บุญศรี รัตนัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บุญศรี รัตนัง
เกิด 5 มีนาคม พ.ศ. 2496 (61 ปี)
จังหวัดเชียงใหม่
คู่สมรส จันทร์เป็ง สุยะเอย
อาชีพ นักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง

บุญศรี รัตนัง นักร้องเพลงพื้นเมืองล้านนา นักร้องเพลงซอที่มีผลงานอย่างแพร่หลายในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง จนได้รับการยกย่องเป็นบุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2533

ประวัติ[แก้]

บุญศรี รัตนัง เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2496 (61 ปี) ที่บ้านป่าเหมือด ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรพ่อน้อยดวงคำ และนางจันทร์เที่ยง รัตนัง มีพี่น้อง 4 คน ได้สมรสกับนางจันทร์เป็ง สุยะเอย มีบุตร 2 คน

บุญศรี รัตนัง มีนิสัยการดีด สี ตีเป่า มาตั้งแต่เล็ก ได้ฝึกการเล่นดนตรีพื้นเมืองประเภทซึง-สะล้อ ขลุ่ย จากลุงของตน คือ นายสิงห์คำ รัตนัง ตั้งแต่เยาว์วัย

บุญศรี รัตนัง สำเร็จการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านป่าเหมือด เมื่อปี พ.ศ. 2506 เริ่มเรียนเป่าปี่กับพ่อสม บุญเรือง ช่างเป่าปี่ มีชื่อในขณะนั้น พ.ศ. 2515 หันมาเรียนขับซอกับพ่อหนานตา ตันเงิน ที่บ้านป่าแงะ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

การทำงาน[แก้]

บุญศรี รัตนัง มีอาชีพทำไร่ทำนาเช่นเดียวกับบิดามารดา ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 เริ่มรับจ้างเป่าปี่ในงานซอ เล่นตลกประจำคณะละครซอลูกเอื้องเมืองเหนือ ในปี พ.ศ. 2516 ทำงานทั่วไปประจำวงดนตรี คณะอำนวยโชว์ ของนายอำนวย กลำพัด ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 ตั้งวงดนตรีพื้นเมืองประยุกต์ชื่อวง “ ลูกทุ่ง ลานทอง ” และย้ายมาเล่นตลกในคณะนายประสิทธิ ศรีสมเพชร ในตลกคณะ “ จอกจมูกแดง ” ในปี พ.ศ. 2522 ปีต่อมาเข้าสู่วงการซอโดยได้รับการสนับสนุนจากนาย ประสิทธิ ศรีสมเพชร และเริ่มฝึกแต่งเพลง ใส่ทำนองเพลงแนนพื้นบ้านภาคเหนือ

ในปี พ.ศ. 2525 เริ่มร้องเพลงลูกทุ่งคำเมืองชุด "ลุงอดผ่อบ่ได้" และ "บ่าวเคิ้น" ได้รับการสนับสนุนจากแฟนเพลงในภาคเหนือ และเป็นนักร้องประจำอยู่วงดนตรีคณะศรีสมเพชรวงใหญ่ ถือว่าเป็นบุคคลแรกที่เริ่มต้นสร้างแนวเพลงนี้ขึ้น[1] จากนั้น พ.ศ. 2526 - พ.ศ. 2528 ได้ตั้งกิจการวงดนตรีตนเอง แต่ประสบปัญหาขาดทุนจึงต้องหยุดการแสดง จึงหันเข้าสู่วงการซออีกครั้งหนึ่งทำผลงานซอออกมาอีก นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา

อัลบั้ม ลุงอดผ่อบ่อได้ พ.ศ. 2525

ผลงาน[แก้]

อัลบั้ม[แก้]

  • พ.ศ. 2526 - เมาตึงวัน, สามตอง และเบื่อผัวสามตอง
  • พ.ศ. 2527 - หนุ่มรถอีแต๋นครวญ และ คุณนายป่ามป้าม
  • พ.ศ. 2528 - เฒ่าจอมโว และ เฒ่าชีกอ
  • พ.ศ. 2529 - ซอลูกทุ่งเบิกฟ้า, ผัวเปรต และเมียยักษ์
  • พ.ศ. 2530 - ผัวอี่แก้ว และ ซอสามจังหวะ
  • พ.ศ. 2531 - มันง่ายดี และ อย่าปิ๊งเดี๋ยวป่อง
  • พ.ศ. 2532 - ปอแล้วหวย และ รักเมียหลวงห่วงเมียน้อย
  • พ.ศ. 2533 - ไม่บอกก็รู้ และ ปี๋ใหม่เมือง
  • พ.ศ. 2534 - คนอู้เอ็น และ คนมักไมค์
  • พ.ศ. 2535 - นักเลงไก่ชน และ ไม่มีสิทธิ์อย่ามาขวาง
  • พ.ศ. 2536 - ว.2 ว.8 และ เมียบ่ฮู้ใจ๋
  • พ.ศ. 2537 - แตงดังควาย และ นักมวยขี้ไห้
  • พ.ศ. 2538 - บ่ฮู้คิง และ เงินบาทลอยตัว
  • พ.ศ. 2539 - อเมดซิ่งไทยแลนด์ และ กลองยาวสามช่า ปี๋ใหม่เมือง แห่ครัวตาน (ซึ่งอัลบั้ม กลองยาวสามช่านี้ มีเพลงที่ทำให้ได้รับรางวัล ศิลปินเพลงยอดเยี่ยมพื้นบ้านภาคเหนือ รางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน ครั้งที่ ๑ จากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย คือ เพลง แห่ครัวตาน ได้เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)
  • พ.ศ. 2543 - ขี้เมาอ้อนเมีย
  • พ.ศ. 2544 - จัดระเบียบสังคม
  • พ.ศ. 2548 - ขี้เมาสามช่า และได้ทำอัลบั้มเพลงลูกทุ่งคำเมืองให้กับ น.ส.มณีรัตน์ รัตนัง โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า “ สาวเคิ้น ”
  • พ.ศ. 2549 - แหล่หอยไห้ เป็นการนำเอาเพลงเก่า มาบันทึกเสียงใหม่
  • พ.ศ. 2550 - กะเทยเฒ่า

รางวัลเกียรติประวัติ[แก้]

  • ชนะการแข่งขันการประกวดวงดนตรีพื้นเมืองประยุกต์ ในนามวง “ ลูกทุ่งลานทอง ” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ที่รายการลูกทุ่งลานนา สถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 ลำปาง เมื่อปี พ.ศ. 2526
  • ได้รับโล่ประเภทสื่อชาวบ้าน จากพลเอกประจวบ สุนทรางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี โดยคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2525 เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2526
  • ได้รับการประกาศให้เป็นบุคลากรดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม จากศูนย์ศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยครูเชียงใหม่ และศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2533
  • ได้รับโล่เกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยพายัพ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

อ้างอิง[แก้]

  1. มหาวิทยาลัยพายัพมอบโล่เกียรติคุณ แด่ พ่อครูบุญศรี รัตนัง