โรงเรียนชลประทานวิทยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนชลประทานวิทยา
สัญลักษณ์ของโรงเรียนชลประทานวิทยา
ศักดิ์ ศรี สามัคคี และพิริยะ
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Chonprathanwitthaya School
อักษรย่อ ช.ป.ว. (C.P.W.)
ประเภท เอกชน
ก่อตั้ง 2 มิถุนายน พ.ศ. 2498
เพลง เพลงมาร์ชชลประทาน
สังกัดการศึกษา สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2
เว็บไซต์

โรงเรียนชลประทานวิทยา เป็นโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี โดยมีกรมชลประทานเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่เลขที่ 201 หมู่ 1 ถนนติวานนท์ ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สังกัดเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2 โรงเรียนชลประทานวิทยา มีเนื้อที่ประมาณ 56 ไร่ มีอาคารเรียน 10 หลังและอาคารเรียนประกอบล้อมรอบสนามฟุตบอล และสนามกรีฑา ผังของโรงเรียนท่านอาจารย์ประหยัด ไพทีกุล นำแบบอย่างมาจากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันโรงเรียนชลประทานวิทยามีนักเรียน 5,958 คน ชาย 3,148 คน หญิง 2,810 คน มีครู 295 คน ชาย 23 คน หญิง 272 คน มีห้องเรียนทั้งหมด 135 ห้องในปีการศึกษา 2550 และเพิ่มขึ้นเป็น 138 ในปีการศึกษา 2551 โดยโรงเรียนชลประทานวิทยาทำการสอนนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเปิดสอน 2 แผนการเรียนคือ

ปีการศึกษา 2553 นายวิทยา สมาหาร เป็นผู้จัดการ และนางประพิณพร เย็นประเสริฐ เป็นผู้อำนวยการ

ประวัติ[แก้]

โรงเรียนชลประทานวิทยาเปิดสอนวันแรกเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2498 โดยดำริของท่านหม่อมหลวงชูชาติ กำภู อดีตอธิบดีกรมชลประทานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการ เนื่องจากในขณะนั้น กรมชลประทานกำลังดำเนินการก่อสร้างเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่จังหวัดชัยนาท และมีโครงการที่จะก่อสร้างเขื่อนภูมิพลที่จังหวัดตาก ในการนี้จะต้องมีการย้ายหน่วยงานบางหน่วยงานของกรมชลประทานจากสามเสนมาอยู่ที่อำเภอปากเกร็ด ทำให้ข้าราชการต้องย้ายสถานที่ทำงาน ท่านหม่อมหลวงชูชาติ กำภู มีความห่วงใยในเรื่องสถานศึกษาของบุตรหลานข้าราชการกรมชลประทาน จึงให้ท่านอาจารย์ประหยัด ไพทีกุล หัวหน้าแผนกอาณาบาลกรมชลประทานในขณะนั้น ดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2498 การจัดตั้งโรงเรียนนั้นเต็มไปด้วยปัญหา เพราะเวลานั้นโรงเรียนต่างๆ ได้เปิดภาคเรียนของปีการศึกษา 2498 ไปแล้วถึง 4 วัน (เปิดเรียนวันที่ 16 พฤษภาคม) และการจัดตั้งโรงเรียนต้องขออนุญาตภายในเดือนกุมภาพันธ์ โดยให้อาจารย์ประหยัด ไพทีกุลเป็นผู้จัดการโรงเรียน และอาจารย์โกศล ภาสวณิช เป็นอาจารย์ใหญ่

