ชรินทร์ นันทนาคร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชรินทร์ นันทนาคร
Charin Nandabakorn.jpg
ชื่อเกิด ชรินทร์ งามเมือง
เกิด 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476 (81 ปี)
จังหวัดเชียงใหม่
คู่สมรส สปัน เธียรประสิทธิ์[1]
เพชรา เชาวราษฎร์
ผลงานเด่น เรือนแพ (2504)
ศิลปินแห่งชาติ
พ.ศ. 2541 - สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง)
ฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย (ThaiFilmDb)
[www.charinshow.com/ เว็บทางการ]

ชรินทร์ นันทนาคร หรือชื่อเดิม ชรินทร์ งามเมือง[note 1] (เกิด 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476 ที่จังหวัดเชียงใหม่) ศิลปินนักร้อง นักแสดง ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2541 สมรสกับนางเอกภาพยนตร์ชื่อดัง เพชรา เชาวราษฎร์

ชรินทร์ นันทนาคร เป็นผู้ริเริ่มร่วมสร้างสรรค์เพลง สดุดีมหาราชา ซึ่งส่งผลให้ได้รับรางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ "สังข์เงิน" สาขาใช้ศิลป์สร้างสรรค์ให้เกิดความรักชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์

ชรินทร์ นันทนาคร ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ที่ขับร้องเพลงไทยสากลผสมผสานกับเพลงไทยเดิม มีท่วงทำนองสูงต่ำเอื้อนด้วยน้ำเสียงที่มีเสน่ห์ชวนฟัง ออกเสียงอักขระได้ชัดเจน มีผลงานบันทึกแผ่นเสียงประมาณ 1,000 เพลง

ประวัติ[แก้]

ชรินทร์ งามเมือง เดิมชื่อ บุญมัย งามเมือง ศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนดาราวิทยาลัย จบมัธยมการศึกษาจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ และโรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ กรุงเทพมหานคร เริ่มฝึกหัดร้องเพลงกับครูไสล ไกรเลิศ และเริ่มร้องเพลงสลับละครเวทีเรื่อง นางไพร เมื่อ พ.ศ. 2492 ด้วยเพลงดวงใจในฝัน และเริ่มบันทึกแผ่นเสียงจำหน่ายเป็นครั้งแรก และตามด้วยเพลง อิเหนารำพัน เมื่อ พ.ศ. 2494 จากนั้นย้ายกลับไปเชียงใหม่ ทำงานที่บริษัทกมล-สุโกศล สาขาเชียงใหม่ แล้วสำนักงานใหญ่เรียกมาทำงานที่กรุงเทพฯ ทำตำแหน่งแผนกบัญชี แผนกต่างประเทศ ไปจนถึงแผนกแผ่นเสียง จากนั้นทำงานเป็นเลขานุกรมที่องค์การยูซ่อม (USOM)[2]

ผลงานของชรินทร์ นันทนาคร ที่สร้างชื่อเสียง เป็นที่นิยมมาก ได้แก่ เพลงเรือนแพ มนต์รักดอกคำใต้ หยาดเพชร อาลัยรัก ทาษเทวี ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากเพลง อาลัยรัก ก่อนจะผันไปเป็นผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เมื่อ พ.ศ. 2514 มีผลงานในฐานะผู้ผลิตภาพยนตร์ทั้งหมดกว่า 19 เรื่อง โดยมีภาพยนตร์เรื่อง รักข้ามคลอง ที่ทำรายได้สูงที่สุด และภาพยนตร์ แผ่นดินแม่ ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของประเทศไทยที่สร้างในระบบ 70 มม. แต่หลังจากนั้นก็เลิกทำหนังไป เหตุเพราะวงการหนังที่เปลี่ยนไป จึงเกิดความเบื่อ

ต่อมาคุณวิเชียร อัศว์ศิวะกุล เจ้าของค่ายนิธิทัศน์โปรโมชั่น ติดต่อมาร้องเพลงและออกอัลบั้ม เรือนแพ เป็นอัลบั้มแรก นับจากนั้นจึงได้ยึดอาชีพนักร้องมาโดยตลอด จนได้รับพระราชทานนามสกุลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า "นันทนาคร" ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้ให้ความรื่นรมย์แก่ชาวเมือง" เพลงที่ชรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่าร้องบ่อยที่สุดมีเพลง "เรือนแพ" "หยาดเพชร" "ผู้ชนะสิบทิศ" ซึ่งเพลงหลังนี้ชรินทร์กล่าวว่าร้องมากกว่าหมื่นครั้งได้ ชรินทร์ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2541

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ชรินทร์สมรสครั้งแรกกับ สปัน เธียรประสิทธิ์ ซึ่งเป็นน้องสาวของปองทิพย์ ภรรยาของสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์[3] ชรินทร์และสปันมีบุตรสาวสองคนคือ ปัญญ์ชลี (สมรสกับ เศรณี เพ็ญชาติ[3] เป็นมารดาของ ปวริศา เพ็ญชาติ) และปัญชนิตย์ เธียรประสิทธิ์ (สมรสกับชาวต่างชาติ เป็นมารดาของ ปัญญาริสา เธียรประสิทธิ์)

ต่อมาชรินทร์ได้หย่าขาดสปัน และได้สมรสใหม่กับ เพชรา เชาวราษฎร์ อดีตนักแสดงชาวไทย แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน

ผลงาน[แก้]

กำกับภาพยนตร์[แก้]

  • น้ำผึ้งพระจันทร์ (2515)
  • แผ่นดินแม่ (2518)
  • ลูกเจ้าพระยา (2520)
  • ไอ้ขุนทอง (2521)
  • รักข้ามคลอง (2524)
  • รักมหาสนุก (2525)
  • บ้านน้อยกลางดง (2526)
  • บ้านสีดอกรัก (2527)
  • ผู้การเรือเร่ (2528)
  • ลูกทุ่งฮอลลิเดย์ (2529)
  • ฟ้าสีทอง (2530)
  • ผู้พันเรือพ่วง (2530)
  • คุณจ่าเรือแจว (2531)

แสดงภาพยนตร์[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. เดิมชรินทร์ นามสกุล งามเมือง ต่อมาได้รับพระราชทานนามสกุลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็น "นันทนาคร" ในปี 2503 [1]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.charinshow.com/article/article40.htm
  2. พิสุทธินี, "ชรินทร์ นันทนาคร", นิตยสารลิปส์ ฉบับปักษ์หลังมกราคม 2553 หน้า 178-185
  3. 3.0 3.1 "สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ หัวเดียวกระเทียมลีบบนถนน คนหน้าหนา?" (Press release) (ใน ไทย). นิตยสารผู้จัดการ. ตุลาคม 2529. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2555. 
  4. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ (ประจำปี ๒๕๔๒ ศิลปินแห่งชาติ) เล่ม ๑๑๖ ตอน ๒๑ ข ๒ ธันวาคม ๒๕๔๒ หน้า ๒๓.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]