กินทามะ
| กินทามะ | |
โปสเตอร์ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องกินทามะ |
|
| ชื่อไทย | กินทามะ |
| ชื่อญี่ปุ่น | 銀魂 |
| ชื่ออังกฤษ | Gin Tama |
| ประเภท | โชเน็น |
| แนว | ตลก, ต่อสู้, ไซไฟ |
| มังงะ กินทามะ |
|
| เขียนเรื่อง | ฮิเดอากิ โซราจิ |
| สำนักพิมพ์ | |
| ลง | |
| เมื่อ | |
| จำนวนเล่ม | |
| โอวีเอ กินทามะ |
|
| สร้างสรรค์ | ซันไรส์ |
| ตอน | 1 ตอน |
| เผยแพร่ | ธันวาคม พ.ศ. 2547 |
| ความยาว | 33 นาที |
| ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์ กินทามะ |
|
| ผู้กำกับ | ชินจิ ทากามัตสึ (ตอนที่ 1-105) โยอิจิ ฟูจิตะ (ตอนที่ 100-201) |
| ผลิตโดย | ซันไรส์ |
| ลิขสิทธิ์ |
|
| ฉายทาง |
|
| ฉายครั้งแรก | |
| จำนวนตอน | |
| นวนิยาย 3-Nen Z-Gumi GinPachi-sensei |
|
| เขียนเรื่อง | โทโมฮิโตะ โอซากิ |
| เขียนภาพ | ฮิเดอากิ โซราจิ |
| ตีพิมพ์ | |
| ตีพิมพ์เมื่อ | 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 – ปัจจุบัน |
| จำนวนเล่ม | 5 |
| โอวีเอ ชิโระยะฉะ โคทัน |
|
| สร้างสรรค์ | ซันไรส์ |
| ตอน | 1 ตอน |
| เผยแพร่ | ธันวาคม พ.ศ. 2550 |
| ความยาว | 10 นาที |
| อะนิเมะ กินทามะ เดอะมูฟวี่ กำเนิดใหม่ดาบเบนิซากุระ |
|
| กำกับ | ชินจิ ทากามัตสึ |
| ผลิต | ซันไรส์ |
| ลิขสิทธิ์ | |
| เผยแพร่ | 24 เมษายน พ.ศ. 2553 |
| ยาว | 95 นาที |
| ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์ โยรินุกิ กินทามะ-ซัง |
|
| ผู้กำกับ | โยอิจิ ฟุจิตะ |
| ผลิตโดย | ซันไรส์ |
| ฉายทาง | ทีวีโตเกียว |
| ฉายครั้งแรก | 5 เมษายน พ.ศ. 2553 - 28 มีนาคม พ.ศ. 2554 |
| จำนวนตอน | 51 |
| ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์ กินทามะ' |
|
| ผู้กำกับ | โยอิจิ ฟูจิตะ |
| ผลิตโดย | ซันไรส์ |
| ฉายทาง | |
| ฉายครั้งแรก | 4 เมษายน พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน |
| จำนวนตอน | 32 ตอน |
| รูปแบบอื่นๆ | |
|
|
|
กินทามะ (ญี่ปุ่น: 銀魂 Gin Tama งิงทะมะ, "จิตวิญญาณสีเงิน" ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น เขียนโดย ฮิเดอากิ โซราจิ เริ่มลงตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นจัมป์ ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2546 และลงตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ได้รับการจัดพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูนมาแล้ว 42 เล่ม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับซากาตะ กินโทกิ อดีตซามูไรที่ทำอาชีพรับจ้างอิสระ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีพในยุคที่ซามูไรตกต่ำเนื่องจากการรุกรานของมนุษย์ต่างดาว เนื้อเรื่องเป็นการผสมผสานระหว่างแนวย้อนยุคและแนววิทยาศาสตร์ ลักษณะแนวเรื่องเป็นแนวตลกและต่อสู้
ออริจินอลวิดีโอแอนิเมชัน (โอวีเอ) ของการ์ตูนกินทามะ ผลิตโดยบริษัทซันไรส์ ได้รับการฉายในงานจัมป์เฟสต้า 2006 อะนิเมะทัวร์ ในปี พ.ศ. 2548 หลังจากนั้นบริษัทซันไรส์ได้นำการ์ตูนกินทามะมาจัดทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนฉายทางช่องทีวีโตเกียว ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2549 ถึงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553 รวมจำนวนตอนทั้งสิ้น 201 ตอน และได้มีการออกอากาศภาคต่อของภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะ โดยใช้ชื่อว่า กินทามะ' (มีเครื่องหมายอะพอสทรอฟีปรากฏหลังคำว่า กินทามะ) ออกอากาศตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554 จนถึงปัจจุบัน
ในญี่ปุ่น กินทามะเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ติดอันดับใน 10 อันดับแรกของการ์ตูนที่มียอดขายสูงสุด กระแสตอบรับของการ์ตูนกินทามะมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ด้านบวกคือความชื่นชอบเนื้อหาที่ตลกขบขันและมีเนื้อเรื่องที่สนุกตื่นเต้น ส่วนกระแสด้านลบคือด้านลายเส้นของการ์ตูน
นอกจากหนังสือและภาพยนตร์การ์ตูนแล้ว ปัจจุบัน กินทามะยังออกมาในรูปของสื่ออื่น ได้แก่ ไลท์โนเวล และวิดิโอเกมส์อีกด้วย รวมถึงกูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์จอเงินโดยใช้ชื่อว่า กินทามะ เดอะมูฟวี่ กำเนิดใหม่ดาบเบนิซากุระ ซึ่งได้ออกฉายที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553