  • ในปี พ.ศ. 2501 มีการสร้างอาคารถาวร เป็นตึกคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น เป็นอาคารที่มั่นคง แข็งแรง สวยงาม ทนทานแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี อาคารเรียนหลังนี้ยังโดดเด่นเป็นสง่า โรงเรียนมีพื้นที่ประมาณ 56 ไร่ ในปีการศึกษา 2501 โรงเรียนได้เปิดสอนตั้งแต่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
  • ในปี พ.ศ. 2502 อาจารย์อายะดา กิรินกุล อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ได้มาเป็นอาจารย์ควบคุมทางด้านวิชาการ และในปีนี้โรงเรียนได้จัดกิจกรรมหลายอย่าง ได้แก่ การประชุมพบปะครูและผู้ปกครอง การจัดกิจกรรมกีฬาสี การจัดให้สัมมนาของครูหมวดวิชาต่างๆ ในเวลา 07.00 - 08.00 น.
  • ในปี พ.ศ. 2527 โรงเรียนได้ขยายชั้นเรียนเพิ่ม โดยเปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • ในปี พ.ศ. 2532 เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล
  • ในปี พ.ศ. 2534 สร้างอาคาร 11 ห้อง เป็นอาคารเรียนชั้นเดียว
  • ในปี พ.ศ. 2534 สร้างอาคารคอมพิวเตอร์ เป็นอาคารชั้นเดียว 2 ห้อง
  • ในปี พ.ศ. 2535 เปิดสอนวิชาคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย และชั้นมัธยมศึกษา
  • ในปี พ.ศ. 2537 สร้างอาคาร 7 (อาคาร 3 ห้อง) เป็นอาคารประกอบชั้นเดียว
  • ในปี พ.ศ. 2538 สร้างอาคาร 8 (อาคาร 24 ห้อง) เป็นอาคารเรียน 2 ชั้น
  • ในปี พ.ศ. 2538 สร้างอาคารห้องสมุดและห้องวิทยาศาสตร์ เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นส่วนของห้องสมุด ส่วนชั้นบนเป็นห้องวิทยาศาสตร์
  • ในปี พ.ศ. 2542 ขยายการสอนวิชาคอมพิวเตอร์ในระดับชั้นอนุบาล 2, 3 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-4
  • ในปี พ.ศ. 2543 ขยายการสอนคอมพิวเตอร์จนเกือบครบทุกระดับชั้นยกเว้นชั้นอนุบาลปีที่ 1
  • ในปี พ.ศ. 2546 ปรับปรุงอาคารเสื่อรำแพน ที่อยู่หลังอาคาร 6
  • ในปี พ.ศ. 2548 สร้างอาคาร 50 ปี ช.ป.ว.
  • ในปี พ.ศ. 2548 - พ.ศ. 2549 สร้างอาคาร 100 ปี ชูชาติ อนุสรณ์
  • ในปี พ.ศ. 2549 มีการสร้างหลังคากันสาดใกล้ๆ สนามกีฬาหน้าอาคาร 50 ปี ช.ป.ว. หน้าอาคาร 1 ศูนย์คอมพิวเตอร์ และอาคาร 3 และปรับปรุงสถานที่บริเวณหน้าอาคาร 3 โดยปรับปรุงเป็นลานอเนกประสงค์ เปรียบเสมือนหอประชุมใหญ่แห่งหนึ่งของโรงเรียน ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหน้าโรงเรียน
  • ในปี พ.ศ. 2550 ปรับปรุงอาคารประกอบ สำหรับในการเรียนวิชาดนตรี นาฏศิลป์ ศิลปะและพระพุทธศาสนาในช่วงชั้นที่ 1 - 2
  • ในปี พ.ศ. 2550 มีการสร้างอาคารโภชนาการ 2 โดยปรับปรุงอาคาร 7 เดิม มีการสร้างสนามกีฬาหน้าอาคาร 100 ปี สร้างหลังคากันสาดบริเวณทางเดินหน้าอาคาร 2 อาคาร 40 ปี อาคาร 4 โภชนาการ 2 อาคารประกอบ เพิ่มขึ้น ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหน้าอาคาร 2 และอาคาร 4 และได้เป็นโรงเรียนในเครือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้สนับสนุนในเรื่องวิชาการของโรงเรียน โดยได้ให้ความสนใจในการเรียนวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนชลประทานวิทยาเป็นพิเศษ และโรงเรียนได้มีการพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
  • ในปี พ.ศ. 2554 มีการปรับปรุงอาคารอนุบาล (อาคาร 5) เป็นอาคาร 2 ชั้น
  • ในปี พ.ศ. 2555 เริ่มก่อสร้างอาคารหอประชุม 3 ชั้น ด้านหลังอาคาร 100 ปี ชูชาติอนุสรณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2557 โดยชั้นล่างจะเป็นลานจอดรถในร่ม

รายละเอียดของอาคารเรียนในโรงเรียน (ปีการศึกษา 2550)[แก้]

