อาราม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อาราม[1] (อังกฤษ: Monastery) คือสิ่งก่อสร้างหรือกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่ประกอบด้วยทั้งสิ่งก่อสร้างที่ใช้ในพิธีศาสนา ที่เป็นสำนักงานบริหารของศาสนสถาน และที่เป็นที่พำนักของนักพรตที่ประจำอยู่ในอาราม ผู้ที่อาจจะเป็นกลุ่มนักพรตหรือนักพรตที่อยู่โดดเดี่ยว เช่น ฤๅษี (hermit)

ในทางตะวันตก (คริสต์ศาสนา) “อาราม” มาจากภาษาอังกฤษคำว่า “Monastery” ที่มีที่มาจากภาษากรีก “μοναστήριον” - “monasterios”[2] (จากคำว่า “μονάζειν'” - “monazein” ที่แปลว่าอยู่ตามลำพัง[3]) คำว่า “monastērion” ใช้เป็นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่หนึ่งโดยนักปรัชญาชาวยิวชื่อฟิโล (Philo) ในบทที่สามที่เกี่ยวกับนักบวชหนังสือ “On The Contemplative Life”

ศาสนาและปรัชญาต่าง ๆ ในโลกล้วนมีประเพณีการก่อตั้งชีวิตอารามวาสีที่นักพรตหรือกลุ่มนักพรตที่มีความตั้งใจแน่วแน่ในการใช้ชีวิตเพื่อศาสนามารวมตัวกันเป็นชุมชน และก่อสร้างศาสนสถานและที่พำนักอาศัยที่แยกจากชุมชนของคฤหัสถ์ บริเวณที่เรียกว่าอารามปรากฏในหลายศาสนา เช่น อารามหรือวัดใน พุทธศาสนา คริสต์ศาสนา รวมไปถึงลัทธิขงจื้อด้วย

ในศาสนาเกือบทุกศาสนาชีวิตภายในอารามจะปกครองโดยกฎที่วางขึ้นโดยเฉพาะสำหรับชุมชนของตนโดยเฉพาะ เช่นกฎการสวดมนต์และเวลาสวด, กฎการใช้ชีวิต และอื่นๆ เช่นกฎว่าด้วยเพศของสมาชิก หรือกฎที่ห้ามการมีภรรยา หรือการห้ามมีสมบัติเป็นของตนเองเป็นต้น นอกจากนั้นกฎที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอารามกับอารามอื่นในกลุ่มเดียวกันหรือนอกกลุ่ม หรือกับชุมชนรอบข้างก็จะแตกต่างกันออกไป บางอารามก็เน้นการอยู่ร่วมกับชุมชนรอบข้างเช่นในการให้การศึกษาหรือบริการการรักษาพยาบาลหรือการสอนศาสนา แต่บางอารามก็เน้นการใช้ชีวิตที่แยกกันอย่างเด็ดขาดจากชุมชน

อารามในพุทธศาสนา[แก้]

ป่าไผ่ร่มรื่นในกลุ่มโบราณสถานวัดเวฬุวันมหาวิหาร

อารามในพุทธศาสนา ในภาษาบาลีเรียกว่าวิหาร ส่วนในประเทศไทย ลาว และกัมพูชาเรียกว่าวัด เป็นที่จำพรรษาของพระสงฆ์ ทั้งภิกษุและสามเณร ภิกษุณีและสามเณรีก็อาศัยในอารามเดียวกับภิกษุแต่ต้องจัดพื้นที่อาศัยแยกต่างหาก[4]

ตามพุทธประวัติระบุว่าวัดเวฬุวันมหาวิหาร[5] เป็นอารามแห่งแรกในพุทธศาสนา เกิดจากพระเจ้าพิมพิสารแห่งแคว้นมคธทรงสดับพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจ้าแล้วมีพระราชศรัทธาจึงอุทิศป่าไผ่นอกพระนครราชคฤห์ถวายเป็นพุทธบูชา[6] ต่อมายังมีกษัตริย์และคหบดีนิยมสร้างวัดถวายในพุทธศาสนาอีก เช่น อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างวัดเชตวันมหาวิหาร นางอัมพปาลีหญิงโสเภณีสร้างวัดอัมพปาลีวัน นางวิสาขาสร้างวัดบุพพาราม เป็นต้น

อารามในคริสต์ศาสนา[แก้]

อารามนักบุญแคเธอริน

สำหรับอารามคริสต์ศาสนามีขนาดแตกต่างกันไป ตั้งแต่เป็นที่อยู่อาศัยขนาดเล็กที่เป็นที่พำนักของฤๅษีเดียว (hermit) หรือในกรณีของอารามที่เป็นอารามเชโนเบียม (Cenobium) ก็อาจจะเป็นสิ่งก่อสร้างหลังเดียวที่เป็นที่พำนักของนักพรตอาวุโสรูปหนึ่งกับนักพรตอีกสองสามรูปหรือชี ไปจนถึงกลุ่มสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เป็นที่พำนักของนักพรตเป็นจำนวนร้อยก็ได้ เช่นอารามอ็อคเซ็นเฮาเซ็นในประเทศเยอรมนี

ในภาษาอังกฤษคำว่า Monastery โดยทั่วไปแล้วใช้สำหรับกลุ่มสิ่งก่อสร้างของชุมนุมนักพรต และ “คอนแวนต์” มักจะใช้สำหรับกลุ่มสิ่งก่อสร้างของชุมนุมนักบวชหญิงหรือชี ศาสนาอื่นๆ อาจจะใช้คำอื่นในการเรียกอารามตามแต่จะเหมาะสม

อารามคริสต์ศาสนาอาจจะมีวิธีหารายได้เลี้ยงตัวเองหลายวิธีเช่นการสร้างหรือผลิตและขายสินค้าที่มักจะเป็นสินค้าทางการเกษตรกรรมเช่นเนยแข็ง ไวน์ เหล้า เบียร์ หรือผลิตผลจากผลไม้เช่นแยม หรืออาจจะจากเงินบริจาค, จากรายได้ค่าเช่า, จากการลงทุน ในปัจจุบันอารามก็ปรับวิถีการดำเนินการให้เข้ากับโลกสมัยใหม่เช่นในการให้เช่าสถานที่สำหรับการสัมมนา ฝึกสมาธิ หรือโรงแรม หรือขายบริหารคอมพิวเตอร์ การบัญชี หรือการบริหารโรงเรียน วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยเป็นต้น

บทความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของอารามในคริสต์ศาสนาสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ชีวิตอารามวาสีและแอบบี

อ้างอิง[แก้]

  1. CATHOLIC ENCYCLOPEDIA: Monasticism [1]
  2. Monasterios, Henry George Liddell, Robert Scott, A Greek-English Lexicon, at Perseus
  3. Online Etymology Dictionary
  4. พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช), พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด, วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ พ.ศ. 2548
  5. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค วักกลิสูตร. พระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก [2]. เข้าถึงเมื่อ 5-6-52
  6. สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา , เสฐียรพงษ์ วรรณปก

ดูเพิ่ม[แก้]