แผนผังมหาวิหาร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ผังของมหาวิหารอาเมียง ที่ประเทศฝรั่งเศส แสดงให้เห็นเสาใหญ่รับน้ำหนักหอด้านหน้าวัด; แขนกางเขนสั้น; ชาเปล 7 ชาเปล ที่เรียกว่า “chevet” รอบมุขโค้งด้านสกัดออกมาจากจรมุข

แผนผังมหาวิหาร (อังกฤษ: Cathedral diagram, Cathedral plan, Cathedral floorplan) แสดงให้เห็นลักษณะโครงสร้างและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของมหาวิหารในยุโรปตะวันตก แผนผังจะแสดงกำแพง แนวเสาทำให้เห็นโครงสร้าง เส้นสองเส้นบนกำแพงด้านนอกคือหน้าต่างกระจก เส้น x เป็นสัญลักษณ์สำหรับเพดานโค้ง ตามปกติผังของวัดทางคริสต์ศาสนาจะวางเหมือนการวางแผนที่ ด้านเหนืออยู่บน ด้านตะวันตกถือกันว่าเป็นด้านหน้าของวัด ด้านตะวันออกที่เป็นบริเวณที่ทำคริสต์ศาสนพิธีอยู่ทางขวา

ด้านหน้าของวัด[แก้]

ด้านหน้าของวัดที่เรียกว่า “มุขตะวันตก” (West front) เพราะตำแหน่งที่ตั้งของมหาวิหารมักจะเป็นแนวตะวันตกตะวันออก ด้านตะวันตกถือว่าเป็นด้านหน้าของวัด บางวัดที่ไม่สามารถวางตามทิศที่ว่าก็ยังเรียกด้านหน้าวัดว่า “มุขตะวันตก” ด้านนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่สุดภายนอกของวัดและจะมีการตกแต่งมากที่สุดและจะมีประตูใหญ่สำหรับขบวนพิธี ส่วนใหญ่จะมีสามประตูและมักจะตกแต่งด้วยกลุ่มรูปปั้นรอบประตู ทำด้วยหินอ่อน หรือหินที่แกะสลักอย่างวิจิตร เหนือประตูเป็นสามเหลี่ยมมักจะเป็นภาพแกะสลักใหญ่ ที่นิยมแกะกันคือ “การตัดสินครั้งสุดท้าย” (The Last Judgment) เหนือประตูขึ้นไปบางครั้งจะมีหน้าต่างใหญ่ หรือบางทีก็จะมีหน้าต่างกลมใหญ่เหมือนล้อที่เป็นหิน “ฉลุ” ตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า หน้าต่างกุหลาบ หรือรูปปั้นเรียงรายเป็นแถวอย่างเช่นที่มหาวิหารซอลสบรีหรือมหาวิหารเวลส์ นอกจากนั้นมักจะมีหอคอยสองหอขนาบเช่นที่มหาวิหารน็อทร์-ดามที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ด้านหน้ามหาวิหาร[แก้]

ผังของมหาวิหารซอลสบรีที่เป็นกางเขน สองชั้น

ด้านหน้าวัดหรือด้านที่มีการตกแต่งจะเรียกกันว่า Facade หรือ façade ตามความหมายของศัพท์บัญญัติของราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายไว้ว่า “ด้านหน้าวัด” ซึ่งถ้ากล่าวถึงมหาวิหารจะเป็นความหมายที่ออกจะกำกวม เพราะคำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศส “frontage” หรือ “หน้า” ซึ่งด้านหน้าที่กล่าวถึงนี้หมายถึงด้านนอกด้านใดด้านหนึ่งของสิ่งก่อสร้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นด้านหน้าของตัวอาคารจริงๆ แต่ก็จะไม่เสมอไป “facade” อาจจะอยู่ด้านข้างหรือด้านหลังของมหาวิหารก็ได้ เช่นที่มหาวิหารอาเมียงที่ประเทศฝรั่งเศสที่มีการตกแต่ง “facade” ถึงสามด้าน

โถงทางเข้าโบสถ์[แก้]

โถงทางเข้าโบสถ์” (อังกฤษ: narthex) คือบริเวณทางเข้าที่เป็นบริเวณรับรองที่ตั้งอยู่ตอนปลายสุดของบริเวณกลางโบสถ์ด้านตรงข้ามกับบริเวณที่ตั้งของแท่นบูชาเอกที่ไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวสิ่งก่อสร้างหลัก ตามธรรมเนียมเป็นบริเวณสำหรับผู้ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าร่วมพิธีกับศาสนิกชนที่เป็นสมาชิกของวัดอื่น ๆ เช่นผู้ที่ยังไม่ได้รับศีลจุ่มหรือผู้ที่มีความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งในการเข้าร่วมพิธีในบริเวณที่จัดให้เฉพาะ