ตึกชูชาติวิทโยทัย หรืออาคาร 1
  • อาคาร 1 อาคารชูชาติวิทโยทัย เป็นอาคารเรียน 2 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2501 อาคารนี้เป็นอาคารเรียนสำหรับนักเรียนชั้นประถม 6 แต่ในปีการศึกษา 2550 ได้เปลี่ยนห้องเรียนบางส่วนเป็นของชั้นประถม 3 และมีห้องพยาบาลและงานอนามัย อยู่ที่ชั้นแรก และมีห้องวิชาการ ห้องอาจารย์ใหญ่อยู่ชั้นบน รวมถึงห้องเรียนชั้นประถม 6 อีก 6 ห้อง
  • อาคาร 2 อาคารชูชาติ อนุสรณ์ เป็นอาคารเรียน 2 ชั้น สร้างเมื่อง พ.ศ. 2521 ปัจจุบันเป็นอาคารเรียนของชั้นประถม 5 เป็นส่วนใหญ่ และข้างๆอาคารนี้ก็จะเป็นโรงอาหาร 2 ไว้ให้นักเรียนมาซื้ออาหารรับประทานตอนกลางวันและก่อนกลับบ้าน
  • อาคาร 3 อาคารประหยัด ไพทีกุล เป็นอาคารเรียน 3 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยชั้นล่างสุดเป็นโรงอาหาร ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนของชั้นประถม 2 และชั้น 3 เป็นห้องเรียนของชั้นประถม 3 ส่วนบริเวณด้านหน้าเป็นลานอเนกประสงค์ สำรหับจัดกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน
  • อาคาร 4 อาคารชลประทานสามัคคี เป็นอาคารเรียน 3 ชั้น ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2531 เป็นอาคารเรียนของระดับชั้นมัธยมต้น เดิมชั้นมัธยมปลายก็เรียนอยู่ที่อาคารนี้ด้วย แต่ได้มีการย้ายไปเรียนที่อาคาร 100 ปี ชูชาติอนุสรณ์ ในอาคารนี้มีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 5 อยู่ที่ชั้น 2
  • อาคาร 5 อาคารอนุบาล เป็นอาคารชั้นเดียว ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2532 เป็นอาคารสำหรับนักเรียนชั้นปฐมวัย ตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง อนุบาล 2 และด้านหน้าอาคารมีลานสำหรับทำกิจกรรมนันทนาการตอนเช้า และมีเครื่องเล่นสนามสำหรับนักเรียนอนุบาล
  • อาคาร 6 อาคาร 11 ห้อง เป็นอาคารชั้นเดียว ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2534 เป็นอาคารเรียนสำหรับชั้นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
  • อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์ เป็นอาคารชั้นเดียว ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2534 เป็นศูนย์คอมพิวเตอร์ของโรงเรียน และห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 1 อยู่บริเวณด้านหน้า อาคารชูชาติวิทโยทัย (อาคาร 1)
  • อาคาร 7 อาคาร 3 ห้อง เป็นอาคารประกอบชั้นเดียว ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2537 ในอดีตอาคารนี้เคยใช้เป็นห้องเรียนของชั้นประถม 3 แต่ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นอาคารโภชนาการ 2 (โรงอาหาร 2)
  • อาคาร 8 เป็นอาคาร 24 ห้อง มี 2 ชั้น ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2541 ชั้นแรกเป็นห้องเรียนสำหรับชั้นอนุบาล 3 และชั้นประถม 1-2 ส่วนชั้น 2 เป็นชั้นประถม 1 และมีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 2 - 4
  • อาคาร 40 ปี ช.ป.ว. เป็นอาคาร 2 ชั้น ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2542 มีห้องสมุดอยู่ที่ชั้น 1 และห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่ชั้น 2 โดยมีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ 3 ห้อง ได้แก่ ห้องปฏิบัติการทางชีววิทยา ห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ และห้องปฏิบัติการทางเคมี
  • อาคารเสื่อรำแพน เป็นอาคารชั้นเดียว ปรับปรุงเมื่อ พ.ศ. 2546 ในอดีตเคยเป็นอาคารเก่าแก่ทรุดโทรม เมื่อได้ปรับปรุงใหม่ อาคารนี้เป็นส่วนของครูหัวหน้าช่วงชั้นที่ 3 - 4 และครูหัวหน้ากลุ่มสาระช่วงชั้นที่ 3 - 4 ที่ห้อง 01 ห้องพักครูที่ห้อง 02 ห้องอำนวยการพัสดุและห้องแนะแนวที่ห้อง 03 ห้องอาจารย์ภาษาต่างประเทศที่ห้อง 04 และห้องจริยธรรมช่วงชั้นที่ 3 - 4 ที่ห้อง 05
  • อาคารประกอบ (อาคารดนตรี ศิลปะ และจริยธรรม) ปรับปรุงเมื่อ พ.ศ. 2550 เป็นอาคารประกอบ สำหรับการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทย - สากล นาฏศิลป์ ศิลปะ และจริยธรรมในช่วงชั้นที่ 1 - 2
  • อาคาร 50 ปี ช.ป.ว. เริ่มสร้างประมาณปีการศึกษา 2547 และเปิดใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้น 1 เป็นห้องเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/10,11,12 ส่วนชั้นที่ 2 เป็นห้องประชุม 1 - 2 ห้องปฏิบัติการณ์ทางภาษาช่วงชั้นที่ 1 - 2 ด้านหน้าเป็นสนามบาสเก็ตบอล ถัดมาอีกเล็กน้อยคือสำนักปกครอง อาคารปกครองเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
  • อาคาร 100 ปี ชูชาติอนุสรณ์ เป็นอาคาร เรียน 6 ชั้น เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ประมาณปีการศึกษา 2548 และเปิดใช้อาคารครั้งแรกในปีการศึกษา 2550 ในปีการศึกษา 2551 อาคารนี้ใช้ในการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในบางห้องและในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งหมด โดยมีห้องพักครูบริเวณโถงลิฟท์โดยสาร มีหอประชุมและเวทีที่ชั้นล่าง ห้องปฏิบัติการทางภาษาของช่วงชั้นที่ 3 - 4 หน้าอาคารเป็นสนามบาสเก็ตบอล 2 สนาม สนามวอลเลย์บอล 2 สนาม สนามแบทมินตัน 2 สนาม สนามตะกร้อ2 สนามและสนามฟุตซอลอีก 1 สนาม ด้านหลังอาคารเป็นลานจอดรถ โดยในอนาคตจะมีการพัฒนาและปรับปรุงอาคารนี้ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนได้มากที่สุด โดยมีการจัดทำห้องสื่อการเรียนรู้ทางไกลผ่านดาวเทียมโดยรับสัญญาณจากโรงเรียนวังไกลกังวล ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่มีอุปกรณ์และมาตรฐานทัดเทียมกับห้องปฏิบัติการในการเรียนในชั้นปีที่ 1 ของนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมอีก 2 ห้องรวมถึงฝ่ายอำนวยการต่างๆ ที่จะย้ายมาอยู่ที่อาคารหลังนี้

