อินโดจีนของฝรั่งเศส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก อินโดจีนฝรั่งเศส)
อินโดจีนของฝรั่งเศส
Indochine française
Union Indochinoise (1946)
อาณานิคมฝรั่งเศส
ค.ศ. 1887–1953
 

 

 

แผนที่แสดงที่ตั้ง ของFrench Indochina
ที่ตั้งของอินโดจีนของฝรั่งเศส

อินโดจีนของฝรั่งเศส (ฝรั่งเศส: Indochine française ต่อมาเปลี่ยนเป็น Union Indochinoise) เป็นอาณานิคมของจักรวรรดิฝรั่งเศสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1887 โดยประกอบด้วยตังเกี๋ย อันนัม โคชินจีน (ทั้งสามแห่งรวมกันเป็นประเทศเวียดนามในปัจจุบัน) และกัมพูชา ต่อมาในปีค.ศ. 1893 จึงได้รวมเอาลาวเข้ามา อินโดจีนมีไซ่ง่อนเป็นเมืองหลวงจนถึงปีค.ศ. 1902 จึงได้ย้ายเมืองหลวงมาที่ฮานอย ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง อินโดจีนถูกปกครองโดยวิชีฝรั่งเศสและยังถูกญี่ปุ่นรุกรานด้วย ในต้นปีค.ศ. 1946 เวียดมินห์ได้เริ่มต่อต้านการปกครองของฝรั่งเศส ซึ่งในภายหลังเรียกว่าสงครามอินโดจีน ส่วนทางใต้ได้มีการก่อตั้งรัฐเวียดนามซึ่งนำโดยจักรพรรดิเบาได๋แห่งเวียดนาม และในได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในปีค.ศ. 1949 แต่ต่อมาในปีค.ศ. 1955 เวียดมินห์ก็ได้กลายเป็นรัฐบาลของเวียดนามเหนือตามอนุสัญญาเจนีวา โดยที่รัฐบาลของจักรพรรดบ๋าวได๋ยังคงปกครองเวียดนามใต้อยู่

เนื้อหา

[แก้] การแทรกแซงครั้งแรกของฝรั่งเศส

ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามและฝรั่งเศสเริ่มต้นขึ้นเมื่อราวๆ ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยมีคณะบาทหลวงเยซูอิตซึ่งนำโดยบาทหลวงอาเลกซ็องดร์ เดอ โรดส์เข้ามาเผยแผ่ศาสนา ในช่วงเวลาดังกล่าว เวียดนามเพิ่งจะเข้าครองครองดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งเคยเป็นดินแดนของอาณาจักรจามปามาได้ไม่นานนัก[1] ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ความเกี่ยวข้องระหว่างเวียดนามและยุโรปจำกัดอยู่แค่เรื่องการค้าเท่านั้น ในปีค.ศ. 1787 ปีโญ เดอ เบแอนได้ร้องเรียนรัฐบาลฝรั่งเศสและจัดตั้งอาสาสมัครทหารฝรั่งเศสเพื่อช่วยเหลือเหวียน อั๊ญ (ซึ่งภายหลังคือจักรพรรดิยาลอง) ให้ได้ดินแดนที่สูญเสียให้กับราชวงศ์เตยเซินกลับคืนมา ปีโญเสียชีวิตในเวียดนาม แต่กองทหารของเขายังคงต่อสู้จนถึงปีค.ศ. 1802 ฝรั่งเศสเข้าไปเกี่ยวของกับเวียดนามอย่างมากในคริสต์ศตวรรษที่ 19 อาทิเช่น การปกป้องกิจการของสมาคมพันธกิจต่างประเทศแห่งปารีส ซึ่งเป็นองค์กรทางศาสนาของนิกายโรมันคาทอลิก การกระทำดังกล่าวทำให้ราชวงศ์เหวียนรู้สึกว่าคณะมิชชันนารีที่เข้ามานั้นเป็นการคุกคามทางการเมือง

ในปีค.ศ. 1858 ราชวงศ์เหวียนได้รวบรวมดินแดนทั้งหมดไว้ได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งทำได้สำเร็จโดยการบุกโจมตีดานังของพลเรือเอกชาร์ลส์ รีโกลต์ เดอ เชอนุยยี ซึ่งทำให้คณะมิชชินนารีไม่ถูกขับไล่ ในเดือนกันยายนกองทัพผสมระหว่างฝรั่งเศสและชาวพื้นเมืองในอาณานิคมของสเปน[2]ได้เข้าโจมตีท่าเรือตูรานที่ดานังและยึดเมืองสำเร็จในที่สุด

