ตำบลบ้านสวน (อำเภอเมืองสุโขทัย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตำบลบ้านสวน
Tambon Ban Suan
สถิติ
จังหวัด: สุโขทัย
อำเภอ: เมืองสุโขทัย
พื้นที่: 168.99 ตร.กม.
ประชากร: 16,089 (พ.ศ. 2552)
ความหนาแน่น: 88 คน/ตร.กม.
รหัสไปรษณีย์: 64220

ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีประวัติความเป็นมานับแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สืบความจากหลักฐานการตั้งถิ่นฐานโดยมีวัดเป็นศูนย์ในอดีต พร้อมกับหลักฐานวัดร้างที่ขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากรที่มีประวัติเนื่องต่อกับชุมชนในอดีตล่วงมาจนถึงปัจจุบัน ตำบลบ้านสวนเป็นศูนย์การการเพราะปลูกข้าว "คุณภาพ" ที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งของจังหวัดสุโขทัย อันเนื่องเป็นที่ลุ่มที่เหมาะแก่การทำเกษตร

ประวัติความเป็นมา[แก้]

มีหลักฐานว่า คำว่า บ้านสวน ซึ่งหมายถึงชื่อของหมู่บ้าน ปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุเป็นครั้งแรกในสมุดไทยดำชื่อจดหมายเหตุรัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1147 ชื่อสำเนาบัญชีเรื่องบัญชีจ่ายข้าวฉางหลวงให้แก่โรงสีส่งกองทัพครั้งรบพม่า ปีมะเส็งสัปตศก ปีมะเมียอัฐศก เลขที่ 1 พ.ศ.2328 มีเนื้อความว่า มีชุมชนในความปกครองของเมืองสุโขทัยส่งข้าวสารให้กองทัพไทยเพื่อเตรียมสู้รบกับกองทัพพม่าจำนวน 3 หมู่บ้าน ๆ ละ 2 ทะนาน คือ บ้านธานี บ้านกล้วย บ้านสวน ในปีมะเส็งสัปตศกกับปีมะเมียอัฐศกตรงกับ พ.ศ.2328 และ พ.ศ. 2329 แสดงว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (20 มีนาคม พ.ศ. 22797 กันยายน พ.ศ. 2352) ทรงก่อตั้งพระราชวงศ์จักรีและยกฐานะบางกอกให้เป็นกรุงรัตนโกสินทร์ได้ 4 –5 ปีก็มีชื่อ บ้านสวน แล้วแสดงว่า บ้านสวนมีความเก่าแก่มายาวนานเกือบ 230 ปี ต้นฉบับเอกสารจดหมายเหตุเป็นเอกสารตัวเขียนในสมุดไทยรักษาไว้ ณ งานบริการภาษาโบราณ หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร [1]

คำว่า บ้านสวน น่าจะมีที่มาจากคำว่า ข้าวนาสวนหรือนาดำ ดังหลักฐานต่อไปนี้

๑.พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ให้ข้อมูลคำว่า นาสวน เป็นคำนามเรียกข้าวเปลือกที่มีเมล็ดแข็งเป็นมันว่า ข้าวนาสวน [2]

๒.พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (20 มีนาคม พ.ศ. 22797 กันยายน พ.ศ. 2352) ทรงออกกฎหมายเมื่อ พ.ศ.2335 ห้ามมิให้ผู้ใดกักตุนข้าว “อย่าให้ขายข้าวแก่กันขึ้นเอาราคามาก แลให้ราษฎรซื้อขายกันข้าวนาทุ่งคงเกวียนละสองตำลึง ข้าวนาสวนคงเกวียนละสิบบาท จะเอาตัวเป็นโทษถึงตาย ส่วนผู้รู้เห็นเป็นใจชักนำซื้อขายได้ส่วนแบ่งนั้นจะเอาตัวเป็นโทษเฆี่ยนคนละสามยก ตระเวนบกสามวัน ตระเวนเรือสามวัน ส่งตัวไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง” [3]

