นวลพรรณ ล่ำซำ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นวลพรรณ ล่ำซำ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 21 มีนาคม พ.ศ. 2509 (48 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
คู่สมรส วัชระ พรรณเชษฐ์ (หย่า)
ณรัชต์ เศวตนันทน์ (2557-ปัจจุบัน)
ศาสนา พุทธ

นวลพรรณ ล่ำซำ ที่ปรึกษาประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ[1] เป็นอดีตผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (อภิรักษ์ โกษะโยธิน) และกรรมการผู้จัดการบริษัทเมืองไทยประกันภัยจำกัด รวมถึงเป็นผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย[2]

นอกจากเป็นผู้บริหารระดับสูงในธุรกิจประกันภัยของตระกูล นวลพรรณยังเปิดกิจการของตัวเอง นำเข้าสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมหลายแบรนด์ ผ่านทางบริษัท วรรณมานี จำกัด และบริษัท ซังออนอเร่ (กรุงเทพ) จำกัด เริ่มจากแบรนด์แรก คือ แอร์เมส (Hermes) จนมีมากมายหลายแบรนด์ในปัจจุบัน เช่น เอ็มโพริโอ อาร์มานี (Emporio Armani), ทอดส์ (Tod's), Rodo, โคลเอ้ (Chole), Christofle และ บลูมารีน (Blumarine)

นอกจากนี้เมื่อปี พ.ศ. 2546 นวลพรรณยังร่วมหุ้นกับเพื่อน นำเข้าผลิตภัณฑ์เวชสำอาง "Skin Ceuticals" โดยมี หุ้นส่วนคือ เมทินี กิ่งโพยม, อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ และน.พ.จักรินทร์ ทัฬหชาติโยธิน เปิดบริษัทชื่อ "Foure C" ที่สุขุมวิท 24

ปลายปี พ.ศ. 2549 นวลพรรณย่างก้าวเข้าสู่วงการเมืองในสังกัด พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งโพธิพงษ์ ล่ำซำ ผู้เป็นบิดา เคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค

ประวัติ[แก้]

นวลพรรณ ล่ำซำ เกิดวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2509 มีชื่อเล่นว่า "แป้ง" เป็นบุตรีของโพธิพงษ์ ล่ำซำ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กับยุพา ล่ำซำ เจ้าของธุรกิจเมืองไทยประกันชีวิต และเมืองไทยประกันภัย มีน้องสาวและน้องชายอย่างละหนึ่งคน คือ วรรณพร พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี แลนด์สเคป จำกัด และสาระ ล่ำซำ ผู้บริหารบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต พวกเธอนับเป็นทายาทตระกูลล่ำซำรุ่นที่ 5 และมีศักดิ์เป็นหลานอาของบัณฑูร ล่ำซำ ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย

นวลพรรณสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน, ปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2532

นวลพรรณ สมรสครั้งแรกกับดร.วัชระ พรรณเชษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัทสิทธิผลเซลส์ และ บริษัทเยอรมันออโต้ มีบุตรสาวด้วยกันคือ นวลวรรณ พรรณเชษฐ์ (น้องปราง) แต่หย่ากันเมื่อต้นปี พ.ศ. 2548 จึงมีระยะหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า "นวลพรรณ พรรณเชษฐ์" แม้จะแยกทางกันในชีวิตสมรสแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังอยู่บ้านในชายคาเดียวกันบนถนนรามคำแหง และร่วมหุ้นกันในบริษัท วรรณมานี จำกัด และบริษัท ซังออนอเร่ (กรุงเทพ) จำกัด ภายหลังนวลพรรณสมรสครั้งที่สองกับพันตำรวจเอก ดร. ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557[3][4][5]

ประวัติการทำงาน[แก้]

นวลพรรณ ล่ำซำ
  • ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท ลินตาส จำกัด (ประเทศไทย)
  • เจ้าหน้าที่ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจ จำกัด (มหาชน)
  • 2545 กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (พ.ศ. 2545-2547)
  • 2548 ขึ้นดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด
  • ปัจจุบัน
    • กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด
    • กรรมการผู้จัดการ บริษัท วรรณมานี จำกัด นำเข้าสินค้าแบรนด์ Emporio Armani, JP Tod's, Rodo, Christofle และ Blumarine
    • กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซังออนอเร่ (กรุงเทพ) จำกัด นำเข้าสินค้าแบรนด์ แอร์เมส (Hermes)

ประวัติทางการเมือง[แก้]

นวลพรรณ ล่ำซำ สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2549 ในตำแหน่ง "ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์" หลังถูกทาบทามจากสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ให้เดินตามรอย โพธิพงษ์ ล่ำซำ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยงานแรกที่นวลพรรณรับผิดชอบคือ งานฉลองครบรอบ 60 ปี พรรคประชาธิปัตย์

วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2549 นวลพรรณรับตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (อภิรักษ์ โกษะโยธิน) เพิ่มอีกตำแหน่ง

การดำรงตำแหน่งอื่นๆ[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/D/110/8.PDF
  2. 2.0 2.1 สุดโปรดของ ‘นวลพรรณ ล่ำซำ’
  3. "สละโสด". ไทยรัฐ. 20 มกราคม พ.ศ. 2557. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2557. 
  4. "ไฮโซ 'แป้ง' จัดวิวาห์เงียบ!". ไทยรัฐ. 20 มกราคม พ.ศ. 2557. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2557. 
  5. "สุดเซอร์ไพรส์ม่ายสาวไฮโซแป้ง-นวลพรรณ ย่องเงียบสละโสดรอบสอง". ASTVผู้จัดการออนไลน์. 20 มกราคม พ.ศ. 2557. สืบค้นเมื่อ 29 เมษายน 2557. 
  6. นวลพรรณ ล่ำซำเอ็มดี เมืองไทยประกันภัย "การอ่าน ทำให้รู้ทัน เข้าใจอนาคต"
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนที่ 16ข วันที่ 4 ธันวาคม 2552

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]