บริเวณกลางโบสถ์[แก้]

บริเวณกลางโบสถ์” (อังกฤษ: nave) หรือ “โถงกลาง” เป็นเนื้อที่หลักของตัวมหาวิหารจะเป็นส่วนที่แล่นยาวจากตะวันตกไปตะวันออก หรือจากประตูทางเข้าวัดไปจนถึงบริเวณประกอบพิธีกรรม เป็นพื้นที่สำหรับคริสต์ศาสนิกชนผู้มาเข้าร่วมพิธีศาสนาในมหาวิหารนั้น

คำว่า “nave” มาจาก ภาษาละติน แปลว่าเรือ มหาวิหารก็เปรียบเหมือนเรือสำหรับบรรทุกผู้ศรัทธาในพระเจ้าฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิต นอกจากนั้นเพดานไม้ของวัดใหญ่ ๆ จะมีลักษณะเหมือนท้องเรือ [1]

ช่องทางเดินข้าง[แก้]

ผังของมหาวิหารมึนสเตอร์ ประเทศเยอรมนี แสดงให้เห็นชาเปลรอบจรมุขทางด้านหลังของวัด และมุขเล็กด้านหน้าวัด ด้านเหนือเป็นระเบียงคด

“ช่องทางเดินข้าง” (อังกฤษ: aisle) วัดยุคแรก ๆ จะไม่มีทางเดินข้างแต่เมื่อมีผู้ร่วมศรัทธาเพิ่มมากขึ้นทางวัดก็ต้องขยายให้กว้างขึ้นโดยเพิ่มทางเดินสองข้างประกบทางเดินกลาง แยกจากทางเดินกลางด้วยแนวเสาหรือซุ้มโค้ง ส่วนใหญ่เพดานเหนือทางเดินข้างจะมีระดับต่ำกว่าทางเดินกลาง “ทางเดินข้าง” ช่วยแบ่งเบาการจราจรจาก “ทางเดินกลาง” โดยเฉพาะเมื่อวัดแน่นไปด้วยผู้เข้าร่วมพิธี นอกจากนั้นยังช่วยทำให้สิ่งก็สร้างแข็งแรงขึ้นเพราะจะใช้เป็นผนังค้ำที่ยันผนังภายในไว้ในตัวทำให้ตัวสิ่งก่อสร้างสามารถรับน้ำหนักกดทับจากหลังคาที่มักจะทำด้วยหินได้

มุขข้างโบสถ์[แก้]

“มุขข้างโบสถ์” หรือ “ปีกซ้ายขวา” (อังกฤษ: transept) ส่วนขวางที่ตัดกับบริเวณกลางโบสถ์ มหาวิหารในประเทศอังกฤษบางแห่งก็จะมีปีกซ้ายขวาซ้อนกันสองชั้นที่เป็นลักษณะเอกลักษณ์ของการสร้างมหาวิหารของอังกฤษเช่นที่มหาวิหารซอลส์บรี

จุดตัด[แก้]

ชาเปลที่กระจายออกไปจากมุขตะวันออกของมหาวิหารอาเมียง ที่เรียกว่า “ชาเปลดาวกระจาย” (Chevet)
Catedral de Jaen ประเทศสเปนซึ่งไม่มีมุขโค้งด้านตะวันออกอย่างวิหารอื่นและโครงสร้างสั้น

จุดตัด” (อังกฤษ: crossing) คือจุดที่แขนกางเขนหรือปีกซ้ายขวาตัดกับทางเดินกลาง เหนือจุดตัดมักจะเป็นหอที่มียอดแหลม หรือยอดแหลมเฉยๆ ที่เรียกว่า “มณฑป” (fleche) ที่อาจจะทำด้วยไม้ หิน หรือโลหะก็ได้ เช่นที่มหาวิหารโอเทิง ประเทศฝรั่งเศส หรือมหาวิหารซอลส์บรีที่มีหอทำด้วยหินสูงที่สุดในสหราชอาณาจักรอังกฤษ (404 ฟุต) หรืออาจจะเป็นโดม หรือเป็นหอเฉย ๆ ที่ไม่มียอดก็ได้ เช่น ที่มหาวิหารวินเชสเตอร์ อังกฤษ ถ้าหอเป็นแบบโปร่งซึ่งสามารถให้แสงส่องลงมากลางวัดได้ก็เรียกว่า “หอตะเกียง” เช่น ที่มหาวิหารบูร์โกส ประเทศสเปน

ด้านหลังวัด[แก้]