มีข้อมูลถูกบันทึกไว้ว่า บ้านสวนเป็นตำบลที่มีพืชพันธุ์ธัญญาหารสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารที่มีทั้งนาข้าว ส่วนผลไม้ ตลอดจนปลาในห้วย หนอง คลอง บึง ข้าวสารของตำบลบ้านสวนเป็นข้าวที่มีคุณภาพ หุงขึ้นหม้อและอ่อนนุ่มไม่แข็งกระด้าง คนในเมืองชอบกินข้าวสารบ้านสวน (ปัจจุบันก็ยังมีคุณภาพอยู่) และคนบ้านสวนในสมัยนั้น ก็จะนำมาขายถึงในตัวเมือง โดยนำข้าวใส่กระบุงหาบโดยเดินเท้าจากบ้านสวนถึงในตลาด ทุก ๆ วันชาวบ้านสวนจะหาบข้าวมาขายในเมืองอยู่เสมอ [4]

นอกจากนี้บ้านสวนยังเป็นยังคงรักษาอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้าน "มังคละ"นับแต่ครั้งกรุงสุโขทัย มาจนกระทั่งปัจจุบัน [5] ในศิลาจารึกหลักที่ 1 บันทึกไว้ว่า "ท้าวหัวราน คำบง คำกลอง ด้วยเสียงพาทย์เสียงพิณ เลื่อนขับ" มีผู้ให้คำอธิบายและตีความว่า คำบง คำกลอง เป็นคำโบราณที่มีใช้ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยแปลว่า การประโคม ดังนั้นคำว่า คำบง คำกลอง จึงหมายถึงการตีกลองหรือประโคมกลองที่ขึงด้วยหนัง ซึ่งหมายถึงกลองมังคละ [6]และยังคงปรากฏมีที่บ้านสวนที่ชาวบ้านสวนจะเรียกว่า "ปีกลอง" [7] และบางพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลกตามที่ไมเคิล ไรท์ เคยมาเก็บข้อมูลและบันทึกไว้ [8] [9]

วัดร้างหลักฐานโบราณคดีกับการตั้งชุมชนบ้านสวน[แก้]

ที่วัดบ้านสวนมีวัดร้างที่ยังเป็นซากวัดร้างมีแนวเขต หลักฐานของการสร้างโบราณสถานและถูกขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากรหลายแห่ง และถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานถึงการมีอายุครั้งกรุงสุโขทัย หรืออย่างไกล้ก็สมัยสุโขทัยตอนปลาย เช่น วัดไก่แจ้ (บริเวณวัดคลองตะเคียน) วัดจันทร์ (บริเวณโรงเรียนวัดจันทร์) วัดป่าเรไร หรือแต่เดิมเป็นวัดร้าง เดิมมีชื่อว่า “วัดป่าละเมาะ” (อัมพวา)ที่ปรากฏหลักฐานในทะเบียนโบราณสถาน ของกรมศิลปากร จังหวัดสุโขทัย ที่สำรวจเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 74 [10] ถูกจัดขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเป็นต้น ดังนั้นหลักฐานของวัดจะเป็นเครื่องยืนยันถึงอายุชุมชนและการตั้งชุมชนของคนในบริเวณบ้านสวนโดยมีวัดเป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมทางศาสนาในอดีต นอกจากนี้ยังมีอีกหลายวัดที่มีหลักฐานการขึ้นทะเบียนเป็นวัดร้างของสำนักงานพระพุทธศาสนา นัยหนึ่งเป็นการยืนยันอายุของวัดร้างเหล่านั้น เทียบเคียงกับการตั้งชุมชนบ้านสวนในอดีตได้ เช่น

