พระนางสิริมหามายา
| พระนางสิริมหามายา |
|
|---|---|
| พระบรมนามาภิไธย | พระนางสิริมหามายา |
| พระปรมาภิไธย | พระนางสิริมหามายาศากยราชเทวี |
| พระอิสริยยศ | พระอัครมเหสีในพระเจ้าสุทโธทนะศากยราชา |
| ราชวงศ์ | ราชสกุลโกลิยวงศ์ |
| ข้อมูลส่วนพระองค์ | |
| สวรรคต | 80 ปี ก่อนพุทธศักราช |
| พระราชบิดา | พระเจ้าอัญชนาธิปราช |
| พระราชสวามี | พระเจ้าสุทโธทนะศากยราชา |
| พระราชโอรส/ธิดา | เจ้าชายสิทธัตถะกุมาร (พระพุทธเจ้า) |
พระนางสิริมหามายา มีพระนามเต็มว่า พระนางสิริมหามายา ศากยราชเทวี เป็นพุทธมารดาในพระพุทธเจ้า (พระโคตมพุทธเจ้า) ผู้มีบุญญาธิการเป็นพระศาสดาเอกของโลก เป็นพระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์ผู้ครองกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ และเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าอัญชนาธิปราช กษัตริย์ราชสกุลโกลิยวงศ์แห่งกรุงเทวทหะ แคว้นโกลิยะ
หลังจากพระนางสิริมหามายา อภิเษกสมรสกับพระเจ้าสุทโธทนะ ไม่นาน วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ในคืนนั้นพระนางสิริมหามายากำลังบรรทมหลับสนิท ทรงสุบินว่าพระนางไปอยู่ในป่าหิมพานต์ มีช้างเชือกหนึ่งลงมาจากยอดเขาสูงเข้ามาหาพระนาง นำดอกบัวมาให้ เมื่อพระนางรับดอกบัวไว้แล้วก็ตื่นขึ้น ภายหลังโหราจารย์ประจำราชสำนักทำนายว่าเป็นสุบินนิมิตที่ดี จะมีพระราชโอรสผู้ประเสริฐอุบัติบังเกิด[1]
เมื่อใกล้กำหนดพระประสูติกาลที่กรุงเทวทหะ เมืองต้นตระกูลพระนาง ตามธรรมเนียมประเพณีพราหมณ์พระนางจะต้องเดินทางกลับ ในระหว่างเดินทาง ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ บริเวณที่เรียกว่า ลุมพินีวัน (ปัจจุบันคือ ตำบลรุมมินเด แขวงเปชวาร์ ประเทศเนปาล) พระนางได้หยุดพักพระอิริยาบถ โดยประทับยืนพระหัตถ์ขึ้นเหนี่ยวกิ่งสาละ จนรู้สึกประชวรพระครรภ์ และได้ประสูติพระสิทธัตถะกุมาร เมื่อวันศุกร์ เพ็ญเดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี
ภายหลังประสูติพระโอรสได้ 7 วัน พระนางสิริมหามายาสิ้นพระชนม์ พระโอรสจึงอยู่ในความดูแลของพระนางปชาบดีโคตมี พระกนิษฐาของพระนางสิริมหามายา
ครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดำริ กระทำการสนองพระคุณพุทธมารดา จึงเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สำหรับพระนางสิริมหามายานั้นอยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต พระอินทร์จึงนำพระพุทธองค์ขึ้นไป เมื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนาประทานแก่พุทธมารดาจบลง องค์พระสิริมหามายา พุทธมารดา ก็บรรลุโสดาปัตติผล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จกลับโลกมนุษย์เมื่อ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11[2]