พระเทวทัต
| พระเทวทัต | |
|---|---|
| ข้อมูลทั่วไป | |
| พระนามเดิม: | เจ้าชายเทวทัต |
| พระนามอื่น: | พระเทวทัต, เจ้าชายเทวทัต |
| สถานที่ประสูติ: | เมืองเทวทหะ |
| สถานที่บวช: | อนุปิยอัมพวัน พระราชอุทยานแห่งมัลลกษัตริย์ |
| วิธีบวช: | เอหิภิกขุอุปสัมปทา |
| สถานที่เสียชีวิต: | ต้องธรณีสูบริมบ่อโบกขรณีหน้าวัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี |
| สถานะเดิม | |
| ชาวเมือง: | เทวทหะ |
| นามพระราชบิดา: | พระเจ้าสุปปพุทธะ |
| วรรณะเดิม: | กษัตริย์ |
| ราชวงศ์: | โกลิยวงศ์ |
| สถานที่รำลึก | |
| ชื่อสถานที่: | สระน้ำโบกขรณี หน้าวัดเชตวันมหาวิหาร (สถานที่ต้องธรณีสูบ)
|
| *หมายเหตุ: | ผู้ทำอนันตริยกรรมทั้งสอง คือ สังฆเภท และโลหิตุปบาท |
พระเทวทัต เป็นพระสงฆ์ในสมัยพุทธกาล พระเทวทัตเป็นพระญาติและมีชีวิตร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า พระเทวทัตเป็นพระโอรสของพระเจ้าสุปปพุทธะผู้ครองกรุงเทวทหะแห่งแคว้นโกลิยะ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระพุทธองค์ พระเทวทัตเป็นที่รู้จักกันดีจากเรื่องราวในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ว่าเป็นผู้ที่มีความอิจฉาพระพุทธเจ้าแต่ครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ และคอยจองล้างจองผลาญกับพระพุทธองค์มาแต่อดีตชาติ และในปัจจุบันชาติพระเทวทัตยังได้เป็นพระสงฆ์ที่ก่ออนันตริยกรรมคือพยายามลอบปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าและก่อการสังฆเภท ทำให้คณะสงฆ์แตกแยกกัน[1]
ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาระบุว่า เดิมนั้นท่านออกบวชด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ทว่าในที่สุดพระเทวทัตได้สำนึกผิดเมื่อช้าไป โดยท่านได้ถูกธรณีสูบลงสู่อเวจีมหานรกหน้าวัดพระเชตวันมหาวิหาร อารามของอาณาถบิณฑิกเศรษฐี จากคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า แม้ท่านจะตกมหาอวจีนรก[2] แต่ด้วยผลบุญที่ท่านเคยบำเพ็ญบารมีมาบ้างในอดีต และการสำนึกผิดด้วยการถวายกระดูกคางเป็นพูทธบูชาในขณะถูกแผ่นดินสูบ ทำให้พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่า เมื่อพระเทวทัตชดใช้กรรมในนรกหมดสิ้นแล้ว จะมาเกิดเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า นามว่าอัฏฐิสระในอนาคต[3] หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง พระเทวทัตเป็นพระปัจเจกโพธิสัตว์ผู้ได้รับพยากรณ์แล้วนั่นเอง (พระนิยตปัจเจกโพธิสัตว์)
เนื้อหา |
[แก้] พระเทวทัตในสมัยพุทธกาล
พระเทวทัต เป็นพระโอรสของพระเจ้าสุปปพุทธะผู้ครองกรุงเทวทหะแห่งแคว้นโกลิยะ กับพระนางอมิตาเทวี โดยพระโกลิยราชวงศ์ของพระเทวทัต เป็นพระประยูรญาติใกล้ชิดกับศากยราชวงศ์แห่งกรุงกบิลพัสดุ์มาแต่เดิม พระเทวทัตจึงมีศักดิ์เป็นพระญาติวงศ์กับพระพุทธเจ้า โดยพระเทวทัตนั้นมีอายุไล่เลี่ยกับพระพุทธองค์
