นิกิตา ครุสชอฟ
| นิกิตา ครุสชอฟ Никита Сергеевич Хрущёв |
|
|---|---|
| เลขาธิการลำดับที่หนึ่ง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียต |
|
| ดำรงตำแหน่ง 14 กันยายน 1953 – 14 ตุลาคม 1964 |
|
| สมัยก่อนหน้า | โจเซฟ สตาลิน |
| สมัยถัดไป | ลีโอนิด เบรซเนฟ |
| ประธานสภารัฐมนตรีแห่งสหภาพโซเวียต | |
| ดำรงตำแหน่ง 27 มีนาคม 1958 – 14 ตุลาคม 1964 |
|
| สมัยก่อนหน้า | นิโคไล บัลกานิน |
| สมัยถัดไป | อเล็กซิย กอสซิกิน |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 15 เมษายน ค.ศ. 1894 คาลินอฟกา จักรวรรดิรัสเซีย |
| เสียชีวิต | 11 กันยายน ค.ศ. 1971 (77 ปี) มอสโคว สหภาพโซเวียต |
| ลายมือชื่อ | |
นิกิต้า เซเกรเยวิช ครุสชอฟ (รัสเซีย: Никита Сергеевич Хрущёв; 17 เมษายน ค.ศ. 1894 - 11 กันยายน ค.ศ. 1971) เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งสหภาพโซเวียต สืบทอดตำแหน่งต่อจากโจเซฟ สตาลิน ซึ่งได้ถึงแก่อสัญกรรมในปี 1953
[แก้] ประวัติ
นิกิต้า เซเกรเยวิช ครุสชอฟ เกิดเมื่อ 15 เมษายน ค.ศ. 1894 ในครอบครัวของแรงงานขุดเหมืองแร่ ในหมู่บ้าน คาลินอฟกา ในยุคจักรวรรดิรัสเซียใกล้กับพรหมแดนยูเครนปัจจุบัน พ่อของเขาชื่อ เซอร์เกย์ ครุสชอฟ นิโกโนโรวิช และแม่ชื่อ เคสิเนีย อิวาโนว่ า ครุสชอฟได้เรียนหนังสือแค่สี่ปี และต้องทำงานตั้งแต่อายุ 12 ปี เริ่มจากการทำงานเป็นคนเก็บผลไม้
ค.ศ. 1908 ตอนอายุได้ 14 ปี ครอบครัวย้ายไปทำเหมืองใกล้ๆ กับเมืองยุซอฟก้า (Yuzovka) มันเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่เจริญแห่งหนึ่งของประเทศ ครุเซฟทำงานหลายแห่ง กอ่นที่จะได้ทำงานในโรงงานเหล็ก แต่ไม่นานก็ถูกไล่ออก และได้งานใหม่ที่เหมืองถ่านหินใกล้กับเมืองรุตเชนโกโว่
ค.ศ. 1914 ตอนเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเขาได้รับการยกเว้นไม่ต้องโดนเกณฑ์ทหาร เนื่องจากเป็นแรงงานที่เชี่ยวชาญเรื่องเหล็ก ทำให้มีโรงงานจ้างเขาเอาไว้ ซึ่งโรงงานดังกล่าวต้องทำงานส่งให้เหมืองหลายสิบแห่ง
ค.ศ. 1918 เข้าเป็นสมาชิกของพรรคบอลเชวิค แต่ก็ยังคงทำงานในเหมืองถ่านหินต่อไป และก็เข้าเรียนหนังสือที่นิคมอุตสาหกรรมโดเนตส์ เขาทำงานให้กับพรรคในพื้นที่ของเมืองเคียฟและดอนบาส์ส
ค.ศ. 1920 ครุสชอฟรู้จักกับหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ในยูเครนคือ กาจาโนวิช นิสัยของครุสชอฟสร้าวความประทับใจให้กับกาจาโนวิชมาก ต่อมาเขาจึงเป็นผู้สนับสนุนให้ครุสชอฟมาเรียนหนังสือต่อในมอสโคว ครุสชอฟอยู่ในกองทัพแดงในแถบเมืองรุตเชนโกโว่ จนได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการฝ่ายการเมืองของหน่วย 1974 ไรเฟิลที่ 9
ค.ศ. 1931 ครุสชอฟได้เข้าเป็นสมาชิกและทำงานกับพรรคคอมมิวนิสต์ในมอสโคว จนกระทั่งปี 1938 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์อันดับที่หนึ่ง ประจำยูเครน
ค.ศ. 1943 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขามีบทบาทอย่างมากในฐานะนายทหารระดับสูง จนเมื่อสงครามโลกยุติ ก็มีบทบาทสำคัญในรัฐบาลยูเครน จนธันวาคม 1949 ก็ได้ย้ายจากยูเครนกลับมายังมอสโคว
[แก้] หลังการเสียชีวิตของสตาลิน
ปี ค.ศ. 1953 หลังการเสียชีวิตของสตาลินในวันที่ 5 พฤษภาคม 1953 ลาเวรนติ เบเรีย (Lavrenti Beria) หัวหน้าหน่วยตำรวจลับของสตาลิน ได้ขึ้นป็นรองประธานสภารัฐมนตรีดำดับที่หนึ่ง และรัฐมนตรีกิจการภายในในทันที ถือเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโซเวียต หลังจากนั้นหนึ่งวัน พันธมิตรของครุสซอฟ กอร์กี มาเลนคอฟ ได้กลายเป็นประธานสภารัฐมนตรีหุ่นเชิด และเบเรียครองอำนาจทุกอย่าง เบเรียมีนโยบายที่จะออกจากเยอรมันตะวันออกและหันไปญาติดีกับสหรัฐ ทำให้คณะกรรมการพรรคหลายคนไม่พอใจ และไม่ไว้ใจในตัวเบเรีย โดยเฉพาะครุสชอฟ เป็นคนที่ต่อต้านเบเรียอย่างเปิดเผย แต่ว่าไม่สามารถทำอะไรเบเรียได้ จนกระทั้งเมื่อเกิดการลุกฮือของประชาชนในเยอรมันตะวันออกในเดือนมิถุนายน สมาชิกพรรคหลายคนกังวลว่านั้นเป็นนโยบายที่ผิดพลาดและจะทำลายโซเวียต นั้นทำให้มาเลนคอฟหันไปช่วยเหลือครุสชอฟ ครุสชอฟทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากเบเรียทำให้เบเรียถูกจับตัวได้วันที่ 26 มิถุนายน 1953 หลังจากนั้น ในเดือนกันยายน 1953 ครุสซอฟจึงได้รับแต่งตั้ง ให้เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งโซเวียต และในปี 1958 ก็ได้ควบตำแหน่งประธานสภารัฐมนตรี
| สมัยก่อนหน้า | นิกิตา ครุสชอฟ | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| นิโคไล บัลกานิน | ประธานสภารัฐมนตรีแห่งสหภาพโซเวียต (27 มีนาคม 1958 – 14 ตุลาคม 1964) |
อเล็กซิย กอสซิกิน | ||
| โจเซฟ สตาลิน | เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียต (14 กันยายน 1953 – 14 ตุลาคม 1964) |
ลีโอนิด เบรซเนฟ | ||
| นักต่อสู้เพื่อเอกราชของฮังการี | บุคคลแห่งปีของนิตยสารไทม์ (ค.ศ. 1957) |
ชาร์ลส์ เดอ โกลล์ |
|
|||||