เทย์เลอร์ สวิฟต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


เทย์เลอร์ สวิฟต์
Swift performs in St. Louis, Missouri in 2013.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิด เทย์เลอร์ อลิสัน สวิฟต์
ฉายา T-Swizzle, T-Swift, เจ้าหญิงเพลงคันทรี่
วันเกิด 13 ธันวาคม ค.ศ. 1989 (24 ปี)
แนวเพลง คันทรี
ป็อป
อาชีพ นักร้อง
นักแต่งเพลง
นักแสดง
เครื่องดนตรี กีตาร์
เปียโน
เบนโจ
ปี 2006 - ปัจจุบัน
ค่าย บิ๊กแม็กชีน เรคคอร์ดส
เว็บไซต์ TaylorSwift.com

เทย์เลอร์ อลิสัน สวิฟต์ (อังกฤษ: Taylor Alison Swift) เกิดวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 1989 เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง แนวคันทรี-ป็อปชาวอเมริกัน ในปี 2006 สวิฟต์ปล่อยอัลบั้ม Taylor Swift ซึ่งเป็นอัลบั้มแรกของเธอเอง สามารถติดบิลบอร์ด 200 สูงสุดในอันดับที่ 5 อัลบั้มที่สองของสวิฟต์ Fearless ออกจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2008 ติดชาร์ท อันดับ 1 ในบิลบอร์ด 200 ถึง 11 สัปดาห์[1]

ชีวิตช่วงแรก[แก้]

สวิฟต์ เกิดที่เมืองไวโอมิสซิง รัฐเพนซิลเวเนีย สก็อต บิดาเป็นนักลงทุนในตลาดทรัพย์ ส่วน แอนเดรีย สวิฟต์ มารดาเป็นแม่บ้าน สวิฟต์มีน้องชายหนึ่งคนชื่อ ออสติน ตอนเรียนอยู่เกรด 4 สวิฟต์ส่งกลอนความยาว 3 หน้ากระดาษชื่อ "Monster In My Closet" เข้าประกวดในการแข่งขันการแต่งกลอนระดับชาติและได้รับรางวัลชนะเลิศ สวิฟต์เริ่มเขียนเพลงครั้งแรกตอนอายุ 12 ปีเพื่อใช้ในการเข้าประกวดร้องคาราโอเกะระดับท้องถิ่นที่จัดขึ้นในงานเทศกาลต่างๆ

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ในปี 2008 สวิฟต์เคยคบหา โจ โจนาส หนึ่งในนักร้องวงดนตรีโจนาสบราเทอร์ส แต่ก็ได้เลิกลากันในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน สวิฟต์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ในรายการ "The Ellen DeGeneres Show" หนึ่งในรายการซิทคอมที่โด่งดังที่สุดในอเมริกาว่า เธอกับโจนาสเลิกกันทางโทรศัพท์ภายในเวลาเพียงแค่ 27 วินาที หลังจากนั้นเธอก็ได้แต่งเพลง "Forever & Always" ซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายที่เธอเลือกที่จะใส่ไว้ในอัลบั้มเฟียร์เลส. และต่อมาได้คบหากับ. Ble.

อาชีพทางดนตรี[แก้]

ความสนใจในการแต่งเพลง[แก้]

สวิฟต์หัดเล่นกีตาร์จากการสอนของช่างซ่อมคอมพิวเตอร์คนหนึ่ง หลังจากที่เล่นกีตาร์ได้คล่องแล้ว สวิฟต์ก็ได้เขียนเพลง "Lucky You" ซึ่งเป็นเพลงแรกที่เธอเคยเขียน หลังจากนั้นมาเธอก็ได้เขียนเพลงเป็นกิจกรรมยามว่างและใช้เป็นช่องทางการระบายความเหงา ความเจ็บปวดจากการที่เธอไม่ค่อยมีเพื่อนในโรงเรียนมัธยมต้น

ช่วงแรก[แก้]

การร้องเพลงของสวิฟต์ได้รับอิทธิพลมาจากคุณยายของเธอ ซึ่งเป็นนักร้องโอเปรา และนักร้องคันทรีสาวลีแอน ไรมส์ เมื่ออายุ 11 ปี สวิฟต์เดินทางไปยังแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี และได้เสนอเดโมเทปต่อค่ายเพลงต่างๆโดยหวังว่าได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงสักแห่งที่นั่น แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ในปีต่อมา สวิฟต์เริ่มเขียนเพลงอีกครั้ง และเริ่มหัดเล่นกีตาร์ นอกจากนี้ เธอยังเดินทางไปแนชวิลล์อีกหลายครั้งเมื่อมองหาโอกาส จนกระทั่งครอบครัวของเธอตัดสินย้ายบ้านไปยังย่านชานเมืองแนชวิลล์ สวิฟต์ได้รับข้อเสนอจากสังกัดอาร์ซีเอเรคคอร์ดสตอนเธออายุ 15 ปี แต่เธอปฏิเสธเนื่องจากอาร์ซีเอไม่ยอมให้เธออัดเพลงของตัวเธอเอง ต่อมา สวิฟต์ได้มีโอกาสไปเล่นที่ "The Bluebird Café" สก็อต เบอเชตตา สนใจเธอและชักชวนให้เธอเซ็นสัญญากับบิ๊กแมกชีนเรคคอร์ดส ส่วนต้นสังกัดปัจจุบันคือ Universal Music

