สับปะรด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สับปะรด
สับปะรด เป็นพืชที่นิยมปลูกทั่วประเทศไทย
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: พืช (Plantae)
(unranked): Angiosperms
หมวด: พืชดอก (Magnoliophyta)
(unranked): Monocots
ชั้น: พืชใบเลี้ยงเดี่ยว (Liliopsida)
(unranked): Commelinids
อันดับ: Poales
วงศ์: Bromeliaceae
วงศ์ย่อย: Bromelioideae
สกุล: Ananas
สปีชีส์: A. comosus
ชื่อทวินาม
Ananas comosus
(L.) Merr.
ชื่อพ้อง

Ananas sativus

สับปะรด (ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Ananas comosus) เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากบริเวณทวีปอเมริกาใต้ ลำต้นมีขนาดสูงประมาณ 80-100 เซนติเมตร การปลูกสามารถปลูกได้ง่ายโดยการฝังกลบหน่อหรือส่วนยอดของผลที่เรียกว่า จุก เปลือกของผลสับปะรดภายนอกมีลักษณะคล้ายตาล้อมรอบผล

แต่ละท้องถิ่นเรียกสับปะรดแตกต่างกันออกไปเช่น[1]

  • ภาคกลาง เรียกว่า "สับปะรด"
  • ภาคอีสาน เรียกว่า "บักนัด"
  • ภาคเหนือ เรียกว่า "มะนัด, มะขะนัด, บ่อนัด"
  • ภาคใต้ เรียกว่า "ย่านัด, ย่านนัด, ขนุนทอง,มะลิ"


ลักษณะของสับปะรด[แก้]

ผลของสับปะรดระยะแรก

รูปลักษณะ ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 90-100 ซม. มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ ซ้อนกันถี่มากรอบต้น กว้าง 6.5 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร ไม่มีก้านใบ ดอกช่อออกจากกลางต้น มีดอกย่อยจำนวนมาก ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีใบเป็นกระจุกที่ปลาย

สับปะรดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เมื่อเจริญเป็นผลแล้วจะเจริญต่อไปโดยตาที่ลำต้นจะเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก และสามารถดัดแปลงเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย

สับปะรดแบ่งออกตามลักษณะความเป็นอยู่ได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือพวกที่มีระบบรากหาอาหารอยู่ในดิน หรือเรียกว่าไม้ดิน, พวกอาศัยอยู่ตามคาคบไม้หรือลำต้นไม้ใหญ่ ได้แก่ ไม้อากาศต่าง ๆ ที่ไม่แย่งอาหารจากต้นไม้ที่มันเกาะอาศัยอยู่ พวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ประดับ, และพวกที่เจริญเติบโตบนผาหินหรือโขดหิน

ส่วนสับปะรดที่เราใช้บริโภคจัดเป็นไม้ดิน แต่ยังมีลักษณะบางประการของไม้อากาศเอาไว้ คือ สามารถเก็บน้ำไว้ตามซอกใบได้เล็กน้อยมีเซลล์พิเศษสำหรับเก็บน้ำเอาไว้ในใบ ทำให้ทนทานในช่วงแล้งได้

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม[แก้]

สับปะรดต้องการอากาศค่อนข้างร้อนอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 23.9-29.4℃ ปริมาณน้ำฝนที่ต้องการอยู่ในช่วง 1,000-1,500 มิลลิเมตรต่อปี แต่ต้องตกกระจายสม่ำเสมอตลอดปี และมีความชื้นในอากาศสูง

สับปะรดชอบขึ้นในดินร่วน,ดินร่วนปนทราย,ดินปนลูกรัง,ดินทรายชายทะเล และชอบที่ลาดเท เช่น ที่ลาดเชิงเขา สภาพความเป็นกรดด่าง (pH) ของดินควรเป็นกรดเล็กน้อย คือตั้งแต่ 4.5-5.5 แต่ไม่เกิน 6.0

ฤดูกาลของสับปะรด[แก้]

