บทภาพยนตร์เขียนขึ้นโดย สตีเฟ่น กาแกน นักเขียนบทชาวอังกฤษ ซึ่งดัดแปลงมาจากบทภาพยนตร์ที่ฉายทางโทรทัศน์ของอังกฤษก่อนหน้านี้ชื่อ Traffik ซึ่งเขียนมาจากประสบการณ์ของตนเองที่เคยติดยาเสพย์ติดมาก่อนมาถ่ายทอดเรื่องราว และกำกับการแสดงโดย สตีเว่น โซเดอเบิร์ก ผู้กำกับชาวอเมริกัน ที่ประสบความสำเร็จมาก่อนกับภาพยนตร์อิสระหลายเรื่องก่อนหน้านี้

โดยภาพยนตร์แบ่งเนื้อเรื่องออกเป็น 3 เรื่อง ซึ่งทั้ง 3 เรื่องนั้นผู้คนล้วนแต่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง แต่ดำเนินเรื่องไปพร้อม ๆ กัน และดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างเกี่ยวพันกัน

ได้รับการวิจารณ์ไปในทางที่ดีแทบทั้งสิ้น เช่น ในเว็บไซต์IMDbได้ให้คะแนนถึง 7.8 ดาวจากทั้งหมด 10 ดาว ในส่วนของนักวิจารณ์ชาวไทยอย่าง สนานจิตต์ บางสะพาน ได้ให้คะแนนไปทั้งหมด 4 ดาว และเขียนไว้ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ว่า

Traffic คือหนัง ยอดเยี่ยมที่สุดของปี 2000 สำหรับหนัง 5 เรื่องสุดท้ายที่เข้าชิงออสการ์เหนือชั้นกว่า Gladioator ชนิดที่ไม่เห็นฝุ่น

พร้อมกับเขียนกระทบกระเทียบกับสถานการณ์ยาเสพย์ติดในประเทศไทย และวิจารณ์ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้นต้องไปดู[1]

ขณะที่สิทธิรักษ์ ตุลาพิทักษ์ นักวิจารณ์ชาวไทยอีกคนได้คะแนนภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ 3 ดาวครึ่ง และเขียนไว้ในสื่อฉบับเดียวกันนี้ว่า

ความน่าทึ่งของหนังเรื่องนี้อยู่ที่การวางรายละเอียดที่สอดประสานและเรียงร้อยเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืนพอเหมาะ แม้ 3 เรื่องหลักของตัวละครเอกสามคนจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยงโยงกันและกัน หากก็มี "ยาเสพย์ติด" คือคำตอบสุดท้ายที่ทำให้ตัวละครทั้งสามคนเปลี่ยนความคิด-จากจุดเริ่มต้นของแต่ละคน อีกทั้งเป็นการเปลี่ยนชนิดยืนกันคนละฟากจากตอนต้นเรื่องกันเลยทีเดียว

แม้ทั้งสามเรื่องหลักจะแยกประเด็นคนละส่วน แต่ในรายละเอียดของแต่ละเรื่องยังสอดแทรกและมีส่วนย่อย ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจที่พยายามทำหน้าที่ให้สมกับการเป็นผู้รักษากฎหมาย หรือทนายเลวที่มองเห็นธุรกิจและอำนาจเป็นสิ่งที่น่าลิ้มลอง

[2]

Traffic ประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อเข้าฉาย จนกลายเป็นกระแสวิจารณ์ไปในสังคมอเมริกันอยู่ในระยะที่เข้าฉายถึงเรื่องราวเกี่ยวกับยาเสพย์ติดและการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาพยนตร์มีความโด่นเด่นอย่างมากกับการแสดงของ เบนนิซิโอ เดล โทโร่ ที่รับบทเป็นนายตำรวจหนุ่มตงฉินที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์กดดันภายในจิตใจตนเองระหว่างความถูกกับความผิด ได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำประจำปี 2000 5 สาขา ได้รางวัลไป 2 สาขา คือ นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม คือ เบนนิซิโอ เดล โทโร่ และบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และเข้าชิงรางวัลออสการ์ปีเดียวกันนั้นถึง 5 รางวัล ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และตัดต่อยอดเยี่ยม ซึ่งสามารถคว้าไปได้ถึง 4 รางวัลด้วยกัน ขาดเพียงแค่ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเท่านั้นที่ตกเป็นของ Gladiator ซึ่งเป็นภาพยตร์ฟอร์มใหญ่แห่งปี

อีกทั้งยังสร้างปรากฏการณ์ให้แก่วงการภาพยนตร์ด้วย คือ เป็นครั้งแรกที่มีภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเข้าชิงพร้อมกันถึง 2 เรื่องจากผู้กำกับคนเดียวกัน คือ สตีเว่น โซเดอเบิร์ก ซึ่งอีกผลงานอีกเรื่องของโซเดอเบิร์กที่ได้เข้าชิง คือ Erin Brockovich

ในสหรัฐอเมริกา ภาพยนตร์ออกฉายในวันที่ 5 มกราคม 2001 ในประเทศไทยวันที่ 5 เมษายน ปีเดียวกัน และออกจำหน่ายและให้เช่าเป็นวิดีโอ, วีซีดีและดีวีดี โดย บริษัท แมงป่อง จำกัด

รางวัลอะแคเดมี[แก้]

สาขา ผล ผู้ได้รางวัล
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เข้าชิง
-
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ชนะเลิศ สตีเว่น โซเดอเบิร์ก
นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ชนะเลิศ เบนิซิโอ เดล โทโร่
บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม ชนะเลิศ สตีเฟ่น กาแกน
ตัดต่อยอดเยี่ยม ชนะเลิศ สตีเฟ่น เมอเรียน

อ้างอิง[แก้]

  1. บทวิจารณ์ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
  2. บทวิจารณ์ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]