พระเจ้าอชาตศัตรู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าอชาตศัตรู
สถูปพระเจ้าอชาตศัตรู เมืองราชคฤห์
สถูปพระเจ้าอชาตศัตรู เมืองราชคฤห์
ข้อมูลทั่วไป
พระนามเดิม:  เจ้าชายอชาตศัตรู
พระนามอื่น:  อชาตศัตรู, เจ้าชายอชาตศัตรู, พระเจ้าอชาตสัตตุ เวเทหิบุตร, พระเจ้าอชาตศัตรูราชกุมาร
สถานที่ประสูติ: เมืองราชคฤห์
{{{ปรินิพพาน}}}
สถานที่เสียชีวิต: เมืองราชคฤห์
{{{สถานที่ปรินิพพาน}}}
สถานะเดิม
ชาวเมือง: เมืองราชคฤห์
นามพระราชบิดา: พระเจ้าพิมพิสาร
นามพระราชมารดา: พระนางเวเทหิอัครมเหสี
วรรณะเดิม: กษัตริย์
ราชวงศ์: ราชวงศ์หารยังกะ
สถานที่รำลึก
ชื่อสถานที่: อชาตศัตรูสถูป, ชีวกัมพวัน (สถานที่แสดงตนเป็นอุบาสก)[1]
*หมายเหตุ: ผู้ทำอนันตริยกรรม ปิตุฆาต และองค์อุปถัมภ์สำคัญในการปฐมสังคายนา

พระเจ้าอชาตศัตรู (ภาษาสันสกฤต:अजातशत्रु; ปกครอง พ.ศ. 53-83) พระราชาแห่งแคว้นมคธ ปกครองทางตอนเหนือของอินเดีย เป็นพระโอรสในพระเจ้าพิมพิสารและมเหสีโกศลเทวี พระเจ้าอชาตศัตรูเป็นอุบาสกบริษัทเอกอัครศาสนูปถัมภ์ในการกระทำสังคายนาครั้งที่ 1[2]

เมื่อครั้งที่ยังอยู่ในพระครรภ์มเหสีโกศลเทวีของพระเจ้าพิมพิสาร พระนางทรงแพ้ท้อง อยากเสวยพระโลหิตของพระสวามี ด้วยความรักพระมเหสีและบุตรในครรภ์ พระองค์จึงรองพระโลหิตของพระองค์ไปให้พระมเหสีเสวย ทางด้านโหราจารย์ทำนายว่า ราชกุมารในครรภ์จะเป็นปิตุฆาต (ฆ่าพ่อ) พระนางโกศลจึงพยายามทำแท้งแต่ไม่สำเร็จ พระเจ้าพิมพิสารเมื่อทรงทราบก็ห้าม พอประสูติมีพระนามว่า “อชาตศัตรู” (แปลว่า ผู้ที่ไม่เป็นศัตรู)

ในวัยเยาว์ ทรงเลี้ยงดูพระโอรสเป็นอย่างดี และทรงสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมาร เมื่อเข้าวัยรุ่นทรงมีสติปัญญาเฉียบแหลม แต่ก็ได้รู้จักกับพระเทวทัตที่กำลังจะแสวงหาผู้ที่จะมาช่วยตนปลงพระชนม์ พระบรมศาสดา ซึ่งต้องการได้รับความสนับสนุนจากผู้มีอำนาจทางบ้านเมือง และด้วยที่พระเจ้าอชาตศัตรูขาดประสบการณ์ สามารถชักจูงได้ง่าย ทำให้พระเจ้าอชาตศัตรูเกิดความศรัทธาในพระเทวทัต ถูกเสี้ยมสอนว่า ชีวิตคนเรานั้นไม่เที่ยงไม่แน่ว่าจะได้ครองราชย์สมบัติ จึงควรปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสารเสีย แล้วขึ้นครองราชย์แทน ส่วนพระเจ้าเทวทัตจะปลงพระชนม์พระศาสดาและทำหน้าที่ปกครองสงฆ์ พระเจ้าอชาตศัตรูก็หลงเชื่อ จับพระเจ้าพิมพิสารมาขังในคุกและทรมานโดยวิธีการต่างๆ จนพระบิดาสิ้นพระชนม์ แต่หลังพระบิดาสิ้นพระชนม์ก็สำนึกได้ว่าได้ทำกรรมอันหนักยิ่ง จึงทรงบำเพ็ญกุศลต่างๆเพื่อลบล้างความผิดให้เจือจางลงไปบ้าง และทรงปฏิญาณตนเป็นอุบาสกบริษัท ตั้งมั่นในคำสอนของพระพุทธองค์

ทรงปกครองการเมืองโดยตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมและราชสังควัตถุ ทำให้ประชาราษฎร์อยู่อย่างเป็นสุข และยังมีแสนยานุภาพเป็นที่เกรงขามของแคว้นอื่น แต่ก็ไม่สามารถอุปสมบท หรือบรรลุธรรมขั้นสูง เพราะการกระทำหนักคือปิตุฆาต พระองค์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยดีโดยตลอด

เนื้อหา

กรรมตามทัน [แก้]

แม้พระเจ้าอชาตศัตรูจะทำนุบำรุงพระพระพุทธศาสนามากมายเพียงใดก็ไม่อาจลบล้างบาปกรรมจากการปิตุฆาตได้ ในที่สุดพระองค์จึงถูกพระเจ้าอุทัยภัทร ผู้เป็นพระราชโอรสของพระองค์ลอบปลงพระชนม์และยึดราชสมบัติไป ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาได้บอกกล่าวไว้ว่า เมื่อพระองค์สวรรคต กุศลที่พระองค์ได้มาจากการเป็นศาสนูปถัมภ์ในการปฐมสังคายนาบวกกับทำนุบำรุงพระพระพุทธศาสนาได้นำมาหักล้างบาปแห่งอนัตริยกรรมที่ทำไว้จึงทำให้พระองค์ไม่ไปบังเกิดในมหานรกอเวจี แต่ไปบังเกิดในนรกที่ชื่อว่า โลหกุมภีนรก เสวยทุกขเวทนาเป็นเวลา 60,000 ปีนรก เมื่อชดใช้กรรมนหมดแล้ว พระองค์ก็ไปบังเกิดเป็นพระปักเจกพระพุทธเจ้าอีกองค์ มีนามว่า ชีวิตวิเสส ในอนาคตเช่นเดียวกับพระเทวทัต

แต่แค่นั้นยังไม่หมด เพราะหลังจากพระเจ้าอชาตศัตรูสิ้นพระชนม์ พระเจ้าอุทัยภัทรปกครองได้ไม่นานก็ถูกพระราชโอรสทำการลอบปลงพระชนม์และชิงราชสมบัติ หลังจากนั้นพระราชโอรสก็ถูกพระราชโอรสลอบปลงพระชนม์อีกจนรุ่นแล้วรุ่นเล่าจนชาวเมืองต่างก็ไม่พอใจเพราะเห็นว่าราชวงศ์หารยังกะได้กลายเป็นราชวงศ์แห่งปิตุฆาตไปแล้ว เป็นเสนียด ไม่สมควรแก่การปกครอง อำมาตย์สุสุนาค ก็เห็นด้วยจึงทำการก่อรัฐประหารล้มล้างราชวงศ์หารยังกะและก่อตั้งราชวงศ์ใหม่ในที่สุด

อ้างอิง [แก้]

  1. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค สามัญญผลสูตร. พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [1]. เข้าถึงเมื่อ 6-8-52
  2. พุทธบริษัท 4


ดูเพิ่ม [แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]

สมัยก่อนหน้า พระเจ้าอชาตศัตรู สมัยถัดไป
พระเจ้าพิมพิสาร 2leftarrow.png กษัตริย์แห่งแคว้นมคธ
(ราชวงศ์หารยังกะ)

(2 ปี ก่อน พ.ศ. - (ไม่ทราบปีที่แน่ชัด))
2rightarrow.png พระเจ้าอุทัยภัทร