ในประเทศไทย กินทามะได้รับลิขสิทธิ์หนังสือการ์ตูนโดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ ตีพิมพ์รายสัปดาห์ในนิตยสารการ์ตูนซีคิดส์ และตีพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูนรวมเล่มมาแล้ว 37 เล่ม ส่วนภาพยนตร์การ์ตูนได้รับลิขสิทธิ์โดยบริษัท ทีไอจีเอ มีการวางจำหน่ายทั้งในรูปแบบวีซีดีและดีวีดี ในปัจจุบัน และออกอากาศทางโทรทัศน์ในประเทศไทยที่ช่องการ์ตูนคลับแชนแนล เริ่มออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553 นอกจากนี้ ยังมีการออกอากาศกินทามะภาค 2 ในช่องทรู สปาร์ก โดยใช้ทีมพากย์ที่แตกต่างจากทีมพากย์ของบริษัททีไอจีเอ สำหรับภาพยนตร์ กินทามะ เดอะมูฟวี่ กำเนิดใหม่ดาบเบนิซากุระ ได้มีการซื้อลิขสิทธิ์เพื่อการวางจำหน่ายประเทศไทยโดยบริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์
เนื้อหา |
[แก้] เนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องมีฉากในเมืองเอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน เอโดะเปลี่ยนชื่อเป็นโตเกียวในปี พ.ศ. 2405) ประเทศญี่ปุ่น ในยุคเอโดะ ยุคที่มนุษย์ต่างดาวที่เรียกกันว่า ชาวสวรรค์ ได้มาตั้งรกรากบนโลกมนุษย์ ชาวสวรรค์ได้ออกคำสั่งริบยศถาบรรดาศักดิ์และยึดดาบของซามูไรไป ทำให้ยุครุ่งเรืองของซามูไรได้จบสิ้นลง ชาวสวรรค์ได้มีอำนาจเหนือเอโดะมากยิ่งขึ้น แต่ยังมีคนหนึ่งที่ยังยึดมั่นในจิตวิญญาณของซามูไร เขาชื่อ ซากาตะ กินโทกิ เคยเป็นนักรบซามูไรต่อต้านชาวสวรรค์ ปัจจุบันเปิดร้านรับจ้างสารพัด มีผู้ช่วยคือ ชิมูระ ชินปาจิ หนุ่มแว่นที่ทำงานเพื่อเรียนรู้จิตวิญญาณของซามูไร และคางุระ เด็กหญิงชาวสวรรค์เผ่ายาโตะ ทั้งสามทำงานรับจ้างเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเช่าบ้านและเลี้ยงชีวิตในยุคมืดของซามูไร
นอกจากเรื่องราวการทำงานรับจ้างต่างๆ กินโทกิและลูกน้องยังได้รู้จักกับกลุ่มตำรวจพิเศษติดอาวุธชินเซ็นงุมิ บางครั้งทั้งสองฝ่ายจะทะเลาะกัน บางครั้งจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เรื่องราวของพวกเขายังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน เช่น คาซึระ โคทาโร่ นักรบขับไล่ต่างแดนซึ่งเป็นเพื่อนของกินโทกิและเป็นอาชญากรมีประกาศจับ ซารุโทบิ อายาเมะ นินจาสาวสายตาสั้นที่หลงรักกินโทกิ เป็นต้น ส่วนตัวละครตัวร้ายของเรื่องคือทากาสุงิ ชินสุเกะ หัวหน้ากลุ่มนักรบขับไล่ต่างแดนที่มีชื่อกลุ่มว่ากองทหารอสุรา เขาเป็นนักรบขับไล่ต่างแดนที่มีหัวรุนแรงกว่าคาซึระ และต้องการจะทำลายเอโดะให้ราบคาบ
[แก้] ตัวละคร
ดูตัวละครทั้งหมดได้ที่ ตัวละครในกินทามะ
ตัวละครส่วนใหญ่ในการ์ตูนกินทามะได้ต้นแบบจากบุคคลในประวัติศาสตร์จริง โดยเฉพาะตัวละครในกลุ่มชินเซ็นงุมิที่ได้ต้นแบบจากกองกำลังชินเซ็นงุมิในประวัติศาสตร์จริง
[แก้] ร้านรับจ้างสารพัดกินจัง
ตัวละครหลักในการ์ตูนเรื่องกินทามะ เป็นนักรับจ้างสารพัดที่รับจ้างทำทุกอย่าง เพื่อนำเงินค่าจ้างจากการทำงานมาจ่ายค่าเช่าร้าน ประกอบด้วยสมาชิก 3 คน (และ 1 ตัว) ได้แก่
ตัวละครเอกของเรื่อง เป็นเจ้าของร้านรับจ้างสารพัด และในอดีตเคยเป็นสมาชิกของกลุ่มนักรบขับไล่ต่างแดน ซึ่งเป็นซามูไรที่ต่อสู้เพื่อขับไล่ชาวสวรรค์ออกจากเอโดะ แต่เมื่อเพื่อนเกือบทุกคนตายลง ก็ได้รู้ว่าไม่สามารถปกป้องทุกสิ่งได้ เป็นคนหน้าเหมือนปลาตาย (หน้านิ่งและดูไร้อารมณ์) เป็นคนกวนๆและถ้าไม่กินของหวานจะไม่มีเรี่ยวแรง เป็นคู่กัดกับฮิจิคาตะ โทชิโร่ และชินเซ็นงุมิโดยเฉพาะโอคิตะ โซโกะมักจะเรียกเขาว่า "ลูกพี่"
ลูกชายของเจ้าของโรงฝึกดาบที่ปิดตัวลงเพราะบัญญัติการห้ามใช้ดาบ แล้วต่อมาได้เห็นจิตวิญญาณในตัวกินโทกิ จึงได้มาทำงานเป็นลูกจ้างของกินโทกิ ใส่แว่นจนเป็นจุดเด่น แต่ก็บทไม่เด่นนัก มักจะเป็นคนตบมุข
เด็กหญิงชาวสวรรค์ชนเผ่ายาโตะที่เดินทางมาที่โลกเพื่อหางานทำ แล้วจึงมาเป็นลูกจ้างอีกคนของกินโทกิ ชอบแต่งกายคล้ายคนจีน และมีกำลังมหาศาล ชอบพูดลงท้ายว่า "น่อ" โดนเรียกว่า"ยัยเด็กสาหร่ายดอง"อยู่เรื่อยๆ
เป็นสุนัขตัวใหญ่สีขาว ความจริงเป็นอินุงามิ (สุนัขเทพ) เป็นผู้เฝ้าทวารมังกรในเอโดะ แต่เมื่อชาวสวรรค์รุกราน จึงได้นำทวารมังกรมาเป็นพลังงานให้ท่าเรือ ทำให้อินุงามิไม่มีประโยชน์อีกต่อไป เลยโดนมิโกะผู้เลี้ยงดู (อาเนะ และ โมเนะ) มาทิ้งให้ร้านรับจ้างสารพัดเลี้ยงดู จะคืนร่างจริงก็ต่อเมื่อกินเลือดของแพะ (นมสด) และผลไม้สีแดง (สตอเบอร์รี่)
[แก้] กองตำรวจติดอาวุธ ชินเซ็นงุมิ
นักรับจ้างสารพัดทั้งสาม บางครั้งต้องมาเกี่ยวข้องกับกลุ่มชินเซ็นงุมิ ซึ่งเป็นกองกำลังตำรวจพิเศษติดอาวุธ มีสมาชิกหลักๆได้แก่
หัวหน้ากลุ่มชินเซ็นงุมิ มีหน้าตาไม่ค่อยดีและมักถูกล้อว่าเป็นกอริลลาเป็นคนที่เห็นแต่ข้อดีของผู้อื่น ชอบโอทาเอะและทำตัวเป็นสตอล์กเกอร์ (โรคจิตชอบติดตาม) เคยเป็นหัวหน้าโรงฝึก
รองหัวหน้ากลุ่มชินเซ็นงุมิ เป็นคนที่ชอบรับประทานมายองเนส (มายองเลอร์) ฉะนั้นถึงหน้าตาดีแต่เมื่อสาวๆเห็นกินมายองเนสเข้าก็คายของเก่าทุกราย (ยกเว้น คุริโกะ ลูกสาวของป๋ามัตสึไดระ , มิตสึบะ พื่สาวของโซโกะ)
หัวหน้าหน่วยที่ 1 แห่งกลุ่มและนักดาบอันดับหนึ่งแห่งชินเซ็นงุมิ ภายนอกมีนิสัยคล้ายเด็กๆ แต่แท้จริงแล้วชอบความรุนแรง