  • วัดคลองโบสถ์ ตั้งอยู่หมู่ 4 ตาลเตี้ย ปรากฏหลักฐานที่ดินอันเป็นศาสนสมบัติกลาง แบบ สค.1 เลขที่ 176 จำนวน 5 ไร่
  • วัดนครยศ ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ต. ตาลเตี้ย โฉนดเลขที่ 14955 จำนวน 3-2-32 ไร่
  • วัดครุ ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 แบบ สค.1 เลขที่ 8 มีเนื้อที่จำนวน 2 ไร่
  • วัดคลองไก่เตี้ย หมู่ 9 (ใกล้วัดคลองตะเคียนในปัจจุบัน) ยังพบเศษฐานเจดีย์จำนวนมาก มีหลักฐานสิทธิ์ในที่ดินเป็น แบบ สค.1 เลขที่ 50 มีพื้นที่จำนวน 1-1-28 ไร่
  • วัดดงดีปลี ตั้งอยู่ที่ หมู่ 5 ต.บ้านสวน มีเอกสารสิทธิ์เป็น น.ส.3 เลขที่ 10 มีพื้นที่ จำนวน 4 ไร่ โดยมีการจัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์วัดดงดีปลี มีพระสงฆ์เข้าอยู่จำพรรษา
  • วัดตะคาว หรือวัดตาดาว ตั้งอยู่ที่หมู่ 11 ต. บ้านสวน เมือง สุโขทัย เลขที่เอกสารสิทธิ์ในที่ดิน แบบ สค.1 เลขที่ 242 มีพื้นที่จำนวน 4-0-60 ไร่ [ตรวจสอบไม่พบหลักฐานที่ดิน]
  • วัดน้ำนอง ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 ต. บ้านสวน เมือง สุโขทัย โฉนดเลขที่ 14957 มีพื้นที่ จำนวน 4-0-43 ไร่ เป็นพื้นที่ตั้งของเทศบาลตำบลบ้านสวน โดย เทศบาลบ้านสวนทำสัญญาเช่าเป็นเวลา 20 ปี
  • วัดห้วย หมู่ 5 ต. บ้านสวน เมือง สุโขทัย มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน แบบ น.ส.3 เลขที่ 11 มีจำนวน 2-0-00 ไร่ [11]

นอกจากนี้ กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจ และประกาศขึ้นทะเบียนวัดร้างทั่วไปประเทศ [12] ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุและการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๗๗ ที่ประกาศใช้เมื่อ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2478 [13] ในเขตจังหวัดสุโขทัยจำนวน 120 วัด โดยมีวัดที่ปรากฏเป็นหลักฐานของชุมชนบ้านสวนดังนี้

  • ลำดับที่ ๑๐๖ วัดถ้ำมคง อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๐๗ วัดโบสถ์ไผ่ขอม อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๐๘ วัดเหมืองขี้เหล็ก อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๐๙ วัดตาดาว อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๑๐ วัดป่าละเมาะ อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๑๑ วัดพิมอง อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๑๒ วัดระวาศน์ อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๑๓ วัดดงม่วง อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๑๔ วัดอ้ายแดง อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๑๕ วัดดงดีปลี อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๑๖ วัดห้วย อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๑๗ วัดคุ อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๑๘ วัดนุ่น อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๑๙ วัดกำแพงงาม อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน
  • ลำดับที่ ๑๒๐ วัดจันทร์ อำเภอเมืองสุโขทัยธานี ตำบลบ้านสวน [14]

ฉนั้นหลักฐานทางหน่วยงานราชการทั้งในส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนา ที่ขึ้นทะเบียนวัดร้างไว้ รวมทั้งการขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากรให้วัดร้างเหล่านั้นเป็นโบราณสถานด้วยเงื่อนไขของอายุการตั้งวัดที่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองในสมัยสุโขทัย และควรค่าต่อการอนุรักษ์ไว้ รวมทั้งยังเป็นการยืนยันถึงความรุ่งเรืองในด้านศาสนา การตั้งชุมชน ที่กระจายตัวไปทั่วรวมทั้งเขตบ้านสวนด้วย ดังนั้นจึงทำให้เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าสุโขทัยมีประวัติการตั้งถิ่นฐานชุมชนมาเป็นเวลาช้านานนับแต่อดีต

ภูมิศาสตร์[แก้]

ตำบลบ้านสวน มีอาณาเขตติดต่อกับเขตข้างเคียง ดังนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