“บริเวณพิธี” หรือ “East end” คือบริเวณจากทางเดินกลางไปจนจรดท้ายสุดของวัด ตอนปลายอาจจะเป็นรูปโค้งเว้าเป็นแฉกออกมาอย่างมหาวิหารอาเมียงหรือเป็นป้านสี่เหลี่ยมอย่างของมหาวิหารซอลสบรีเช่นในรูปก็ได้ บริเวณนี้จะเป็นบริเวณที่สำคัญที่สุดของวัดเพราะเป็นที่ตั้งของแท่นบูชาหลัก บริเวณประกอบพิธีทางศาสนา ที่นั่งของนักบวชและผู้ร้องเพลงสวด ที่ตั้งของชาเปล หรือ คูหาสวดมนต์ ทางเดินรอบมุข อนุสาวรีย์ของคนสำคัญๆ ที่เก็บวัตถุมงคล และที่เก็บสิ่งของมีค่าของวัด จะเป็นส่วนที่แตกต่างจากกันมากที่สุดทางรูปทรงสถาปัตยกรรม

บริเวณร้องเพลงสวด[แก้]

บริเวณร้องเพลงสวด” (อังกฤษ: choir, quire) เป็นบริเวณที่ใช้เป็นที่นั่งของนักบวชและสำหรับร้องเพลงสวดซึ่งมักจะเป็นผู้ชายหรือเด็กผู้ชาย บริเวณนี้อาจจะแยกจากทางเดินกลางด้วยฉากขวางที่อาจจะทำด้วยไม้ฉลุอย่างละเอียด หรือฉากที่ทำด้วยหินแกะสลัก ในบริเวณนี้ในบางมหาวิหารจะมีที่นั่งจะเป็นไม้สลักเสลาอย่างงดงามเช่นที่มหาวิหารเอ็กซีเตอร์ นอกจากนั้นก็อาจจะเป็นที่ตั้งของออร์แกนและบัลลังก์ของบาทหลวง

มุขโค้งด้านสกัด[แก้]

มุขโค้งด้านสกัด” (อังกฤษ: apse) เป็นมุขครึ่งวงกลมมักจะเป็นที่ตั้งแท่นบูชาเอก และบัลลังก์หรืออาสนะบาทหลวง มุขด้านตะวันออกได้รับอิทธิพลมาจากการก่อสร้างแบบบาซิลิกาของโรมัน ซึ่งจะเป็นลักษณะโค้งยื่นออกไปจากตัวสิ่งก่อสร้างทางด้านหลัง

จรมณฑล[แก้]

จรมณฑล” (อังกฤษ: ambulatory) คือทางเดินรอบด้านหลังมุขตะวันออกของตัวมหาวิหาร ขนาดจรมุขของมหาวิหารที่มีวัตถุมงคลจะกว้างเพื่อให้ผู้มีศรัทธาได้เข้ามาสักการะวัตถุมงคลที่ประสงค์จะมาเยี่ยมชม

ชาเปลหรือคูหาสวดมนต์[แก้]

ด้านขวางของมหาวิหารอาเมียง

ชาเปล” หรือ “คูหาสวดมนต์” (อังกฤษ: chapel) มักจะตั้งอยู่ระหว่างช่วงทางเดินข้างของมหาวิหารเป็นระยะๆ หรือสร้างรอบมุขด้านตะวันออกที่เรียกกันว่า “ชาเปลดาวกระจาย” ( “Radiatiating chapels” หรือ “Chevet”) ซึ่งเป็นรัศมียื่นออกไปจากด้านหลังของวัด เช่นที่ มหาวิหารอาเมียง ขนาดของชาเปลจะไม่ค่อยเท่ากัน การตกแต่งก็ไม่เท่าเทียมกันแล้วแต่ฐานะของผู้ศรัทธา บางครอบครัวที่มั่งคั่งหน่อยก็จะทำอย่างหรูหราเป็นคูหาสวดมนต์ส่วนตัวไปเลย

ครีบยัน[แก้]

ครีบยัน” (อังกฤษ: buttress) เป็นกำแพงที่สร้างขึ้นเพื่อรับน้ำหนักของหลังคาและกำแพงของมหาวิหาร มาถึงสมัยกอธิค ครีบยันจะเป็นแบบปีกกางออกมาที่เรียกว่า ครีบยันลอย นอกจากมีประโยชน์ในการช่วยแบ่งรับน้ำหนักจากกำแพงแล้วยังใช้เป็นเครื่องตกแต่งทางสถาปัตยกรรมด้วย

อ้างอิง[แก้]

  1. W. H. Auden, "Cathedrals, Luxury liners laden with souls, Holding to the East their hulls of stone"

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Cathedral plans