พระเทวทัตออกบวชพร้อมกับพระราชาและเจ้าชายแห่งศากยวงศ์รวม 6 พระองค์คือ พระเจ้าภัททิยศากยราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงกบิลพัสดุ์, เจ้าชายอนุรุทธะ, เจ้าชายอานันทะ, เจ้าชายภัคคุ, เจ้าชายกิมพิละ และเจ้าชายเทวทัต (ราชวงศ์โกลิยะ) และนายอุบาลี ช่างภูษามาลา อีกท่าน รวมเป็น 7 คน ณ อนุปิยอัมพวันแห่งมัลลกษัตริย์[4] โดยพระพุทธองค์ทรงบวชให้ด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา ซึ่งหลังจากบวชได้ไม่นาน เจ้าชายทั้งหมดและนายอุบาลีภูษามาลาก็ได้บรรลุธรรมทั้งหมด ยกเว้นพระเทวทัตที่ได้แต่เพียงโลกิยสมาบัติ (แสดงฤทธิ์ได้) เท่านั้น
เรื่องราวของพระเทวทัตหลังจากบวชปรากฏว่า ท่านได้มีละความเพียรในการบำเพ็ญสมณธรรม หลังจากได้ฤทธิ์แล้ว ท่านได้มีความมักใหญ่ใฝ่สูง โดยแสดงฤทธิ์เหาะไปให้เจ้าชายอชาตศัตรูเห็น หลังจากนั้นเจ้าชายอชาตศัตรูจึงเกิดศรัทธายอมตนเป็นศิษย์และรับบำรุงอุปัฏฐากพระเทวทัต[5] และด้วยการยุแหย่ของพระเทวทัต จึงเป็นสาเหตุให้เจ้าชายอชาติศัตรูปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นพระราชบิดาของพระองค์ เพื่อขึ้นครองราชสมบัติแห่งแคว้นมคธแทน
นอกจากการยุให้พระเจ้าอชาติศัตรูทำปิตุฆาตแล้ว ท่านยังได้พยายามลอบปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าอีกหลายครั้ง[6] เช่น ปล่อยช้างตกมันเข้าทำร้ายพระพุทธองค์, จ้างนายธนู 10 ผลัด ไปลอบยิงพระพุทธองค์ แต่ทุกครั้งไม่สามารถทำอะไรพระพุทธเจ้าได้ และกลับเป็นว่าผู้ที่ส่งไปทำร้ายเกิดศรัทธาในพระพุทธเจ้าจนหมดสิ้น ทำให้พระเทวทัตลงมือพยายามลอบปลงพระชนม์เองโดยการกลิ้งหินให้ตกจากหน้าผาเขาคิชกูฏใส่พระพุทธเจ้า แต่หินกลับกระเด็นหนีพระพุทธเจ้าอย่างน่าอัศจรรย์ แต่สะเก็ดหินก็ทำให้พระพุทธองค์ทรงห้อเลือดเล็กน้อยที่ข้อพระบาท[7]
นอกจากนี้แล้วพระเทวทัตยังเป็นผู้มักใหญ่ใฝ่สูง อยากจะเป็นพระศาสดาแทนพระพุทธองค์ โดยพระเทวทัตกระทำการถึงขั้นที่เสนอให้พระพุทธเจ้าลาออกจากตำแหน่งพระศาสดาแล้วให้พระเทวทัตเป็นพระศาสดาแทน[8] และพยายามทำตัวให้ดูเป็นผู้นำที่เคร่งครัดอย่างยิ่งยวดเพื่อแบ่งแยกคณะสงฆ์ เช่น เสนอพระวินัยอย่างเคร่งครัด เช่น กินเจตลอดชีวิต อยู่ป่าตลอดชีวิต แก่พระพุทธเจ้าเพื่อทรงบัญญัติ[9] ซึ่งเมื่อผู้คนเริ่มทราบความตั้งใจชั่วของท่าน ทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูออกห่าง ไม่อุปถัมภ์บำรุง และโดนดูหมิ่นจากชาวบ้านและพระสงฆ์ ทำให้ในภายหลัง ท่านได้สำนึกผิด และเดินทางไปขอขมาพระพุทธเจ้า แต่ทว่าด้วยกรรมที่ท่านสร้างไว้นั้นหนักมาก จึงทำให้ท่านต้องถูกธรณีสูบลงสู่อเวจีนรก ณ ริมสระโบกขรณีหน้าวัดพระเชตวันมหาวิหาร
ตามความในคัมภีร์อรรถกถาได้ขยายความพระไตรปิฎกและเรื่องราวพระเทวทัตถูกธรณีสูบนี้ก็ปรากฏอยู่ในอรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ยมกวรรคที่ ๑ เรื่องพระเทวทัต โดยกล่าวเรื่องราวตอนพระเทวทัตถูกธรณีสูบไว้ว่า[10]
|
||
| — อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ยมกวรรคที่ ๑ เรื่องพระเทวทัต | ||
[แก้] สาเหตุที่พระเทวทัตอาฆาตพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าได้ตรัสแสดงเรื่องราวที่พระเทวทัตเริ่มต้นจองเวรกับพระพุทธเจ้าไว้ใน เสรีววาณิชชาดก[11] ซึ่งปรากฏเนื้อหาโดยละเอียดในคัมภีร์อรรถกถา[12]สรุปความโดยย่อดังนี้
|
||
| — 'อรรถกถาพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ อรรถกถา เสรีววาณิชชาดก' | ||