บ้านสวนมีสถานะเป็นชุมชนและหน่่วยการปกครองมาแต่ต้น ดังปรากฏหลักฐานเมื่อ พ.ศ.2455 (รศ.130) เป็น ประกาศ บอกล่วงน่าจะแจกโฉนดสำหรับที่ดิน ใน(1) ทุ่งบ้านสวนเหนือ ตำบลบ้านสวนเหนือ อำเภอในเมือง (2) ในทุ่งบ้านสวนใต้ ตำบลบ้านสวนใต้ อำเภอในเมือง (3) ในทุ่งบ้านทุ่งหลวง ตำบลบ้านทุ่งหลวง อำเภอในเมือง (4) ในทุ่งบ้านท่าดินแดง ตำบลท่าดินแดง อำเภอในเมือง แขวงเมืองศุโขทัย เล่มที่ ๒๘ ตอน ๐ง ประกาศเมื่อ วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2454 หน้า 2182 ปรากฎหน่วยการปกครองในเขตบ้านสวนว่า ประกาศกำหนดวันจะแจกสำหรับโฉนดที่ดิน ๑.ในทุ่งบ้านสวนเหนือ ตำบลบ้านสวนเหนือ อำเภอในเมือง ๒.ในทุ่งบ้านสวนใต้ ตำบลบ้านสวนใต้ อำเภอในเมือง ๓.ในทุ่งบ้านทุ่งหลวง ตำบลบ้านทุ่งหลวง อำเภอในเมือง ๔.ในทุ่งบ้านท่าดินแดง ตำบลท่าดินแดง อำเภอในเมือง แขวงเมือง ศุโขไทย [15] ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ.2454) บ้านสวนจึงเป็นหน่วยการปกครองในระดับตำบลขึ้นกับแขวงศุโขไทย จังหวัดศุโขไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งของมณฑลพิษณุโลก โดยแยกการปกครองเป็น "ตำบลบ้านสวนเหนือ" และ "ตำบลบ้านสวนใต้" และเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอเมือง จังหวัดศุโขไทย (สะกดตามราชกิจจานุเบกษาปี พ.ศ. 2460)[16] เดิมชื่อว่า อำเภอเมือง ซึ่งในปี พ.ศ. 2460 ในสมัยรัชกาลที่ 6 อำเภอนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอธานี[16] จนเมื่อสมัยรัชกาลที่ 7 วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2475 ได้ยุบอำเภอธานีและเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอสุโขทัยธานี ขึ้นต่อจังหวัดสวรรคโลก[17][18] ภายหลังในปี พ.ศ. 2482 ภายใต้การปกครองของคณะราษฎร์ อันมีจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นปีที่รัฐบาล ประกาศใช้รัฐนิยมฉบับที่ 1 อันมีสาระเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก สยาม เป็น ไทย พร้อมประกาศจัดตั้งจังหวัดสุโขทัยอีกครั้ง ยกอำเภอสุโขทัยธานีเป็นศูนย์กลางของจังหวัด และได้เปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอเมืองสุโขทัย[19]

นอกจากนี้บ้านสวนยังเป็นศูนย์กลางที่ทางหน่วยงานราชการให้ความสำคัญเขาไปจัดการศึกษาดังปรากฏหลักฐานว่า

"ด้วยได้รับบอกมณฑลพิศณุโลกที่ ๑๑/๖๘๗๐ ลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ศกนี้ว่า พลวงวรสารพิจิตร์ ผู้พิพากษาศาลเมืองสุโขทัยพร้อมด้วย เจ้าอธิการวัดบ้านสวน [คาดว่าจะเป็นหลวงพ่อสัมฤทธิ์ เทโว] ได้จัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือไทย ชั้นมูลศึกษาขึ้นที่วัดบ้านสวน [คาดว่าจะเป็นโรงเรียนวัดฤทธิ์] โรง ๑ อาศรัยศาลาของวัดนั้นเปนที่เล่าเรียน และได้เปิดสอนนักเรียน เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ร.ศ.๑๒๖ (พ.ศ.2450) มีนักเรียน ๒๙ คน ได้จัดให้ พระโถ นักเรียนโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม ซึ่งสอบไล่ได้ประโยคหนึ่งเปนครูสอน ส่วนเงินสำหรับบำรุงโรงเรียนนี้ หลวงวรสารพิจิตร์ได้บอกบุญเรี่ยรายแก่ข้าราชการ และราษฏรได้เงินรวม ๓๑๒ บาท ๑๖ อัฐ สำหรับจ่ายในจำนวนศก ๑๒๖ ส่วนในศก ต่อ ๆ ไป จะได้คิดจัดการเรี่ยรายบำรุงต่อไป กับขอมอบโรงเรียนนี้ให้อยู่ในความตรวจตราของข้าหลวงธรรมการ ขุนประพันธ์เนติวุฒิ ข้าหลวงธรรมการ"[20]