2008–2009 : Fearless[แก้]

สวิฟต์ออกอัลบั้ม EP ที่มีชื่อว่า "Beautiful Eyes" ติดชาร์ทบิลบอร์ด 200 อันดับ 9 และอัลบั้มเพลงคันทรีอันดับ 1

อัลบั้มล่าสุด Fearless เธอก็ได้ทำสถิติอีกครั้ง ตั้งแต่เริ่มวางแผงด้วยการวางแผงวันแรกก็ขายไป 217,000 แผ่น และยอดขายรวมสัปดาห์แรกน่าจะขายได้ถึง 592,304 แผ่น อัลบั้มนี้เธอลงมือแต่งเพลงเองทุกเพลง และมีส่วนร่วมในการการโปรดิวด้วย นักวิจารณ์ต่างยกย่องอัลบั้มนี้ว่า เป็นอัลบั้มเพลงป๊อบที่ดีที่สุดในปี 2008[ใครกล่าว?] เปิดอัลบั้มล่าสุดกับเพลง Change ติดชาร์ตบิลบอร์ดคันทรี่ที่อันดับ 57 ชาร์ต และ Hot100 อันดับที่ 10 ซึ่งเพลงใช้ประกอบโอลิมปิกล่าสุดนี้ด้วย ซิงเกิลแรกเปิดอัลบั้ม Love Story ก็ทำยอดดาวน์โหลดไป 4,000,000 ครั้ง[ต้องการอ้างอิง] และติดชาร์ตบิลบอร์ดคันทรี่ที่อันดับ 1 ชาร์ต และ Hot100 อันดับที่ 4 ซิงเกิลที่ 2 White Horse ทำยอดดาวน์โหลดไป 1,000,000 ครั้ง[ต้องการอ้างอิง] ติดชาร์ตบิลบอร์ดคันทรี่ที่อันดับ 2 ชาร์ต และ Hot100 อันดับที่ 13 ซิงเกิลที่ 3 You Belong with Me ทำยอดดาวน์โหลดไป 2,167,000 ครั้ง[ต้องการอ้างอิง] ติดชาร์ตบิลบอร์ดคันทรี่ที่อันดับ 1 ชาร์ต และ Hot100 อันดับที่ 2 และ Hot100 Airplay ที่อันดับ 1 สวิฟต์กลายเป็นนักร้องคันทรีคนแรกที่ติดอันดับ 1 ในชาร์ท Hot100 Airplay ซิงเกิลที่ 4 Fifteen ติดชาร์ตบิลบอร์ดคันทรี่ที่อันดับ 7 ชาร์ต Hot100 อันดับที่ 23 และซิงเกิลนี้โรลลิ่งสโตนให้อันดับที่ 46 ซิงเกิลที่ดีที่สุดในปี 2008 และปล่อยอื่นๆ ตามมาไม่ว่าจะเป็นเพลง Fearless ทำยอดดาวน์โหลดไป 500,000 ครั้ง[ต้องการอ้างอิง] ติดอันดับ Hot100 ที่อันดับ 9 ซึ่งตัดเป็นซิงเกิลที่ 5, You're Not Sorry ติดอันดับ Hot100 ที่อันดับ 11 ด้วยความแรงของอัลบั้มชุดนี้เทย์เลอร์ได้ออกปกใหม่เป็นแบบแพตินั่ม ซึ่งเพิ่มเพลงใหม่อีก 6 เพลง ก็สามารถติดชาร์ตในทั้งหมด 6 เพลง ไม่ว่าเป็นเพลง Jump Then Fall ในอับดับที่ 10 และเพลงที่ถูกเอาไปใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Valentine's Day ที่เธอร่วมแสดงอีกด้วย, เพลง Untouchable ในอับดับที่ 19, เพลง The Other Side of the Door ในอับดับที่ 22, เพลง Super Star ในอับดับที่ 26, เพลง Come in with the Rain ในอับดับที่ 30 และเพลง Forever & Always (Piano Version) ในอับดับที่ 34 ล่าสุดอัลบั้มชุด Fearless ทำยอดขายในอเมริกาไป 5,366,566 แผ่น และทั่วโลก 6,626,500 แผ่น[ต้องการอ้างอิง]