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระเทวทัตจึงได้คอยตามมาเกิดเพื่อจองเวรกับพระพุทธเจ้าตลอดมาจนแม้กระทั่งชาติสุดท้ายที่พระเทวทัตเกิดเป็นชูชกและเกิดเป็นเจ้าชายเทวทัต ซึ่งเป็นพระญาติกับพระพุทธเจ้าในชาติปัจจุบัน ก่อนที่จะก่ออนันตริยกรรมและสำนึกผิดในภายหลัง
[แก้] สาเหตุที่พระเทวทัตฝักใฝ่ในการกระทำชั่ว
สาเหตุที่พระเทวทัตฝักใฝ่ในการกระทำชั่วนั้น พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า จิตของพระเทวทัตได้ถูกครอบงำย่ำยีด้วยอสัทธรรม (ธรรมฝ่ายชั่ว) 8 ประการ คือ 1.ลาภ 2.เสื่อมลาภ 3.ยศ 4.เสื่อมยศ 5.สักการะ 6.เสื่อมสักการะ 7.ความปรารถนาอันต่ำทราม 8.ความเป็นมิตรชั่ว (แต่มีเพียง 3 อย่างที่ถูกครอบงำด้วยอสัทธรรมคือ 1.ความปรารถนาอันต่ำทราม 2.ความเป็นมิตรชั่ว 3.พอบรรลุคุณวิเศษก็หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ทำให้พระเทวทัตต้องไปเกิดในอบายชั่วกัปหรือตกนรกชั่วกัป ไม่มีใครช่วยได้เลยแม้แต่พระพุทธเจ้า) หลังจากนั้นพระพุทธเจ้าก็ได้สอนให้เหล่าภิกษุผู้ที่ถูกครอบงำย่ำยีด้วยอสัทธรรมให้เป็นฝ่ายครอบงำย่ำยีอสัทธรรมเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างของเทวทัต
[แก้] สาเหตุที่พระพุทธเจ้าบวชแก่พระเทวทัต
ใสาเหตุที่พระพุทธเจ้าบวชแก่พระเทวทัต ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า พระเทวทัตจะทำชั่วต่อพระพุทธเจ้าและพระศาสนานั้นได้มีการกล่าวไว้ในมิทลินทปัญหา ว่าเมื่อครั้งหนึ่ง พระเจ้ามิลินท์ทรงได้สนทนาธรรมกับพระนาคเสนเถระ พระเจ้ามิลินท์ได้ทรงปุจฉาว่า การที่พระพุทธเจ้าได้ประทานการบวชเป็นภิกษุแก่พระเทวทัตนั้น พระพุทธองค์ทรงรู้หรือไม่ว่าถ้าพระเทวทัตบวชเข้ามาแล้วจะสร้างบาปกรรมอันใหญ่หลวงแก่พระศาสนาและพระพุทธองค์คือ ทำร้ายพระพุทธเจ้าและทำสังฆเภทคือให้สงฆ์แตกกัน พระนาคเสนก็วิสัชณาว่า ทรงรู้ หลังจากนั้นพระเจ้ามิลินท์ทรงได้ปุจฉาอีกว่า เมื่อพระพุทธองค์ทรงรู้แล้ว ทำไมยังทรงประทานการบวชแก่พระเทวทัตอีก พระนาคเสนก็วิสัชณาว่า เหตุที่พระพุทธองค์ทรงประทานการบวชแก่พระเทวทัตนั้น เพราะทรงเล็งเห็นว่า ถ้าพระเทวทัตครองเรือนเป็นคฤหัสถ์ก็จะก่อกรรมทำชั่วอย่างไม่จบสิ้น เมื่อตายไปก็จะไปบังเกิดในอบายภูมิเสวยทุกขเวทนาเป็นเวลาหลายกัปอย่างไม่จบสิ้น แต่ถ้าพระเทวทัตได้บรรพชาในพระพุทธศาสนาแล้วก็จักมีอันสิ้นสุดได้ เมื่อบรรพชาแล้ว ก็จักทำกรรมชั่วเพียงให้ตกนรกอยู่แค่ ๑ กัปเท่านั้น ทรงเห็นอย่างนี้ จึงได้โปรดให้พระเทวทัตบรรพชาด้วยอำนาจพระมหากรุณาของพระพุทธองค์
[แก้] สถานที่พระเทวทัตถูกธรณีสูบในปัจจุบัน
ตามคัมภีร์อรรถกถากล่าวว่า สถานที่พระเทวทัตถูกธรณีสูบอยู่ริมสระน้ำหน้าวัดเชตวันมหาวิหาร ในปัจจุบันบริเวณหน้าวัดเชตวันยังคงมีพื้นที่ว่างแปลงหนึ่งอยู่กลางนา ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าไปปรับพื้นที่ทำนา เนื่องจากเล่าสืบต่อกันมาว่าเป็นสถานที่พระเทวทัตถูกธรณีสูบ
ปัจจุบันผู้นำเที่ยวชมวัดเชตวันมักบอกว่าบริเวณนี้คือจุดที่พระเทวทัตถูกธรณีสูบ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสระน้ำที่นางจิญจมาณวิกา ถูกธรณีสูบเช่นเดียวกัน
[แก้] ดูเพิ่ม