หน่วยสอดแนมของทางชินเซ็นงุมิ ชอบเล่นแบดมินตั้น เป็นพวกบทจืดคล้ายๆชินปาจิ ใช้ไม้แบดมินตันเป็นอาวุธแทนดาบ
หัวหน้ากองชินเซ็นงุมิ เป็นคนเก็บคอนโด้มาเลี้ยง ห่วงลูกสาวมาก ใส่แว่นกันแดดตลอดเวลา แต่ก็เป็นคนที่โหดมากๆ
[แก้] ลักษณะการดำเนินเรื่อง
ลักษณะการดำเนินเรื่องหลักคือการใช้มุกตลกในการดำเนินเรื่อง ต่อมาเมื่อฮิเดอากิเขียนการ์ตูนกินทามะเป็นปีที่สอง เขาเริ่มใส่ความเป็นดรามาลงในการ์ตูนกินทามะ โดยคงความเป็นการ์ตูนตลกไว้ มุกตลกส่วนมากในเรื่องมีลักษณะล้อเลียนวัฒนธรรม ตัวละครหรือล้อเลียนการ์ตูนเรื่องอื่น
เนื้อเรื่องของกินทามะส่วนใหญ่จะจบในตอน แต่ก็มีเนื้อเรื่องบางช่วงจะมีเรื่องราวต่อเนื่องไปหลายตอน ซึ่งมักจะเน้นความเป็นดราม่าและแอ็คชั่น เช่น ภาคการกำเนิดดาบเบนิซากุระ ซึ่งมีความยาวตั้งแต่เล่มที่ 11 ไปจนถึงเกือบครึ่งเล่ม 12 เลยทีเดียว ซึ่งภาคนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์กินทามะเรื่องแรกในชื่อ GINTAMA The Movie: Shinyaku benizakura Hen (ญี่ปุ่น: 劇場版 銀魂 新訳紅桜篇 เงะคิโจบัง งิงทะมะ ชิงยะคุเบะนิซะคุระเฮ็ง, ภาพยนตร์จอเงิน กินทามะ บทเบนิซากุระ โฉมใหม่ ?) โดยมีตัวละครใหม่เพิ่มขึ้นมา และยังได้สอดแทรกอดีตของพวกกินโทกิในสมัยเด็กไว้เล็กน้อยด้วย
[แก้] ประวัติการสร้าง
ฮิเดอากิ โซราจิ นักเขียนการ์ตูนผู้เขียนเรื่องกินทามะ ได้ความคิดเรื่องกินทามะ จากคำแนะนำของบรรณาธิการให้เขียนการ์ตูนเกี่ยวกับชินเซ็นงุมิ เขาจึงมีความคิดที่จะเขียนการ์ตูนแนวผสมผสานระหว่างแนวญี่ปุ่นย้อนยุคกับแนวนิยายวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็คือเรื่องกินทามะในเวลาต่อมา
[แก้] รายชื่อตอน
ดูบทความหลักที่ รายชื่อตอนของกินทามะ (มังงะ) และ รายชื่อตอนของกินทามะ (อะนิเมะ)
ชื่อตอนของกินทามะจะมีลักษณะพิเศษคือ มีชื่อตอนทีมีความยาวมาก มีลักษณะคล้าย ๆ สุภาษิต และดูเหมือนไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องในบางตอน แต่จริง ๆ แล้ว ชื่อตอนมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บางส่วนในตอนนั้น ๆ แต่อาจจะเป็นส่วนที่สั้น ๆ หรือไม่ค่อยมีความสำคัญ
[แก้] รูปแบบต่าง ๆ
[แก้] หนังสือการ์ตูน
การ์ตูนเรื่องกินทามะเริ่มลงตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นจัมป์ ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2546[1] จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนตอนมากกว่า 200 ตอน และตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2547[2] จนถึงปัจจุบัน ออกมาถึงเล่มที่ 41[3] นอกจากนี้ สำนักพิมพ์ชูเอฉะยังลงกินทามะลงตอนแรกในหน้าเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ[4]
ในอเมริกาเหนือ กินทามะได้รับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์วิซมีเดีย ตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นจัมป์ระหว่าง เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2550 และตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มตั้งแต่วันที่ 3กรกฎาคม พ.ศ. 2550[5] จนถึงปัจจุบัน ออกมาถึงเล่มที่ 20 [6]
ในประเทศไทย กินทามะได้ลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ ตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนซีคิดส์รายสัปดาห์ และตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มตั้งแต่ พ.ศ. 2548[7] จนถึงปัจจุบัน ออกมาถึงเล่มที่ 37[8]
หนังสือการ์ตูนกินทามะที่ตีพิมพ์แล้วในประเทศไทย 37 เล่ม มีชื่อปกบนแต่ละเล่มดังนี้
- คนดีมักเป็นคนผมหยักศกตามธรรมชาติ
- ความมานะบากบั่นและความดื้อด้านต่างกันเพียงกระดาษกั้น
- มาลองคิดดูแล้ว ชีวิตคนเราหลังจากกลายเป็นคุณลุงเนี่ยมันนานกว่าตอนหนุ่มไม่ใช่เรอะ!! น่ากลั๊ว น่ากลัว
- คนเป็นพ่อลูกมักเกลียดอะไรเหมือนๆ กัน
- ระวังสายพานให้ดี
- มีสิ่งที่ดาบฟาดฟันไม่ได้อยู่
- เรื่องไร้สาระเนี่ยจำกันแม่นซะจริง
- แฟนของลูกสาวต้องเขกซักโป๊ก
- ถ้าริจะเที่ยวคาบาเร่ต์อายุจะต้องถึง 20 ขวบก่อนนะ
- แมลงตัวเล็กๆ ก็มีจิตวิญญาณเหมือนกัน
- อาทิตย์ยังทอแสง
- ถ้าเร่งนักก็วิ่งเข้า
- ศัตรูเมื่อวาน วันนี้ก็ยังเป็นศัตรูเหมือนเดิม
- เมื่อสี่คนเรียงหน้า จะเกิดเชาว์ปัญญามากมาย
- รอยยิ้มคือการตกแต่งใบหน้าที่ดีที่สุดของผู้หญิง
- ผู้หญิงที่พูดว่าระหว่างฉันกับงานอันไหนสำคัญกว่ากัน ต้องโดนท่าเยอรมันซูเพล็กซ์
- ควรเล่นเกมส์แค่วันละหนึ่งชั่วโมง
- เหล่าบุรุษทั้งหลายจงเป็นลูกผู้ชายที่ไม่ยอมแพ้
- นักวางแผนมักตกหลุมพราง
- ก่อนหน้าจะเข้าสู่ช่วงหยุด ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด
- แม้สะโพกจะบิดเบี้ยว แต่ก็จะเดินเป็นเส้นตรง
- คนเรามักมีแรงผลักดันอยู่ที่หัวใจเสมอ...
- เมื่อถึงที่หมายในการไปเที่ยว มักมีเรื่องให้ทะเลาะกัน
- มีบางเรื่องที่แม้นพบกันแล้วก็ไม่อาจจะเข้าใจ...