เดอ เชอนุยยีได้ล่องเรือลงไปทางใต้ และได้เข้าครอบครองไซ่ง่อนเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1859 ต่อมารัฐบาลเวียดนามถูกบังคับให้ยกเบียนหั่ว ยาดิ่ญ และดิ่ญเถื่องให้กับฝรั่งเศส เดอ เชอนุยยีถูกวิพากย์วิจารณ์และถูกถอดออกจากหน้าที่ในเดือนพศจิกายน ค.ศ. 1859 เพราะว่าเขาได้รับคำสั่งให้ปกป้องศาสนาคริสต์ ไม่ใช่เพื่อขยายอาณาเขต อย่างไรก็ดี นโยบายของฝรั่งเศสในช่วงเวลาสี่ปีถัดมากลับเปลี่ยนไปเป็นตรงกันข้าม ดินแดนของฝรั่งเศสในเวียดนามค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปีค.ศ. 1862 ฝรั่งเศสได้รับสัมปทานท่าเรือสามแห่งในอันนัม ตังเกี๋ย และโคชินจีนจากจักรพรรดิตื่อดึ๊ก และต่อมาในปีค.ศ. 1864 ฝรั่งเศสก็ประกาศดินแดนของฝรั่งเศส ในปีค.ศ. 1867 จังหวัดเจิวด๊ก (โชฎก) ห่าเตียน และวิ้ญลองก็ตกเป็นของฝรั่งเศส

ในปีค.ศ. 1863 สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ได้ขอให้กัมพูชาเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส และในปี ค.ศ. 1867 สยามได้ประกาศยกเลิกอำนาจเหนือกัมพูชาและยอมรับสถานะรัฐในอารักขาฝรั่งเศสของกัมพูชา โดยแลกกับจังหวัดพระตะบองและเสียบราฐ

[แก้] การสถาปนาอินโดจีนของฝรั่งเศส

อาณาเขตของอินโดจีนของฝรั่งเศส
แสดงด้วยสีฟ้า

ฝรั่งเศสได้เข้าควบคุมเวียดนามเหนือหลังจากได้รับชัยชนะในสงครามจีน-ฝรั่งเศสระหว่างปีค.ศ. 1884 - 1885 ฝรั่งเศสได้รวมเอาดินแดนทั้งสี่แห่งเข้าไว้ด้วยกันเป็นอินโดจีนของฝรั่งเศสเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1887 ส่วนลาวนั้นถูกผนวกเข้าภายหลังสงครามฝรั่งเศส-สยาม

โดยนิตินัย ฝรั่งเศสได้มอบอำนาจให้กับผู้ปกครองท้องถิ่นในรัฐในอารักขาทั้งสี่ คือจักรพรรดิเวียดนาม กษัตริย์กัมพูชา และเจ้ามหาชีวิตลาว แต่ในความเป็นจริงแล้ว อำนาจอยู่กับข้าหลวงใหญ่มากกว่าบรรดาผู้ปกครองท้องถิ่น โดยผู้ปกครองท้องถิ่นเป็นเหมือนหุ่นเชิดเท่านั้น ฝรั่งเศสปกครองอินโดจีนอยู่จนถึงปีค.ศ. 1954

[แก้] การก่อจลาจลในเวียดนาม

กองทหารฝรั่งเศสขึ้นฝั่งเวียดนามในปีค.ศ 1858 และในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษ 1880 ก็ได้แผ่ขยายเข้าไปในภาคเหนือของเวียดนาม ในช่วงระหว่างปีค.ศ. 1885 - 1895 ฟาน ดิ่ญ ฝุ่งได้นำการก่อจลาจลต่อต้านฝรั่งเศส แนวคิดชาตินิยมได้รุนแรงขึ้นในเวียดนาม โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและหลังจากนั้นเป็นต้นมา แต่การลุกฮือและความพยายามทั้งหมดก็ไม่ได้ทำให้เกิดอะไรขึ้น

[แก้] สงครามฝรั่งเศส-สยาม

ดูบทความหลักที่ วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112
กองทัพสยามในลาว

ข้อพิพาทดินแดนในคาบสมุทรอินโดจีนจากการขยายอาณาเขตของอินโดจีน นำไปสู่สงครามระหว่างสยามและฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1893 ทางฝรั่งเศสได้ใช้ข้อขัดแย้งในเรื่องเขตแดนในการกระตุ้นวิกฤตขึ้นมา เรือปืนของฝรั่งเศสได้บุกเข้ามาถึงกรุงเทพมหานครและเรียกร้องให้สยามส่งมอบดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ขอความช่วยเหลือจากอังกฤษ แต่ทูตอังกฤษได้แนะนำให้ยอมทำตามคำร้องขอของฝรั่งเศส อังกฤษได้ทำข้อตกลงร่วมกับฝรั่งเศสว่าจะรับรองบูรณภาพของดินแดนส่วนที่เหลือสยาม โดยสยามจะต้องยอมยกดินแดนในรัฐฉานให้กับอังกฤษ และยกลาวให้กับฝรั่งเศส

[แก้] การรุกล้ำมากขึ้นในสยาม (ค.ศ.1904 - 1907)