จากการสำรวจของนีลเซ็นซาวด์สแกน สวิฟต์เป็นศิลปินที่มียอดขายมากที่สุดของปี 2008 ในอเมริกา ด้วยยอดขายรวมกัน 4 ล้านชุด อัลบั้มชุด Fearless และ ผลงานอัลบั้มในชื่อของเธอเองติดอันดับ 3 และ 6 ตามลำดับ ด้วยยอดขาย 2.1 และ 1.5 ล้าน[2] เธอยังเป็นศิลปินคนแรกในประวัติศาสตร์จากการสำรวจของนีลเซ็นที่มีอัลบั้ม 2 อัลบั้มติดท็อป 10 ในการจัดอันดับ

2010: ผลงานภาพยนตร์ครั้งแรกและสตูดิโออัลบั้มที่ 3[แก้]

"Today Was a Fairytale" เพลงที่สวิฟต์แต่งขึ้นเป็นออริจัลซาวน์แทรคเรื่อง "Valentine's Day" เปิดตัวติดชาร์ทบิลบอร์ดฮอต 100 ที่อันดับ 2 และชาร์ทเพลงแคนดาที่อันดับ 1 ถือว่าเป็นเพลงในเพลงแรกในแคนดาที่เปิดตัวอันดับ 1 นับตั้งแต่ "Crack a Bottle" ของ"Eminem" ในปี 2008 นอกจากนี้เพลงนี้ยังมียอดดาวน์โหลด 325,000 ครั้ง ทำลายสถิติ "วูแมนไนเซอร์" ของบริตนีย์ สเปียรส์จากยอดขายเพลงสัปดาห์โดยนักร้องหญิง

สวิฟต์ได้ทำอัลบั้มที่ 3 ของตัวเองที่มีชื่อว่า "Speak Now" ส่วนซิงเกิลแรก "Mine" จากการที่ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเปิดตัวเพลงนี้ในวันที่ 16 สิงหาคม กลับกลายต้องมาเลื่อนเป็นวันที่ 4 สิงหาคมแทน หลังจากเพลงนี้ได้กระจายลงสู่ทางอินเทอร์เน็ตก่อนวันออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

การปล่อยซิงเกิลจาก Itunes เพื่อนับถอยหลังการวางขายของ Speak Now[แก้]

เทย์เลอร์ได้มีการปล่อยซิงเกิลใหม่จากอัลบั้ม Speak Now ทุกอาทิตย์ตลอดเดือนตุลาคมปี 2010 จนถึงวันที่ 25 ตุลาคมที่เป็นวันที่ Speak Now ออกวางขายเป็นวันแรก โดยจะมีการปล่อยพรีวิวเพลง 30 วินาที รวมถึงคลิปสั้นๆจากเทย์เลอร์ที่บอกที่มาของซิงเกิลนั้นๆทาง Comcast On Demand และ XfinityTv.com หลังจากนั้นวันถัดมาจึงจะปล่อยซิงเกิลขายใน Itunes โดยปล่อยทั้งพรีวิวและเพลงเต็มออกมาในเวลาเดียวกันของแต่ละวันคือ 12.01 AM หรือเที่ยงคืนหนึ่งนาทีตามเวลาของอเมริกา โดยมีการปล่อยซิงเกิล 3 เพลง ดังนี้

  • 4 & 5 ตุลาคม: “Speak Now”
  • 11 & 12 ตุลาคม: “Back To December”
  • 18 & 19 ตุลาคม: “Mean”

2012 : สตูดิโออัลบั้มที่ 4 RED,เพลงประกอบภาพยนตร์ The Hunger Games และ พากย์เสียงในภาพยนตร์แอนิเมชัน The Lorax,การทำลายสถิติ[แก้]