ปรัชญา และวิสัยทัศน์ของโรงเรียน[แก้]

โรงเรียนชลประทานวิทยานั้นมีปรัชญาว่า

สุขภาพดี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม

และมีวิสัยทัศน์ว่า

สร้างคนดีมีคุณธรรม น้อมนำความเป็นไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนาวิชาการ มุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้

คำขวัญและความหมายของคำขวัญ[แก้]

คำขวัญของโรงเรียนนั้นมีอยู่ว่า

ศักดิ์ ศรี สามัคคี และพิริยะ

ความหมาย :

  • ศักดิ์ หมายถึง ความภาคภูมิใจ
  • ศรี หมายถึง ความดี ความสง่างาม
  • สามัคคี หมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
  • พิริยะ หมายถึง บากบั่น มานะพยายาม

สัญลักษณ์ของโรงเรียน[แก้]

สัญลักษณ์ของโรงเรียนชลประทานวิทยาคือพระวรุณ หรือพระพิรุณ พระหัตถ์ขวาถืออาโภค พระหัตถ์ซ้ายถือบ่วงบาศพัดโบก ประทับบนเมฆ

ความหมายของสัญลักษณ์ของโรงเรียน[แก้]

  • พระวรุณ หรือ พระพิรุณ หมายถึง ตัวแทนของฝนเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของกรมชลประทาน
  • เมฆ หมายถึง บ่อเกิดของน้ำทำให้เกิดความชุ่มฉ่ำเยือกเย็น
  • บ่วงบาศพัดโบก หมายถึง สัญลักษณ์การพัดพาเอาความเย็นเข้ามาในโรงเรียน
สัญลักษณ์ของโรงเรียนชลประทานวิทยา

กำเนิดพระวรุณหรือพระพิรุณ[แก้]

พระวรุณ มีหน้าที่เป็นโกลบาลปรัศจิมทิศ เป็นเจ้าฟ้าอยู่ทั่วไป มีมเหศวรศักดิ์ยิ่งเทพเจ้าอื่นๆ เป็นผู้สร้างและบำรุงทั้งเทวโลกและมนุษยโลก เกลียดความเท็จ แต่เปี่ยมด้วยความเมตตา กรุณา ฉะนั้นใครกล่าวเท็จหรือเสียสัญญาย่อมให้วรุณบาศคล้องไปลงทัณฑ์หรือบันดาลให้มีอาการป่วยไข้ แต่ถ้าใครอยู่ในความสัตย์หรือรู้สึกเกรงกลัวต่อบาปแล้ว จะบำเหน็จให้มีความสุขสวัสดิ์และช่วยให้พ้นมฤตยู พระวรุณไม่ได้เป็นใหญ่เฉพาะในการน้ำอย่างเดียว คือเป็นเทพเจ้าแห่งทะเลและอากาศ ในตอนหลังๆ จะมีหน้าที่สำหรับเฉพาะน้ำ รูปโฉมของพระวรุณ มี 4 กร (บางที่บอกว่ามี 6 กร) หัตถ์ขวาถืออาโภค คือ ร่มที่ถูกน้ำไม่เปียกรูปคล้ายเศียรนาค หัตถ์ซ้ายถือบาศ คือ บ่วง มีผิวกายอันขาวผ่อง พาหนะเป็นมังกร แต่บางแห่งเป็นรูปจระเข้ รัศมีกายสีขาวเพราะเกี่ยวกับน้ำ

ชีวิตในโรงเรียน[แก้]

เว็บไซต์โรงเรียน[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°53′57″N 100°30′31″E / 13.8991°N 100.50862°E / 13.8991; 100.50862