การส่งมอบตราดให้กับฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสได้กดดันสยามอย่างต่อเนื่อง ในปีค.ศ. 1906 - 1907 ได้เกิดวิกฤตขึ้นอีกครั้ง โดยครั้งนี้ สยามต้องยอมรับว่าดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงฝั่งตรงข้ามเมืองหลวงพระบางและพื้นที่ทางตะวันตกของแขวงจำปาสักในปัจจุบันเป็นของฝรั่งเศส ฝรั่งเศสยังยึดจันทบุรีไว้เป็นประกัน และเพื่อที่จะได้จันทบุรีกลับมา สยามต้องยอมยกตราดให้เป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีน ตราดกลับมาเป็นของไทยอีกครั้งในวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 1906 โดยต้องแลกกับดินแดนหลายแห่ง ได้แก่ พระตะบอง ศรีโสภณ และเสียมราฐ

อินโดจีนของฝรั่งเศสในปีค.ศ. 1913

ในคริสต์ทศวรรษ 1930 สยามได้เรียกร้องให้ฝรั่งเศสส่งมอบดินแดนที่เคยเป็นของสยามกลับคืน และในปีค.ศ. 1938 ฝรั่งเศสก็ได้ตกลงที่จะส่งมอบนครวัด นครธม เสียมเรียบ แสนปาง และบริเวณเกี่ยวเนื่องแก่สยาม ในขณะนั้น สยามก็เข้าครอบครองดินแดนที่ได้รับคืน โดยคาดหวังในสนธิสัญญาที่กำลังจะมีขึ้น ผู้ลงนามของทั้งสองประเทศได้เดินทางไปยังโตเกียวเพื่อลงนามในสนธิสัญญาส่งมอบดินแดนคืน

[แก้] พรรคชาตินิยมเวียดนาม

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1930 ทหารเวียดนามได้ลุกฮือขึ้นในกองทหารรักษาการแห่งเย็นบ๊าย การจลาจลแห่งเย็นบ๊ายนี้ได้รับการสนับสนุนจากพรรคชาตินิยมเวียดนาม (Việt Nam Quốc Dân Đảng) การปะทะกันครั้งนี้เป็นการก่อความไม่สงบครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่การก่อจลาจลของฟาน ดิ่ญ ฝุ่งและขบวนการจักรพรรดินิยมเกิ่นเวืองในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จุดประสงค์ของการปฏิวัติคือเพื่อจะกระตุ้นให้การลุกฮือแผ่ขยายขึ้นในหมู่ประชาชนทั่วไปที่มีเป้าหมายที่จะล้มอำนาจเจ้าอาณานิคม ก่อนหน้านี้ พรรคชาตินิยมเวียดนามได้พยายามที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมลับที่จะบ่อนทำลายอำนาจการปกครองของฝรั่งเศส แต่ก็ทำให้ฝรั่งเศสจับตามองการกระทำดังกล่าวและทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกับในพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงในเวียดนามเหนือ

[แก้] สงครามฝรั่งเศส-ไทย (ค.ศ. 1940 - 1941)

ดูบทความหลักที่ กรณีพิพาทอินโดจีน

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศไทยได้โอกาสอ้างสิทธิในดินแดนที่เคยเป็นของตนขณะที่ฝรั่งเศสกำลังอ่อนแอ จึงเปิดสงครามระหว่างไทยและฝรั่งเศสขึ้นในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1940 - 28 มกราคม ค.ศ. 1941 ในเดือนมกราคมกองทัพฝรั่งเศสสามารถเอาชนะกองทัพไทยได้ในการรบที่เกาะช้าง สงครามจบลงตามโดยมีญี่ปุ่นเป็นตัวกลางในการเจรจา โดยที่ไทยได้รับดินแดนกลับคืนมาบางส่วน

[แก้] สงครามโลกครั้งที่สอง

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1940 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง วิชีฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดของนาซีเยอรมนี ได้อนุญาตให้ญี่ปุ่นเข้ามาในตังเกี๋ย เพื่อทำให้ญี่ปุ่นสามารถยกทัพเข้าไปในจีนได้สะดวกขึ้น เหตุการณ์นี้ทำให้ไทยถือโอกาสอ้างสิทธิ์ในดินแดนที่เคยเสียไป ซึ่งทำให้เกิดสงครามระหว่างฝรั่งเศสและไทยระหว่างเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1940 - 28 มกราคม ค.ศ. 1941 ในเวลาต่อมา

[แก้] สงครามอินโดจีน

[แก้] อนุสัญญาเจนีวา

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ Kahin, George McTurnin; Lewis, John W. (1967). The United States in Vietnam: An analysis in depth of the history of America's involvement in Vietnam. Delta Books. 
  2. ^ Chapuis, Oscar (1995) (Google Book Search). A History of Vietnam: From Hong Bang to Tu Duc. Greenwood Publishing Group. pp. 195. ISBN 0313296227. http://books.google.com/books?id=Jskyi00bspcC. 
เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น