- หนังสือที่ใช้หน้าคู่เยอะๆเนี่ยเหมือนหนังสือการ์ตูนเลยเนอะ
- การดื่มเหล้าตอนกลางวันจะได้รสชาติที่แตกต่างไป
- สวรรค์ไม่ได้สร้างสรรค์ยอดคน แต่เป็นผู้ประดิษฐ์ทรงผม
- ยามเข้าไปในร้านแผงลอยจะพบความกล้าที่แสนบอบบาง
- แมงมุมยามราตรีมักไม่น่าอภิรมย์
- ความยิ่งใหญ่ของวงหัวนมกับความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ถือเป็นความสัมพันธ์ที่ผกผันของซึ่งกันและกัน
- การลงคะแนนวัดความนิยมน่ะเรอะ ก็แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง
- แมวเถื่อนแห่งคาบุกิโจคือเพลงช้าแต่ก็มีจังหวะหนักแน่น...
- ไม่ว่าใครก็อยากแข็งแกร่งและงดงามในหนึ่งเดียว
- ในเมืองที่ไร้ขื่อแป มักมีแต่พวกเฮฮาไปวันๆ มารวมตัวกัน
- เป็นเกียรติที่ได้พบและรู้จัก
- อายุขัยไร้กำหนด
- เมื่อหมดช่วงหยุดพักฤดูร้อน เราจะมองเห็นทุกคนเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมานิดหนึ่ง
[แก้] การนำเสนอเนื้อหาข้ามเรื่อง
การ์ตูนชุด กินทามะ ได้มีการตีพิมพ์ตอนพิเศษซึ่งมีเนื้อหาข้ามเรื่อง (Crossover) กับการ์ตูนชุด "สเก็ต ดานซ์" ในโชเน็นจัมป์ฉบับที่ 18/2011 ประจำวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554 เพื่อการประชาสัมพันธ์แอนิเมชั่นชุดใหม่ของกินทามะ และแอนิเมชั่นชุดแรกของเรื่องสเก็ต ดานซ์ ซึ่งเริ่มฉายเมื่อต้นเดือนเมษายนปีเดียวกัน โดยการ์ตูนข้ามเรื่องของกินทามะและสเก็ต ดานซ์ แบ่งออกเป็นสองตอน คือ สเก็ต ดานซ์ ตอนที่ 180 "กินทามะ x สเก็ต ดานซ์" (นับลำดับตอนต่อเนื่องกับการ์ตูนในชุดของตัวเอง) และกินทามะตอนพิเศษ "สเก็ต ดานซ์ x กินทามะ" โดยมีผู้เขียนเรื่องต้นฉบับของแต่ละเรื่อง (เคนตะ ชิโนฮาระ จากเรื่องสเก็ต ดานซ์ และฮิเดอากิ โซราจิ จากเรื่องกินทามะ) รับผิดชอบในเนื้อหาการ์ตูนชุดของตนเอง [9]
เนื้อหาของการ์ตูนข้ามเรื่องชุดนี้เริ่มขึ้นในการ์ตูนชุดสเก็ต ดานซ์ ตอนที่ 180 "กินทามะ x สเก็ต ดานซ์" โดยที่ตัวละครหลักของเรื่องกินทามะ (กินโทกิ, คางุระ, ชินปาจิ) ได้ข้ามมิติด้วยเครื่องย้ายมวลสารมายังห้องของชมรมสเก็ตดานซ์และได้พบกับสามตัวละครเอกของเรื่องดังกล่าว (บอสเซน, ฮิเมโกะ, สวิชต์) และจบลงด้วยเหล่าตัวละครเอกของทั้งสองเรื่องถูกเครื่องย้ายมวลสารดึงมาสู่มิติของเรื่องกินทามะ และต่อด้วยเรื่องกินทามะตอนพิเศษ "สเก็ต ดานซ์ x กินทามะ" ซึ่งกล่าวถึงการแข่งขันชิงความเป็นสุดยอดร้านรับจ้างสารพัดระหว่างทีมกินทามะกับทีมสเก็ต ดานซ์ โดยใช้ฉากที่คล้ายกับโลกในเรื่อง "วันพีซ x โทริโกะ" ซึ่งเป็นการ์ตูนข้ามเรื่องอีกชุดหนึ่งของโชเน็นจัมป์ ที่ตีพิมพ์ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน
อนึ่ง หลังจากได้มีการออกอากาศแอนิเมชั่นของการ์ตูนชุดกินทามะและสเก็ต ดานซ์ได้ 6 เดือน ได้มีการประกาศทำแอนิเมชั่นเนื้อหาข้ามเรื่องของทั้งสองเรื่องเป็นการเฉพาะ โดยมีกำหนดการออกอากาศในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 ทั้งนี้จะเริ่มออกอากาศในตอน "สเก็ต ดานซ์ x กินทามะ" ในวันจันทร์ที่ 26 กันยายน และออกอากาศตอน "กินทามะ x สเก็ต ดานซ์" ในวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน สตูดิโอที่รับผิดชอบการผลิดแอนิเมชั่นชุดนี้คือซันไรส์ ("สเก็ต ดานซ์ x กินทามะ") และทัตซึโนะโกะ โปรดัคชั่น ("กินทามะ x สเก็ต ดานซ์") ซึ่งเป็นสตูดิโอที่รับผิดชอบแอนิเมชั่นชุดกินทามะและสเก็ต ดานซ์ ตามลำดับ[10]
[แก้] โอวีเอ
ออริจินอลวิดีโอแอนิเมชัน (โอวีเอ) ของการ์ตูนกินทามะ ผลิตโดยบริษัทซันไรส์ โอวีเอตอนแรก ใช้ชื่อตอนเดียวกับชื่อเรื่อง ได้รับการฉายในงานจัมป์เฟสต้า 2006 โอวีเอตอนที่สองใช้ชื่อว่า "ชิโระยะฉะ โคทัน" (ญี่ปุ่น: 白夜叉降誕 Shiroyasha Kotan, "กำเนิดปีศาจขาว" ?) ได้รับการฉายในงานจัมป์เฟสต้า 2008 ดีวีดีของโอวีเอทั้งสองตอน ใช้ชื่อว่า Gintama Jump Anime Tour 2008 & 2005 ผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัทอะนิเพล๊กซ์ในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552 [11]
[แก้] ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
[แก้] กินทามะ
-
ดูบทความหลักที่ รายชื่อตอนของกินทามะ (อะนิเมะ)
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์เรื่อง กินทามะ ผลิตโดยบริษัทซันไรส์ 99 ตอนแรกกำกับโดยชินจิ ทากามาสึ ตอนที่ 100 ถึง 105 กำกับร่วมกันโดยชินจิ ทากามาสึและโยอิจิ ฟูจิตะ ตั้งแต่ตอนที่ 106 เป็นต้นไปกำกับโดยโยอิจิ ฟูจิตะ [12] ออกอากาศทางทีวีโตเกียว ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2549 ถึง วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553
ในประเทศญี่ปุ่น บริษัทอะนิเพล๊กซ์ได้จำหน่ายดีวีดีภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะตามลำดับเวลาดังนี้
- ภาคแรก ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ถึงวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2550[13] [14]
- ภาคสอง ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ถึงวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 [15]
- ภาคสาม ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551ถึงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552 .[16]
- ภาคสี่ เริ่มวางจำหน่ายดีวีดีแผ่นแรกตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2552 [17]