จากข้อมูลนี้ยืนยันได้ว่า "บ้านสวน" เป็นหน่วยการปกครองที่ขึ้นอยู่กับสุโขทัย ทั้งเป็นพื้นที่ที่ภาครัฐ และราชการให้ความสำคัญเข้ามาจัดการศึกษาตั้งแต่อดีตและหลักฐานที่ปรากฏในสมัยการปฏิรูปการศึกษา ช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ระหว่าง ร.ศ.126 หรือ พ.ศ.2450 ด้วยเช่นกัน

ดังนั้นเมื่อดูในภาพรวมเกี่ยวกับพัฒนาการของตำบลบ้านสวนจึงผูกโยงอยู่กับการปกครองที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ "สุโขทัย-ศุโขไทย" มาแต่อดีต แปลว่าสุโขทัยถูกทำให้เป็นแขวง เมือง หรือจังหวัด ความเป็นบ้านสวนก็จะอยู่ในฐานะเป็นเป็นชุมชนที่อยู่ไกล้เมืองด้วยระยะห่างที่ไม่ไกลประมาณ 10 กิโลเมตร จึงถูกผนวกรวมตามเงื่อนไขของการปกครองในแต่ละช่วงเวลาตลอดมา

ในปัจจุบันตำบลบ้านสวนได้แบ่งการปกครองเป็น 13 หมู่บ้าน ได้แก่

1. หมู่ 1 (บ้านป่า) 8. หมู่ 8 (บ้านไผ่ขวาง)
2. หมู่ 2 (บ้านสวนใต้) 9. หมู่ 9 (บ้านสวนเหนือ/เหมืองใหญ่)
3. หมู่ 3 (ตลาดบ้านสวน-วัดคุ้งยางใหญ่) 10. หมู่ 10 (คลองปลายนา)
4. หมู่ 4 (บ้านไร่-วัดบึง-วัดฤทธิ์-บ้านบอน) 11. หมู่ 11 (หนองทอง/วัดหนองทอง)
5. หมู่ 5 (บ้านคลองด่าน) 12. หมู่ 12 (บ้านวัดจันทร์)
6. หมู่ 6 (คลองตะเคียน) 13. หมู่ 13 (บ้านโปร่ง)
7. หมู่ 7 (หนองโครง)

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่ตำบลบ้านสวนประกอบไปด้วย 13 หมู่บ้าน มีการจัดการแบ่งการปกครองท้องถิ่น 2 แห่งคือ

เทศบาลตำบลบ้านสวน[แก้]

  • เทศบาลตำบลบ้านสวน ได้ยกฐานะจากสุขาภิบาลบ้านสวนเมื่อ 27 มีนาคม 2505 [21]ตามพระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ.2495 เป็นเทศบาลตำบลบ้านสวน เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับ-เล่ม 116 ตอนที่ 9 ก. หน้า 1 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2543 ครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่ 2 และพื้นที่บางส่วนของหมู่ที่ 3 มีพื้นที่ 3 ตารางกิโลเมตร หรือราว 5 ไร่ 44 ตารางวา (สำรวจเมื่อ 31 พฤศจิกายน 2553) ที่ตั้งสำนักงาน เทศบาลตำบลบ้านสวน
    ถนนในชุมชน หมู่ 3 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย 64220
  • จำนวนบ้าน 1,512 หลังคาเรือน จำนวนประชากร ณ เดือนเมษายน พ.ศ. 2550 มีจำนวน 4,819 คน ชาย 2,253 คน หญิง 2,566 คน ความหนาแน่นเฉลี่ย 1657.33 คน / ตารางกิโลเมตร

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสวน[แก้]

ประชากร[แก้]

ประชากรในตำบลบ้านสวนมีจำนวน 14,981 คน และ จำนวนหลังคาเรือน 2,833 หลังคาเรือน

ศาสนาสถาน/วัด[แก้]

สถานศึกษา/โรงเรียน[แก้]