  • เทย์เลอร์ สวิฟต์ ได้พากย์เสียงในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง The Lorax โดยพากย์เสียงเป็น "ออดี้" คู่กับ แซ็ค แอฟรอน
  • เทย์เลอร์ ได้ขับร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ The Hunger Games ซึ่งอยู่ในอัลบั้ม "The Hunger Games Song From Distric 12 and Beyond" เทย์เลอร์ได้ร้องเพลงในอัลบั้มนี้ 2 เพลง คือ "Safe & Sound" ซึ่งเพลงนี้ถือเป็นเพลงแนวเพลงที่เธอยังไม่เคยร้องมาก่อน และ "Eyes Open"
  • สวิฟท์กำลังทำงานอยู่ในอัลบั้มที่สี่ของเธอกับโปรดิวเซอร์นาธานแชปแมน มีกำหนดการออกในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2012 เพลงทั้งหมด 25 เพลงได้เสร็จแล้ว แต่ เทย์เลอร์มุ่งมั่นที่จะเขียนเพลง และ อัดเสียงตลอดทั้งปี 2012
  • สวิพท์ได้ร้องเพลงร่วมกับนักร้องฮิฟฮอฟชื่อดัง "B.O.B" ในเพลง "Both of us" ซึ่งเพลงนี้อยู๋ในอัลบั้ม "Stanger Clouds"
  • ในวันที่ 13 สิงหาคม 2555 สวิพท์ได้ประกาศลงในแฟนเพจของเธอว่าเธอจะมีการแชทกับแฟนคลับของเธอโดยทุกคนสามารถถามสิ่งที่อยากรู้กับเธอได้ หลังจากการแชทเสร็จสิ้นสวิพท์ได้เซอร์ไพร์แฟนเพลงโดยการเปิดตัวเพลงที่มีชื่อว่า "We are never ever getting back together" ซึ่งเป็นเพลงโปรโมทจากอัลบั้มที่ 4 ของเธอ โดยอัลบั้มมีชื่อว่า RED ซึ่งจะวางแผงทั่วโลกในวันที่ 22 ตุลาคม ซึ่งหลังจากที่เพลนี้เปิดตัวไป 3 ชั่วโมง เพลงของเธอได้ทำลายสถิติซึ่งสามารถขึ้นอันดับ 1 บนชารต์ดาวน์โหลดเพลง iTune ซึ่งสถิติที่ทำไว้สูงสุดคือ Lady Gaga กับเพลง Born This Way และหลังจากนั้นได้ไม่นานเพลงของเธอเปิดตัวบนชารต์ Billborad ที่อันดับ 72 ล่าสุดทางชารต์เพลงนี้ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าซิงเกิลใหม่ของสวิฟท์ได้ขึ้นอันดับ 1 ในชารต์เป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งนับเป็นเพลงแรกของเธอเลยที่สามารถขึ้นอันดับ 1 ได้ โดยอาทิตย์แรกที่เปิดตัวเพลงของเธอมียอดดาวน์โหลดสูงถึง 630,000 ยูนิต
  • ในอัลบั้ม RED สวิฟท์ได้ร่วมงานกับศิลปินและนักแต่งเพลงชื่อดังอย่าง "Ed Sheeran" ในเพลง "Everything has change"
  • ยอดขายอัลบั้ม RED พุ่งขึ้นสู่อันดับ 1 iTunes มากถึง 42 ประเทศภายในสัปดาห์แรก
  • อัลบั้ม RED ขายได้ใน US มากถึง 1.208 ล้านอัลบั้ม ทำให้เทย์เลอร์กลายเป็นนักร้องหญิงเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่มียอดขายอัลบั้มมากกว่าหนึ่งล้านอัลบั้มถึง 2 อัลบั้มติดต่อกันภายในสัปดาห์ที่เดบิวต์ (Speak Now และ Red)

ผลงานเพลง[แก้]

สตูดิโออัลบั้ม[แก้]

อีพี[แก้]

ทัวร์คอนเสิร์ต[แก้]

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

  • "Today was a fairy tale" ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Valentine's day (2010)
  • "Safe and Sound" ประกอบภาพยนตร์เรื่อง The hunger games (2012)
  • "Eyes open" ประกอบภาพยนตร์เรื่อง The hunger games (2012)
  • "Sweeter than fiction" ประกอบภาพยนตร์เรื่อง one chance (2013)

ผลงานการแสดง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Up for DiscussionPost Comment (2009-09-14). "Billboard.com". Billboard.com. สืบค้นเมื่อ 2009-09-20. 
  2. "2008 U.S. Music Purchases Exceed 1.5 Billion; Growth in Overall Music Purchases Exceeds 10%". Market Watch. 2008-12-31. สืบค้นเมื่อ 2009-01-01. 
  3. Taylor Swift to Appear in Hannah Montana Movie - The Hannah Montana Movie, Movie News, Taylor Swift : People.com

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ปี เรื่อง บทบาทที่ได้รับ หมายเหตุ
2007 "Online" - มิวสิกวิดีโอของแบรด เพสลีย์ ตัวเอง ตัวประกอบ
2008 MTV's Once Upon a Prom
CMT Crossroads สวิฟต์ และ เดฟ เล็พพาร์ด แสดงด้วยกันเป็นครั้งแรก
2009 Jonas Brothers: The 3D Concert Experience 3D Concert film
CSI: Crime Scene Investigation เฮลีย์ โจนส์ ตอน "Turn, Turn, Turn"
"Best Days of Your Life" - มิวสิกวิดีโอของเคลลี พิคเลอร์ ตัวเอง ตัวประกอบ
Hannah Montana: The Movie Woman singing in the barn ตัวประกอบ[3]
2010 Valentine's Day เฟลิเซีย แสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรก
2012 Lorax Audrey พากย์เสียง
2013 New Girl Elaine แขกรับเชิญ
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ:
เทย์เลอร์ สวิฟต์