ส่วนในประเทศไทย บริษัททีไอทีเอ ได้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะภาคแรกและภาคสอง [18] และวางจำหน่ายภาพยนตร์กินทามะภาคแรกในรูปแบบวีซีดี 25 แผ่น[19]และ ดีวีดี 12 แผ่น[20] แต่อย่างไรก็ตามในภาค 2 ลิขสิทธิ์เป็นของบริษัทไรท์บิยอนด์ โดยปรับเปลี่ยนทีมพากย์ทั้งหมด
ในปัจจุบัน กินทามะออกอากาศทางโทรทัศน์ในประเทศไทยที่ช่องการ์ตูนคลับแชนแนล เริ่มออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบัน และมีการออกอากาศกินทามะภาค 2 ทางช่องทรู สปาร์ค
[แก้] โยรินุกิ กินทามะ-ซัง
- ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในภาษาญี่ปุ่นที่ ja:よりぬき銀魂さん
หลังจบแอนิเมชั่นชุดกินทามะ ภาค 4 สถานีโทรทัศน์ทีวีโตเกียวได้ออกอากาศภาพยนตร์แอนิเมชั่นทางโทรทัศน์ชุด "โยรินุกิ กินทามะ-ซัง" (ญี่ปุ่น: よりぬき銀魂さん Yorinuki Gintama-san, "รวมตอนที่ดีที่สุดของกินทามะ" ?) ซึ่งเป็นการคัดเลือกตอนเก่าๆ ของแอนิเมชั่นชุดกินทามะจากทั้งสี่ภาคมาออกอากาศซ้ำในระบบโทรทัศน์รายละเอียดสูง (HDTV) โดยชื่อของรายการนี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อล้อเลียนการออกอากาศซ้ำของแอนิเมชั่นชุด "ซาซาเอะซัง"[21] แอนิเมชั่นชุดนี้มีจำนวน 51 ตอน ออกอากาศตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553 จนถึงวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554
ทั้งนี้ นอกจากการปรับปรุงระบบการออกอากาศจาก 4:3 มาเป็น 16:9 แล้ว ได้มีการเพิ่มเพลงเปิดและเพลงปิดรายการขึ้นใหม่อย่างละ 4 เพลง ดังรายชื่อต่อไปนี้
- เพลงเปิดรายการ
- "บะคุจิ แดนเซอร์" (ญี่ปุ่น: バクチ・ダンサー Bakuchi Dansā, "Bakuchi Dancer" ?) โดย Does (ตอนที่ 1-9)
- "คะเซะ โน โงะโทะคุ" (ญี่ปุ่น: 風のごとく, "Kaze no Gotoku" ?) โดย โจ อิโนะอุเอะ (ตอนที่ 10-26) [22]
- "คะโนเซ เกิร์ล" (ญี่ปุ่น: 可能性ガール Kanōsei Gāru, "Kanōsei Girl" ?) โดย คุริยะมะ จิอะกิ (ตอนที่ 27-39)
- "คาโทะเนียโงะ" (ญี่ปุ่น: カートニアゴ ?) โดย FILP (ตอนที่ 40-51)
- เพลงปิดรายการ
- "โบะคุทะจิ โนะ คิเซ็ทซึ" (ญี่ปุ่น: 僕たちの季節, "Bokutachi no Kisetsu" ?) โดย Does (ตอนที่ 1-9)
- "เวฟ" (อังกฤษ: "WAVE") โดย Vijandeux (ตอนที่ 10-26)
- "อินมายไลฟ์" (อังกฤษ: "IN MY LIFE") โดย Azu (ตอนที่ 27-39)
- "ซะกุระเนะ" (ญี่ปุ่น: 桜音, "Sakurane" ?) โดย Piko (ตอนที่ 40-51)
[แก้] กินทามะ'
-
ดูบทความหลักที่ รายชื่อตอนของกินทามะ'
ในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการออกอากาศแอนิเมชั่นชุดกินทามะ ภาค 4 โยอิจิ ฟูจิตะ ผู้กำกับแอนิเมชั่นชุดนี้ได้กล่าวว่าแอนิเมชั่นชุดนี้จะออกอากาศต่อเมื่อทีมงานผลิตรายการสามารถรวมรวบวัตถุดิบสำหรับการทำแอนิเมชั่นได้เพียงพอ ส่วนชินจิ ทากามัตสึ ซึ่งเป็นผู้ดูแลรายการ ได้กล่าวย้ำว่า แอนิเมชั่นทางโทรทัศน์ชุดนี้ยังไม่จบ และจะกลับมาออกอากาศอีกครั้งอย่างแน่นอน[23] ต่อมาสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ได้ประกาศในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 ว่า แอนิเมชั่นชุดใหม่ของเรื่องนี้จะกลับมาแพร่ภาพในเดือนเมษายน พ.ศ. 2554[24]
เมื่อจบการออกอากาศแอนิเมชั่นชุด "โยรินุกิ กินทามะ-ซัง" ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554 แล้ว ในสัปดาห์ถัดมา ซึ่งตรงกับวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554 สถานีโทรทัศน์ทีวีโตเกียวจึงเริ่มการแพร่ภาพแอนิเมชั่นเรื่องกินทามะชุดใหม่ ภายใต้ชื่อ กินทามะ' (ญี่ปุ่น: 銀魂’ Gintama' ? มีการเพิ่มเครื่องหมายอะพอสทรอฟีไว้หลังชื่อ) ซึ่งเป็นแอนิเมชั่นเรื่องกินทามะชุดล่าสุดที่กำลังออกอากาศในขณะนี้[25] ทีมงานในการผลิตยังคงใช้ทีมงานชุดเดียวกันกับใน 4 ภาคก่อนหน้า โดยมีโยอิจิ ฟูจิตะ เป็นผู้กำกับรายการ[26] สำหรับดีวีดีชุดแรกจากแอนิเมชั่นชุดนี้จะเริ่มจัดจัดจำหน่ายในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554[27]
[แก้] ภาพยนตร์จอเงิน
ดูบทความหลักที่ กินทามะ เดอะมูฟวี่ กำเนิดใหม่ดาบเบนิซากุระ
ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 บริษัท วอร์เนอร์บราเธอร์สได้จดทะเบียนโดเมนอินเทอร์เน็ต "Gintama-movie.com" โดยที่ยังไม่ยืนยันว่ากินทามะจะถูกดัดแปลงไปเป็นภาพยนตร์ [28]
ในนิตยสารโชเน็นจัมป์ฉบับที่ 48 ของปี พ.ศ. 2552 ได้ลงข่าวยืนยันว่ากินทามะจะถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์จอเงิน โดยทิ้งคำโปรยไว้ว่า "Wasshoi Matsuri!!" [29] ซึ่งออกฉายวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553 โดยใช้ชื่อว่า Gintama: Shinyaku Benizakura-Hen (ญี่ปุ่น: 劇場版 銀魂 新訳紅桜篇 เงะคิโจบัง งิงทะมะ ชิงยะคุเบะนิซะกุระเฮ็ง, ภาพยนตร์จอเงิน กินทามะ บทเบนิซากุระ โฉมใหม่ ?) ตัวภาพยนตร์เป็นการดัดแปลงจากเนื้อเรื่องกินทามะในภาคเบนิซากุระ ซึ่งเป็นเหตุการณ์เมื่อคาซึระถูกคนของกองทหารอสุราลอบทำร้าย เหล่านักรับจ้างสารพัดจึงออกสืบหาต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด [30] [31]
วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554 บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้ประกาศเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์การ์ตูน Gintama: Shinyaku Bennisakura-hen บนเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ของบริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ [32] และจะออกวางจำหน่ายในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ทั้งในรูปแบบดีวีดีและวีซีดี ในชื่อเรื่องว่า กินทามะ เดอะมูฟวี่ กำเนิดใหม่ดาบเบนิซากุระ