แหล่งที่ปลูกสับปะรดในไทย[แก้]

ไร่สับปะรด

เนื่องจากความทนทาน ทำให้ปลูกได้ในดินแทบทุกแห่งในประเทศไทย แหล่งปลูกสับปะรดที่สำคัญของไทยอยู่ในพื้นที่ใกล้ทะเล ได้แก่

พันธุ์สับปะรดที่นิยมปลูกในประเทศไทย[แก้]

  • พันธุ์ปัตตาเวีย หรือเรียกว่า สับปะรดศรีราชา นิยมปลูกทั่วไป ผลใหญ่ ฉ่ำน้ำ เนื้อสีเหลืองอ่อน
  • พันธุ์อินทรชิต เป็นสับปะรดพันธุ์พื้นเมือง
  • พันธุ์ขาว
  • พันธุ์ภูเก็ต หรือ พันธุ์สวี นิยมปลูกทางภาคใต้ ใบมีแถบสีแดงที่ตอนกลางใบ กลีบดอกสีม่วงอ่อน ผลเล็กเปลือกหนาเนื้อสีเหลืองเข้ม หวานกรอบ
  • พันธุ์นางแล หรือ พันธุ์น้ำผึ้ง นิยมปลูกในจังหวัดเชียงราย ผลกลม ตานูน เปลือกบาง เนื้อสีเหลืองเข้ม รสหวานจัด
  • พันธุ์ตราดสีทอง
  • พันธุ์ภูแล
  • พันธุ์ห้วยมุ่น
  • พันธุ์เพชรบุรี ผลย่อยติดกันไม่แน่น แกะออกมารับประทานได้โดยไม่ต้องปอกเปลือก แกนผลรับประทานได้ รสหวานอมเปรี้ยว

สรรพคุณ[แก้]

สับปะรดสด
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม (3.5 ออนซ์)
พลังงาน 202 kJ (48 kcal)
12.63 g
น้ำตาล 9.26 g
ใยอาหาร 1.4 g
0.12 g
0.54 g
วิตามิน
ไทอามีน (บี1)
(7%)
0.079 mg
ไรโบเฟลวิน (บี2)
(3%)
0.031 mg
ไนอาซิน (บี3)
(3%)
0.489 mg
(4%)
0.205 mg
วิตามินบี6
(8%)
0.110 mg
โฟเลต (บี9)
(4%)
15 μg
วิตามินซี
(44%)
36.2 mg
โลหะรอง
แคลเซียม
(1%)
13 mg
เหล็ก
(2%)
0.28 mg
แมกนีเซียม
(3%)
12 mg
ฟอสฟอรัส
(1%)
8 mg
โพแทสเซียม
(2%)
115 mg
สังกะสี
(1%)
0.10 mg
ประมาณร้อยละคร่าว ๆ โดยใช้การแนะนำของสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ใหญ่
แหล่งที่มา: USDA Nutrient Database

สรรพคุณทางสารเคมี[แก้]

มีเอนไซม์ย่อยโปรตีนชื่อบรอมีเลน (bromelain) ช่วยย่อยโปรตีนไม่ให้ตกค้างในลำไส้ และ มีเกลือแร่ วิตามินซีจำนวนมาก

สรรพคุณทางสมุนไพร[แก้]

  • ช่วยบรรเทาอาการแผลเป็นหนอง
  • ช่วยขับปัสสาวะ
  • แก้ร้อนกระสับกระส่าย กระหายน้ำ
  • แก้อาการบวมน้ำ ปัสสาวะไม่ออก
  • บรรเทาอาการโรคบิด
  • ช่วยย่อยอาหารพวกโปรตีน
  • แก้ท้องผูก
  • เป็นยาแก้โรคนิ่ว
  • แก้ส้นเท้าแตก
  • ส่วนของรากสับปะรด นำมาใช้เป็นยาแก้กระษัย บำรุงไตได้[2]

อ้างอิง[แก้]

ตัวแทนจำหน่าย นาย สง่า สีเมฆ หนองหญ้าปล้อง