  • โรงเรียนวัดคุ้งยางใหญ่
  • โรงเรียนวัดฤทธิ์
  • โรงเรียนวัดจันทร์
  • โรงเรียนบ้านสวนใต้
  • โรงเรียนบ้านสวนวิทยาคม

อ้างอิง[แก้]

  1. ดูรายละเอียดเสริมใน สมชาย เดือนเพ็ญ , จากแคว้นสุโขทัยถึงจังหวัดสวรรคโลก, ในวารสาร มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร ปีที่ 2, ฉบับที่ 2 (ก.ค.-ก.ย. 2537), หน้า 28-37
  2. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 : 435
  3. ไทยรัฐวันพุธที่ 6 กรกฎาคม 2548 : 3
  4. กาญจนี คำบุญรัตน์.วิถีชีวิตของชาวบ้าน เมื่อกาลก่อนของสุโขทัย. ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 31 ฉบับที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 หน้า 68-71.
  5. ไมเคิล ไรท์ . ฝรั่งคลั่งสยาม. กรุงเทพ ฯ : มติชน.2541. (ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ) หน้า 172-175 และ หน้า 180-183.
  6. http://www.info.ru.ac.th/province/sukhotai/wmank.htm .
  7. นุชนาฎ ดีเจริญ,รายงานการวิจัยเรื่องรำมังคละในจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ = Mangkala dance in the provinces of Phitsanulo, พิษณุโลก : คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.2542.
  8. ไมเคิล ไรท์ . ฝรั่งคลั่งสยาม. กรุงเทพ ฯ : มติชน.2541. (ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ) หน้า 180-183.
  9. เว็บไซต์สถานีตำรวจบ้านสวน
  10. สำรวจเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 74
  11. ทะเบียนที่ดินวัดร้าง และที่ดินศาสนสมบัติกลาง จังหวัดสุโขทัย มติที่ประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 5/2547 วันที่ 22-23 กรกฎาคม 2547 โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุโขทัย
  12. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2478/D/3679.PDF ประกาศกรมศิลปากร กำหนดโบราณสถานสำหรับชาติ ประกาศ 8 มีนาคม 2478 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 หน้า 1689-1717
  13. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2478/A/394.PDF พระราชบัญญัติว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุและการพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๗๗
  14. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2478/D/3679.PDF ประกาศกรมศิลปากร กำหนดโบราณสถานสำหรับชาติ ประกาศ 8 มีนาคม 2478 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 หน้า 1709-1710
  15. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2454/D/2182.PDF ประกาศ บอกล่วงน่าจะแจกโฉนดสำหรับที่ดิน ใน(1) ทุ่งบ้านสวนเหนือ ตำบลบ้านสวนเหนือ อำเภอในเมือง (2) ในทุ่งบ้านสวนใต้ ตำบลบ้านสวนใต้ อำเภอในเมือง (3) ในทุ่งบ้านทุ่งหลวง ตำบลบ้านทุ่งหลวง อำเภอในเมือง (4) ในทุ่งบ้านท่าดินแดง ตำบลท่าดินแดง อำเภอในเมือง แขวงเมืองศุโขทัย เล่มที่ 28 ตอน 0ง ประกาศเมื่อ วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2454 หน้า 2182
  16. 16.0 16.1 "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนชื่ออำเภอ". Royal Gazette (ใน Thai) 34 (0 ก): 40–68. 1917-04-29. 
  17. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ยุบรวมท้องที่บางมณฑลและบางจังหวัด". Royal Gazette (ใน Thai) 48 (0 ก): 576–578. 1932-02-21. 
  18. ประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
  19. "พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนามจังหวัดและอำเภอบางแห่ง พุทธศักราช ๒๔๘๒". Royal Gazette (ใน Thai) 56 (0 ก): 351–353. 1939-04-17. 
  20. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2450/050/1352_1.PDF ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 24 หน้า 1352-1353 วันที่ 15 มีนาคม ร.ศ.126
  21. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2505/D/029/745.PDF ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องจัดตั้งสุขาภิบาลบ้านสวน จังหวัดสุโขทัย ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 79 ตอนที่ 29 เมื่อ 27 มีนาคม 2505

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]