[แก้] ซีดีซาวน์แทร็ก
ดนตรีประกอบภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะ ประพันธ์โดย เออิจิ คามางาตะ ในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2549 ได้มีการจำหน่ายซีดีเซาด์แทร็กของภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะ ประกอบด้วยเซาวน์แทร็กจำนวน 32 เพลง รวมไปถึงเพลงเปิดเพลงแรก และเพลงปิดสองเพลงแรก [33]
ซีดีซาวน์แทร็กลำดับที่ 2 วางจำหน่ายในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ประกอบด้วยซาวน์แทร็กจำนวน 40 เพลง[34] ส่วนซีดีซาวน์แทร็กลำดับที่ 3 ที่เป็นลำดับล่าสุด วางจำหน่ายในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ประกอบด้วยซาวน์แทร็กจำนวน 28 เพลง[35]
[แก้] ไลท์โนเวล
ไลท์โนเวล ที่มีตัวละครเป็นตัวการ์ตูนจาก กินทามะ เรื่องโดยโทโมฮิโตะ โอวากิ ภาพโดยฮิเดอากิ โซราจิ และตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ฉากของเรื่องเป็นโรงเรียน โดยกินโทกิรับบทอาจารย์ โดยใช้ชื่อว่า อาจารย์กินปาจิ และตัวละครอื่น ๆ ส่วนใหญ่รับบทนักเรียนในโรงเรียน และเนื้อเรื่องตีพิมพ์ในนิตยสาร จัมป์สแควร์ ใช้ชื่อเรื่องว่า 3 เน็น Z กุมิ กินปาจิเซ็นเซย์ (ญี่ปุ่น: 3年Z組銀八先生 3-Nen Z-Gumi GinPachi-sensei, "ปี 3 ห้อง Z อาจารย์กินปาจิ" ?) ไลท์โนเวลเล่มแรกตีพิมพ์ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 และตีพิมพ์ถึงเล่มที่ 5 ในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554[36][37]
[แก้] วีดิโอเกม
- เกมเพลย์สเตชัน 2 Gintama: Together with Gin! My Kabuki District Journal (ญี่ปุ่น: 銀魂 銀さんと一緒!ボクのかぶき町日記 Gintama Gin-san to Issho! Boku no Kabuki-cho Nikki ?) ออกจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2550
- เกมวี Gintama: General Store Tube:Tsukkomi-able Cartoon (ญี่ปุ่น: 銀魂 万事屋ちゅ〜ぶ ツッコマブル動画 Gintama Yorozuya Chūbu Tsukkomaburu Dōga ?) ออกจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2550 [38][39]
- เกมนินเทนโดดีเอส Gintama: Silver Ball Quest: Gin's Job-Change to Save the World (ญี่ปุ่น: 銀魂 銀玉くえすと 銀さんが転職したり世界を救ったり Gintama Gintama Kuesuto Gin-san ga Tenshoku-shitari Sekai o Sukuttari ?) ออกจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2550 [40]
- เกมนินเทนโดดีเอสของกินทามะยังมีอีก 2 เกม ได้แก่ Gintama Dee-Ess: Odd Jobs Grand Riot! (ญี่ปุ่น: 銀魂でぃ〜えす・万事屋大騒動! Gintama Dīesu Yorozuya Daisōdō! ?) และ Gintama: Gintoki vs. Hijikata!? The Huge Fight Over Silver Souls in the Kabuki District!! (ญี่ปุ่น: 銀魂 銀時vs土方!? かぶき町銀玉大争奪戦!! Gintama Gintoki vs Hijikata!? Kabuki-cho Gitama Daisōdatsusen!! ?) [41][42]
[แก้] ไกด์บุ๊ค
ปัจจุบันมีการตีพิมพ์ไกด์บุ๊คกินทามะแล้ว 3 เล่ม สำหรับมังงะ 2 เล่ม และอะนิเมะ 1 เล่ม ไกด์บุ๊คสำหรับมังงะเล่มแรก มีชื่อว่า Gintama Official Character Book - Gin Channel (ญี่ปุ่น: 銀魂公式キャラクターブック「銀ちゃんねる!」 ?) ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ชูเอฉะในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2549 ในตัวหนังสือประกอบด้วยข้อมูลตัวละคร บทสัมภาษณ์ฮิเดอากิ โซราจิ และสติกเกอร์ตัวละคร [43] ไกด์บุ๊คสำหรับมังงะเล่ม 2 มีชื่อว่า Gintama Official Character Book 2 - Fifth Grade (ญี่ปุ่น: 銀魂公式キャラクターブック2 「銀魂五年生」 ?) ตีพิมพ์ในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นเล่มที่เพิ่มข้อมูลของตัวละครใหม่เพิ่มเติมจากเล่มแรก [44] ไกด์บุ๊คสำหรับอะนิเมะมีชื่อว่า Gintama Official Animation Guide "Gayagaya Box" (ญี่ปุ่น: オフィシャルアニメーションガイド 銀魂あにめガヤガヤ箱 ?) ตีพิมพ์ในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2551 เนื่องในโอกาสกินทามะออกอากาศถึงตอนที่ 100 มีข้อมูลเกี่ยกวับนักพาย์ผู้พากย์เป็นตัวละครในกินทามะ[45]
[แก้] เสียงตอบรับ
ในประเทศญี่ปุ่น การ์ตูนเรื่องกินทามะได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ในปี พ.ศ. 2549 [46] หนังสือการ์ตูนกินทามะ 12 เล่มที่ออกวางแผงในปีนั้น ขายได้จำนวนรวมกัน 7,500,000 เล่ม ในปี พ.ศ. 2550 ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 16 ล้านเล่ม ติดอันดับการ์ตูนขายดีของนิตยสารโซเน็นจัมป์ในปี พ.ศ. 2550 [47] ในปี พ.ศ. 2551 ยอดจำหน่ายของการ์ตูนกินทามะเป็น 20 ล้านเล่ม[48]
ส่วนในประเทศไทย ในระยะแรก กระแสตอบรับของการ์ตูนกินทามะเป็นไปในทางลบ เนื่องจากผู้อ่านบางกลุ่มอ่านกินทามะไม่เข้าใจ[7] แต่ด้วยการพัฒนาเนื้อหาของผู้แต่งในระยะต่อมา และการแปลเป็นภาษาไทยที่ได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น จึงทำให้กินทามะกลับมามีความนิยมอย่างท่วมท้นในประเทศไทย โดยเฉพาะการประกาศเรื่องและตัวละครชายดีเด่นในปี2010 ผลการโหวตปรากฏว่า การ์ตูนกินทามะได้อันดับที่สองรองจากK-on! และซากาตะ กินโทกิ ได้รับการโหวตให้เป็นตัวละครชายยอดนิยมแห่งปี
[แก้] อ้างอิง
- ^ "2004年新年2号" (ในภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. Archived from the original on 5 กุมภาพันธ์ 2551. http://web.archive.org/web/20080205050754/http://jump.shueisha.co.jp/henshu/backnumber/2004/02.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 18 มิถุนายน 2552.