- พระเจ้าอชาตศัตรู ลูกศิษย์ของพระเทวทัต ผู้ทำปิตุฆาต ที่สำนึกผิดและหันมาบำรุงพุทธศาสนาและเป็นองค์อุปถัมภ์ปฐมสังคายนาในภายหลัง
[แก้] อ้างอิง
- ^ พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องพระเทวทัต. พระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [1]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
- ^ อรรถกถาพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ อรรถกถาธรรมเทวปุตตชาดก. อรรถกถาพระไตรปิฏก. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [2]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
- ^ อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ยมกวรรคที่ ๑ พระเทวทัตเกิดในอเวจีถูกตรึงด้วยหลาวเหล็ก. อรรถกถาพระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [3]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
- ^ อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ยมกวรรคที่ ๑ เรื่องพระเทวทัต . อรรถกถาพระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [4]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
- ^ พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ เรื่องพระเทวทัต. พระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [5]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
- ^ พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ พระเทวทัตส่งคนไปพยายามลอบปลงพระชนม์พระศาสดา. พระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [6]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
- ^ พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ พระเทวทัตทำโลหิตุปบาท . พระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [7]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
- ^ พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ พระเทวทัตทูลขอปกครองสงฆ์. พระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [8]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
- ^ พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ เรื่องวัตถุ ๕ ประการ. พระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [9]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
- ^ อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ยมกวรรคที่ 1 เรื่องพระเทวทัต. อรรถกถาพระไตรปิฏก. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [10]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
- ^ พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ เสรีววาณิชชาดก. พระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [11]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
- ^ อรรถกถาพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ อรรถกถา เสรีววาณิชชาดก. อรรถกถาพระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [12]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ยมกวรรคที่ ๑. อรรถกถาพระไตรปิฏก. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
|
|||||||||||||||||||||||||||||||