พระราหุล
| พระราหุล | |
|---|---|
พระโคตมพุทธเจ้า พระอานนท์ และพระราหุล
|
|
| ข้อมูลทั่วไป | |
| พระนามอื่น: | เจ้าชายราหุล ราหุลกุมาร ราหุลศากยกุมาร |
| วันประสูติ: | ประมาณวันที่เจ้าชายสิทธัตถะออกผนวช |
| สถานที่ประสูติ: | กรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ |
| สถานที่บวช: | กรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ |
| วิธีบวช: | ติสรณคมณูปสัมปทา |
| สถานที่บรรลุธรรม: | กรุงกบิลพัสดุ์ |
| เอตทัคคะ: | ผู้เลิศในด้านใคร่การศึกษา |
| อาจารย์: | พระโคตมพุทธเจ้า |
| นิพพาน: | ก่อนพระอัครสาวกทั้งสอง และพระพุทธเจ้า |
| สถานที่นิพพาน: | สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ |
| สถานะเดิม | |
| ชาวเมือง: | กบิลพัสดุ์ |
| {{{นามบิดา}}} | |
| นามพระบิดา: | เจ้าชายสิทธัตถะ |
| {{{นามพระราชบิดา}}} | |
| นามพระมารดา: | พระนางยโสธรา |
| {{{นามพระราชมารดา}}} | |
| วรรณะเดิม: | กษัตริย์ |
| ราชวงศ์: | ศากยะ |
| สถานที่รำลึก | |
|
|
|
| *หมายเหตุ: | สามเณรรูปแรกในพุทธศาสนา |
พระราหุล หรือพระนามเดิม เจ้าชายราหุล เป็นพระโอรสในเจ้าชายสิทธัตถะ (พระโคตมพุทธเจ้า) กับพระนางยโสธรา ประสูติในวันที่พระบิดาออกผนวช
ในพระไตรปิฎกว่า เจ้าชายสิทธัตถะเมื่อได้ทราบว่าพระราชโอรสประสูติ ทรงเปล่งอุทานออกมาว่า "ราหุ ชาโต พันธนัง ชาตัง" แปลว่า "'ราหุ (บ่วง) เกิดขึ้นแล้ว พันธนาการเกิดขึ้นแล้ว" หมายความว่า พระกุมารที่ประสูติจะเป็นบ่วงร้อยรึงพระองค์ไว้กับภริยาและชีวิตฆราวาส ซึ่งพระเจ้าสุทโธทนะทรงนึกว่าสิทธัตถราชกุมารทรงตั้งพระนามโอรสอย่างนั้น จึงทรงขนานนามพระภาคิไนย (พระเจ้าหลาน) ว่า "ราหุล" อันแปลว่า "บ่วง"
อย่างไรก็ดี ตามพระวินัยของนิกายสรวาสติวาทว่าพระนาม "ราหุล" มิได้มาจากรากศัพท์ "ราหุ" ที่แปลว่า "บ่วง" แต่มาจากศัพท์ "ราหุ" ที่แปลว่า "จันทรคราส" หรือที่ในภาษาไทยว่า "ราหู"[1] [2]
อนึ่ง ในพระไตรปิฎกพระธรรมบท มีตอนหนึ่งว่า ความปิติปราโมทย์ที่บุรุษได้รับจากภริยาและบุตร คือ "ราหุ" (แปลว่า "บ่วง") ที่ร้อยรึงชีวิตครอบครัวผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าทุกข์หรือสุข
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าและเสด็จไปเผยแผ่พุทธศาสนา ณ แคว้นมคธ ก็ทรงนิวัติกลับกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อโปรดพระบิดาและพระญาติประยูร และมีเหล่าสาวกติดตามเสด็จมาด้วย วันหนึ่งพระนางยโสธราทรงได้พระราหุล และมีรับสั่งให้พระกุมารราหุลไปทูลขอพระราชสมบัติ พระพุทธเจ้าจึงทรงบรรพชาพระราหุลเป็นสามเณรและให้เสด็จติดตามพระองค์ไปด้วย พระกุมารราหุลจึงเป็นสามเณรรูปแรกในพุทธศาสนา
พระเจ้าสุทโธทนะทรงทราบข่าวพระราหุลได้ทำการบรรพชาเป็นสามเณรในพุทธศาสนาแล้ว ก็ทรงเสียพระทัยมาก เพราะทรงหวังให้พระราหุลเป็นรัชทายาทสืบราชสันติวงศ์ต่อไป พระองค์จึงเสด็จไปตัดพ้อต่อว่าพระพุทธเจ้า และทูลของพรว่า ต่อไปถ้าจะบวชให้ใครอีก ขอให้มารดาบิดาของผู้จะบวชอนุญาตเสียก่อน พระพุทธองค์ก็ทรงอนุญาตให้เป็นไปตามคำทูลขอ โดยมีข้อกำหนดว่า ผู้ที่จะเข้ามาบวช "จะต้องได้รับอนุญาตจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้บังคับบัญชาเสียก่อน"
สามเณรราหุลบรรพชาเมื่ออายุ 7 ปี พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมให้ฟังมากมายหลายเรื่อง เมื่ออายุครบ 20 ปี ก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ท่านได้ตามเสด็จพระพุทธเจ้าไปยังป่าอันธวัน แขวงเมืองไพศาลี แคว้นวัชชี หลังจากได้ฟัง "จูฬราหโลวาทสูตร" จากพระพุทธองค์ ก็สำเร็จบรรลุเป็นพระอรหันต์ พระราหุลเถระ ได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่า "เอตทัคคะ"(ผู้เลิศกว่าคนอื่นในด้านใคร่การศึกษา) คือ ชอบการศึกษาหรือขยันหมั่นในการเล่าเรียน
พระราหุลเถระนิพพานเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานระบุชัด ทราบเพียงว่า ท่านปรินิพพานก่อนพระอัครสาวกทั้งสอง และก่อนพระพุทธเจ้า โดยการทูลลาพระพุทธเจ้าไปนิพพานที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
คุณธรรมที่ควรยึดถือเอาเป็นแบบอย่าง[แก้]
- มีความอดทนเป็นเยี่ยม คือบรรพชาตั้งแต่อายุ 7 ปี ต้องอดอาหารในเวลาวิกาลตั้งแต่เที่ยงจนถึงรุ่งเช้า และตามปกติพระภิกษุสามเณรในสมัยพุทธกาล
- เป็นผู้ว่าง่ายถ่อมตน ไม่ถือตัว
- เป็นผู้ใคร่ต่อการศึกษาอย่างยิ่ง
- เป็นผู้ที่มีความขยันหมั่นเพียร
- มีความกตัญญูกตเวทีอย่างยิ่ง
พระราชตระกูล[แก้]
พระตระกูลในเจ้าชายราหุล
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
พระเจ้าชัยเสน | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
|
|
พระเจ้าสีหนุ |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||||||||
|
|
ไม่ทราบพระนาม | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
|
|
พระเจ้าสุทโธทนะ |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
||||||
|
|
ไม่ทราบพระนาม | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
|
|
นางกัญจนา |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||||||||
|
|
ไม่ทราบพระนาม | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
|
|
เจ้าชายสิทธัตถะ |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||
|
|
พระเจ้าอัญชนะ |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||||||||
|
|
พระนางสิริมหามายา |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
||||||
|
|
ไม่ทราบพระนาม |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||||||||
|
|
เจ้าชายราหุล |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ไม่ทราบพระนาม | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
|
|
พระเจ้าอัญชนะ |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||||||||
|
|
ไม่ทราบพระนาม | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
|
|
พระเจ้าสุปปพุทธะ |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
||||||
|
|
พระเจ้าชัยเสน | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
|
|
ไม่ทราบพระนาม |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||||||||
|
|
ไม่ทราบพระนาม | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
|
|
พระนางยโสธรา |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||
|
|
พระเจ้าชัยเสน | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
|
|
พระเจ้าสีหนุ |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||||||||
|
|
ไม่ทราบพระนาม | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
|
|
นางอมิตาเทวี |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
||||||
|
|
ไม่ทราบพระนาม | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
|
|
นางกัญจนา |
|
||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|||||||||
|
|
ไม่ทราบพระนาม | |||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||
|
|
|
|
|
|
||||||||||||
อ้างอิง[แก้]
- ประวัติพระราหุล dharma-gateway.com
- ประวัติพระนันทะและพระราหุล จาก อรรถกถาธรรมบท
|
||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||