- ^ "銀魂―ぎんたま― 1" (ในภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. http://books.shueisha.co.jp/CGI/search/syousai_put.cgi?isbn_cd=4-08-873623-0&mode=1. เรียกข้อมูลเมื่อ 17 มิถุยายน 2552.
- ^ "銀魂―ぎんたま― 39" (ในภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. http://books.shueisha.co.jp/CGI/search/syousai_put.cgi?isbn_cd=978-4-08-870208-7. เรียกข้อมูลเมื่อ 14 มีนาคม 2554.
- ^ "Shonen Jump Posts 1st Japanese Chapters of 22 Manga for Free". Anime News Network. 3 สิงหาคม 2552. http://www.animenewsnetwork.com/news/2009-08-03/shonen-jump-posts-1st-japanese-chapters-of-22-manga-for-free. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 สิงหาคม 2552.
- ^ "Gin Tama, Vol. 1" (ในภาษาอังกฤษ). Viz Media. http://www.viz.com/products/products.php?product_id=6598. เรียกข้อมูลเมื่อ 17 มิถุนายน 2552.
- ^ "Gin Tama, Vol. 19". วิซมีเดีย. http://www.viz.com/products/products.php?product_id=8216. เรียกข้อมูลเมื่อ 28 ตุลาคม 2553.
- ^ 7.0 7.1 ข้อมูลการ์ตูนกินทามะ
- ^ โซราจิ, ฮิเดอากิ. "เล่ม 36". กินทามะ. สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์.
- ^ "บอกเล่าข่าวการ์ตูนประจำสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม - 3 เมษายน 2554". kartoon-discovery.com. 3 เมษายน 2554. http://kartoon-discovery.com/new/newsweek14_2011.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 กันยายน 2554.
- ^ "บอกเล่าข่าวการ์ตูนประจำสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 5-11 กันยายน 2554". kartoon-discovery.com. 11 กันยายน 2554. http://kartoon-discovery.com/new/newsweek37_2011.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 กันยายน 2554.
- ^ "銀魂 ジャンプアニメツアー2008&2005 DVD [Gintama Jump Anime Tour 2008 & 2005]" (ในภาษาญี่ปุ่น). Amazon.com. http://www.amazon.co.jp/dp/B002E7ASB8/. เรียกข้อมูลเมื่อ 12 กรกฎาคม 2552.
- ^ "Yoichi Fujita to Stop Directing Gintama This Spring". Anime News Network. 11 มกราคม 2552. http://www.animenewsnetwork.com/news/2009-01-11/yoichi-fujita-to-stop-directing-gintama-this-spring. เรียกข้อมูลเมื่อ 11 กรกฎาคม 2552.
- ^ "銀魂 1 通常版" (ในภาษาอังกฤษ). Amazon.com. http://www.amazon.co.jp/B000FF6VLM/. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 เมษายน 2552.
- ^ "銀魂 第1期のDVD情報はこちら!!" (ในภาษาอังกฤษ). ซันไรซ์. http://www.sunrise-inc.co.jp/gintama/products/p_dvd.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 20 มิถุนายน 2552.
- ^ "銀魂 シーズン其ノ弐のDVD情報はこちら!!". ซันไรส์. http://www.sunrise-inc.co.jp/gintama/products/p_dvd2.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 20 มิถุยายน 2552.
- ^ "Gintama - Products - DVD 3" (ในภาษาญี่ปุ่น). ซันไรส์. http://www.sunrise-inc.co.jp/gintama/products/p_dvd3.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 20 กรกฎาคม 2552.
- ^ "銀魂 シーズン其ノ四 1 [Gintama Season 4, Volume 1]" (ในภาษาญี่ปุ่น). Amazon.com. http://www.amazon.co.jp/dp/B002L0JSO6/. เรียกข้อมูลเมื่อ 11 ตุลาคม 2552.
- ^ "ประกาศจากบริษัททีไอจีเอเรื่องการถือลิขสิทธิ์การ์ตูนกินทามะปี 2". ทีไอจีเอ. http://www.tigatime.com/PagePakadsit02.php?id=215. เรียกข้อมูลเมื่อ 8 กันยายน 2552.
- ^ "วีซีดีกินทามะแผ่นที่ 1-25". ทีไอจีเอ. Archived from the original on 15 กรกฎาคม 2552. http://www.tigatime.com/PageProducts.php?pmid=3&cate=101. เรียกข้อมูลเมื่อ 15 กรกฎาคม2552.
- ^ "ดีวีดีกินทามะแผ่นที่ 1-12". ทีไอจีเอ. Archived from the original on 21 ตุลาคม 2552. http://www.tigatime.com/PageProducts.php?pmid=2&cate=101. เรียกข้อมูลเมื่อ 15 กรกฎาคม2552.
- ^ "「銀魂」最終回の日に両国国技館でイベント、全国で約2万人が"2期宣言"に拍手喝采 - ザテレビジョン". March 29, 2010. http://news.walkerplus.com/2010/0329/26/. เรียกข้อมูลเมื่อ June 21, 2010.
- ^ "ナタリー - 井上ジョー新曲がアニメ「よりぬき銀魂さん」オープニング". May 25, 2010. http://natalie.mu/music/news/32277. เรียกข้อมูลเมื่อ June 21, 2010.
- ^ "Gintama Director Shinji Takamatsu: 'It's Not Over'". Anime News Network. March 29, 2010. http://www.animenewsnetwork.com/news/2010-03-29/gintama-director-shinji-takamatsu/it-not-over. เรียกข้อมูลเมื่อ March 29, 2010.
- ^ "News: Gintama TV Anime to Resume". Anime News Network. December 1, 2010. http://www.animenewsnetwork.com/news/2010-12-01/gintama-tv-anime-to-resume. เรียกข้อมูลเมื่อ December 5, 2010.
- ^ "News: Crunchyroll to Simulcast Gintama TV Anime's Return". Anime News Network. March 28, 2011. http://www.animenewsnetwork.com/news/2011-03-28/crunchyroll-to-simulcast-gintama-tv-anime-return. เรียกข้อมูลเมื่อ March 28, 2011.
- ^ "スタッフ" (ในภาษาJapanese). TV Tokyo. http://www.tv-tokyo.co.jp/anime/gintama/staff/index.html. เรียกข้อมูลเมื่อ April 5, 2011.
- ^ "Gintama' 1 Regular Edition". Neowing. http://www.cdjapan.co.jp/detailview.html?KEY=ANSB-6221. เรียกข้อมูลเมื่อ June 7, 2011.
