มหาวิหารอาเคิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มหาวิหารอาเคิน *
มหาวิหารอาเคิน
มหาวิหารอาเคิน
ชื่อเรียก
ภาษาอังกฤษ Aachen Cathedral
ภาษาฝรั่งเศส Cathédrale d'Aix-la-Chapelle
ภาษาสเปน Catedral de Aquisgrán
ภาษาอิตาลี Cattedrale di Aquisgrana
ภาษารัสเซีย Ахенский собор
ภาษาจีน 阿亨大教堂
ภาษาญี่ปุ่น アーヘン大聖堂
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง ธงของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เยอรมนี
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
ปีที่ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2521
เกณฑ์พิจารณา (i) (ii) (iv) (vi)
ลิงก์ องค์การยูเนสโก
*ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีมรดกโลก

มหาวิหารอาเคิน เรียกกันว่ามหาวิหารหลวง (Imperial Cathedral (ภาษาเยอรมัน: Kaiserdom)) ในนิกายโรมันคาทอลิกอยู่ที่เมืองอาเคิน ประเทศเยอรมนี วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดทางภาคเหนือของทวีปยุโรป ระหว่างยุคกลางวัดนี้ชื่อ Royal Church of St. Mary at Aachen เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะเคยใช้เป็นสถานที่สวมมงกุฏกษัตริย์ราชวงค์คาโรลิงเกียน (Carolingian) ระหว่างปี ค.ศ. 936 (พ.ศ. 1479) ถึงปี ค.ศ. 1531 (พ.ศ. 2074) ประมาณ 600 ปี วัดนี้ใช้เป็นที่สวมมงกุฏให้กษัตริย์เยอรมนี 30 พระองค์ และพระราชินีอีก 12 พระองค์

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

วัดนี้เริ่มสร้างเมื่อปีค.ศ. 792 พร้อมๆกับตัววัง โดยพระเจ้าชาร์เลอมาญ พอเสร็จสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 3 ก็ทำพิธีสถาปนาวัดนี้อย่างเป็นทางการ เมื่อปี ค.ศ. 805 (พ.ศ. 1348) ขนาดตัววัดจริงๆ แต่เดิมนั้นค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบขนาดส่วนที่ต่อเติมที่มาทำภายหลัง ระหว่างสมัยกอธิคทางวัดก็ขยายด้าน บริเวณร้องเพลงสวด เพื่อให้มีเนื้อที่พอที่จะรับนักแสวงบุญที่มาแสวงบุญที่เมืองนี้ ส่วนที่ขยายทำพิธีสถาปนาเมื่อครบรอบ 600 ปีหลังจากที่พระเจ้าชาร์เลอมาญสวรรคต

สิ่งที่มีค่าที่น่าสนใจของวัดนี้ก็มี กางเขนโลแธร์ (Cross of Lothair) รูปปั้นครึ่งตัวของพระเจ้าชาร์เลอมาญ และ บัลลังก์พระเจ้าชาร์เลอมาญ โลงหินเพอซิโฟนี (Persephone sarcophagus) ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติทางศาสนาอันมีค่าที่สุดชิ้นหนึ่งของศาสนาคริสต์ทางทวีปยุโรปตอนเหนือ

เมื่อพระเจ้าชาร์เลอมาญสวรรคต เมื่อปี ค.ศ. 814 (พ.ศ. 1357) ร่างของพระองค์ก็ถูกฝังไว้ในว้อลท์ (vault) ที่ มหาวิหารอาเคิน พอถึงปี 1000 พระเจ้าอ็อตโตที่สาม (Otto III) ก็เปิดที่ฝังพระศพพระเจ้าชาร์เลอมาญ ข้าราชสำนักอ็อตโตแห่งโลเมลโล (Otto of Lomello) ผู้ติดตามพระเจ้าอ็อตโตเข้าไป บันทึกไว้ว่าเมื่อเปิดที่ฝังเข้าไปแทนที่จะเห็นพระเจ้าชาร์เลอมาญนอนอยู่ กลับเห็นพระองค์ใส่มงกุฎถือคทานั่งอยู่ภายใต้ซุ้มหิน (canopy) เล็บยาวทะลุถุงมือ ร่างกายไม่เน่าเปื่อยนอกจากตรงปลายพระนาสิก พระเจ้าอ็อตโตจึงทรงเสริมให้ด้วยทอง แล้วก็ปิดหลุมหลังจากที่ถอนพระทนต์มาหนึ่งซี่

เมื่อปี ค.ศ. 1165 (พ.ศ. 1708) พระเจ้าฟรีดริชที่ 1หรือ ฟรีดริช บาร์บารอสซา เปิดที่ที่ฝังพระเจ้าชาร์เลอมาญอีกครั้ง แทนที่จะพบพระเจ้าชาร์เลอมาญนั่งตามบันทึกของอ็อตโตแห่งโลเมลโล กลับพบว่าร่างของพระองค์อยู่ในโลงหิน[1] ครั้งนี้พระเจ้าเฟรตเดอริคจึงให้เอาร่างของพระเจ้าชาร์เลอมาญใส่โลงหินที่ทำจากหินอ่อนจากเปอร์เซีย ซื่งเชื่อกันว่าเป็นโลงที่ใช้ฝังออกัสตุส ซีซาร์ พอถึงปี ค.ศ. 1215 (พ.ศ. 1758) พระเจ้าฟรีดริชที่ 2 ก็ย้ายพระศพใส่หีบใหม่ที่ทำจากเงินและทอง

ธรรมาสน์ฝังอัญมณี

[แก้] วิหารพระแม่มารี

วิหารพระแม่มารี (Shrine of St Mary) ตั้งอยู่ภายในตัววัดทางด้านบริเวณพิธี (chancel) สร้างระหว่างปี ค.ศ. 1220 - 1239 (พ.ศ. 1763 - 1782) ภายในตกแต่งด้วยรูปปั้นของ พระเยซู พระแม่มารี พระเจ้าชาร์เลอมาญ พระสันตะปาปาลีโอที่ 3 และสาวกสิบสององค์ ภายในวิหารมีวัตถุมงคลที่เชื่อกันว่าเคยเป็นของคนสำคัญทางคริสต์ศาสนา สองสามอย่างคือ เสื้อคลุมของพระแม่มารี ผ้าของพระเยซู และ เสื้อที่นักบุญจอห์นแบ็พทิสต์ (John the Baptist) ใส่วันที่ท่านถูกตัดหัว ตั้งแต่ปีค.ศ. 1349 เป็นต้นมาทางวัดก็จะเอาสิ่งสำคัญเหล่านี้ออกมามาตั้งแสดงนอกวิหารเพื่อให้นักแสวงบุญชื่นชมทุก 7 ปี ครั้งสุดท้ายที่เอาออกมาตั้งแสดงก็เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550)

เพราะความสำคัญของเมืองอาเคิน ทำให้เมืองนี้ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเป็นสถานที่แรกของประเทศเยอรมนีที่ได้ขึ้นทะเบียน

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ Chamberlin, Russell, The Emperor Charlemagne, pp. 222-224

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

Commons
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ:
มหาวิหารอาเคิน

[แก้] รูปภาพ

เครื่องมือส่วนตัว