- ^ Hanson, Brian (16 ตุลาคม 2552). "Hey, Answerman!". Anime News Network. http://www.animenewsnetwork.com/answerman/2009-10-16. เรียกข้อมูลเมื่อ 30 ตุลาคม 2552.
- ^ "Gintama Manga's Movie Adaptation Revealed" (ในภาษาอังกฤษ). Anime News Network. Archived from the original on 22 ตุลาคม 2552. http://www.animenewsnetwork.com/news/2009-10-21/gintama-manga-movie-adaptation-revealed. เรียกข้อมูลเมื่อ 21 ตุลาคม2552.
- ^ "Gintama, Haruhi Suzumiya Films' Dates Listed in 2010". Anime News Network. 2 พฤศจิกายน 2552. http://www.animenewsnetwork.com/news/2009-11-02/gintama-haruhi-suzumiya-films-listed-for-2010. เรียกข้อมูลเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2552.
- ^ "Gintama, Precure, Shin-chan Movie Trailers Streamed". Anime News Network. 12 ธันวาคม 2552. http://www.animenewsnetwork.com/news/2009-12-12/gintama-precure-shin-chan-movie-trailers-streamed. เรียกข้อมูลเมื่อ 12 ธันวาคม 2552.
- ^ "ประกาศลิขสิทธิ์เซ็ตใหม่ บาคุมัง / ยัตเตอร์แมน / กินทามะเดอะมูวี / กาโร่เดอะมูวี่". โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์. 6 เมษายน 2554. http://www.rose.co.th/forum/index.php?topic=6908.0. เรียกข้อมูลเมื่อ 14 มิถุนายน 2554.
- ^ "銀魂 オリジナル・サウンドトラック Soundtrack" (ในภาษาญี่ปุ่น). Amazon.com. http://www.amazon.co.jp/dp/B000HEV92C/. เรียกข้อมูลเมื่อ 12 กรกฎาคม 2552.
- ^ "銀魂 オリジナル・サウンドトラック 2" (ในภาษาญี่ปุ่น). Amazon.com. http://www.amazon.co.jp/dp/B0011EUIPG/. เรียกข้อมูลเมื่อ 12 กรกฎาคม 2552.
- ^ "銀魂 オリジナル・サウンドトラック 3" (ในภาษาญี่ปุ่น). Amazon.com. http://www.amazon.co.jp/dp/B0027BECHC/. เรียกข้อมูลเมื่อ 12 กรกฎาคม 2552.
- ^ "銀魂3年Z組銀八先生" (ในภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. http://books.shueisha.co.jp/CGI/search/syousai_put.cgi?isbn_cd=4-08-703164-0&mode=1. เรียกข้อมูลเมื่อ 19 มิถุนายน 2552.
- ^ "帰ってきた3年Z組銀八先生リターンズ 冷血硬派高杉くん [Ginatama Kaettekita 3 Nen Z Kumi Ginapachi Sense Returns Reiketu Koha Takasugi-Kun]" (ในภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. http://books.shueisha.co.jp/CGI/search/syousai_put.cgi?isbn_cd=978-4-08-703243-7&mode=1. เรียกข้อมูลเมื่อ 27 มีนาคม 2554.
- ^ "Gintama Gin-San to Issho" (ในภาษาอังกฤษ). GameSpot. http://www.gamespot.com/ps2/action/gintama/index.html?tag=result;title;0. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 กรกฎาคม 2552.
- ^ "Gintama: Banji Oku Chuubu" (ในภาษาอังกฤษ). GameSpot. http://www.gamespot.com/wii/action/gintamawiibanjiokuchuubu/index.html?tag=result;title;4. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 กรกฎาคม 2552.
- ^ "Gintama: Gin-Oh Quest" (ในภาษาอังกฤษ). GameSpot. http://www.gamespot.com/ds/action/gintamaginohquest/index.html?tag=result;title;2. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 กรกฎาคม 2552.
- ^ "Gintama DS: Yorozuya Daisoudou" (ในภาษาอังกฤษ). GameSpot. http://www.gamespot.com/ds/action/gintamadsbanjiokudaisoudou/index.html?tag=result;title;3. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 กรกฎาคม 2552.
- ^ "Gintama: Gintoki vs. Dokata" (ในภาษาอังกฤษ). GameSpot. http://www.gamespot.com/ds/action/gintamagintokivsdokata/index.html?tag=result;title;1. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 กรกฎาคม 2552.
- ^ "銀魂公式キャラクターブック「銀ちゃんねる!」" (ในภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. http://books.shueisha.co.jp/CGI/search/syousai_put.cgi?isbn_cd=4-08-874086-6&mode=1. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กรกฎาคม 2552.
- ^ "銀魂公式キャラクターブック2 「銀魂五年生」" (ในภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. http://books.shueisha.co.jp/CGI/search/syousai_put.cgi?isbn_cd=978-4-08-874805-4&mode=1. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กรกฎาคม 2552.
- ^ "オフィシャルアニメーションガイド 銀魂あにめガヤガヤ箱" (ในภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. http://books.shueisha.co.jp/CGI/search/syousai_put.cgi?isbn_cd=978-4-08-874806-1&mode=1. เรียกข้อมูลเมื่อ 26 กรกฎาคม 2552.
- ^ "Shounen Jump Manga Circulation Numbers". Comipress. June 1, 2006. http://comipress.com/article/2006/06/01/196. เรียกข้อมูลเมื่อ 27 สิงหาคม 2552.
- ^ "Comipress News article on "The Rise and Fall of Weekly Shōnen Jump"". Comipress. May 6, 2007. http://comipress.com/article/2007/05/06/1923. เรียกข้อมูลเมื่อ 2 มิถุนายน 2551.
- ^ "ジャンプ作品売り上げ推移" (ในภาษาญี่ปุ่น). GeoCities. http://www.geocities.jp/wj_log/rank/. เรียกข้อมูลเมื่อ 28 มีนาคม 2551.
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- เว็บไซต์ทางการของกินทามะ (ญี่ปุ่น)
- เว็ปไซต์ทางการของหนังสือการ์ตูนกินทามะ (ญี่ปุ่น)
- เว็ปไซต์ทางการภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะของทีวีโตเกียว (ญี่ปุ่น)
- เว็บไซต์ทางการภาพยนตร์กินทามะของบริษัทซันไรส์ (ญี่ปุ่น)
- เว็บไซต์กินทามะของบริษัทอะนิเพล๊กซ์ (ญี่ปุ่น)
- เว็บไซต์ทางการภาพยนตร์จอเงินกินทามะ (ญี่ปุ่น)
- ข้อมูลกินทามะบนวิเกีย (อังกฤษ)
- ข้อมูลหนังสือการ์ตูนกินทามะในอะนิเมะนิวส์เน็ตเวิร์ก (อังกฤษ)
- ข้อมูลภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะในอะนิเมะนิวส์เน็ตเวิร์ก (อังกฤษ)
- ข้อมูลการ์ตูนกินทามะใน kartoon-discovery.com
- ข้อมูลภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะของบริษัททีไอจีเอ
|
||||||||||||||||||||||||
|
|||||