ซามูไรพเนจร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซามูไรพเนจร
Rurouni Kenshin.jpg
ชื่อไทย ซามูไรพเนจร
ชื่อญี่ปุ่น るろうに剣心
ชื่ออังกฤษ Rurouni Kenshin หรือ Samurai X
ประเภท โชเน็น
แนว แอคชั่น, ประวัติศาสตร์
มังงะ
เขียนเรื่อง โนบุฮิโระ วาสึกิ
ตีพิมพ์ ธงชาติของญี่ปุ่น ชูเอฉะ
ธงชาติของไทย สยามอินเตอร์คอมิกส์
นิตยสาร ธงชาติของญี่ปุ่นโชเน็นจัมป์
ธงชาติของไทย ซีคิดส์
ตีพิมพ์เมื่อ 2 กันยายน 25374 พฤศจิกายน 2542
จำนวนเล่ม 28 เล่ม
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
ผู้กำกับ คาซึฮิโระ ฟุรุฮาชิ
ออกแบบตัวละคร ฟุมิเอะ ทาคาราอิ
ผลิตโดย สตูดิโอแกลลอป (ตอนที่ 1-66)
สตูดิโอดีน (ตอนที่ 67-95)
ฉายทาง ธงชาติของญี่ปุ่น ฟูจิทีวี, อนิแมกซ์
ธงชาติของไทย ยูบีซี (ช่อง AXN) , ช่อง 7
ฉายครั้งแรก 10 มกราคม 2539 - 8 กันยายน 2541
จำนวนตอน 95 ตอน
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

ซามูไรพเนจร (ญี่ปุ่น: るろうに剣心 Rurouni Kenshin ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นผลงานของ โนบุฮิโระ วาสึกิ เรื่องราวของซามูไรชื่อเคนชิน ชื่อการ์ตูนภาษาอังกฤษของซามูไรพเนจร ใช้ชื่อ Rurouni Kenshin และในบางประเทศใช้ชื่อ Samurai X ในฉบับหนังสือการ์ตูนมี 28 เล่มจบ ในฉบับภาษาไทยตีพิมพ์โดยสยามอินเตอร์คอมิกส์ ในฉบับภาษาญี่ปุ่นตีพิมพ์โดยชูเอฉะ

ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันของเรื่องนี้ได้มีการประกาศเปิดตัวเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2554[1] อำนวยการสร้างโดย วอร์เนอร์บราเธอร์ส และกำกับโดย เคชิ โอโตะโมะ โดยมีนักแสดงนำคือ ทะเคะรุ ซะโต (ตัวเอกใน คาเมนไรเดอร์ เด็งโอ) แสดงเป็นเคนชิน และ เอะมิ ทะเคะอิ แสดงเป็นคาโอรุ [2] ภาพยนตร์เรื่องนี้วางแผนเปิดในวันที่ 25 สิงหาคม 2555[3]

เนื้อหา

[แก้] เนื้อเรื่อง

[แก้] ปฐมบท

ฮิมุระ เคนชิน อดีตมือสังหารของคณะปฏิวัติเจ้าของฉายา "มือพิฆาตบัตโตไซ" ได้วางดาบ กลายเป็นซามูไรพเนจรธรรมดาๆ จวบจนได้มาพบกับครูฝึกดาบสาวของสำนักคามิยะคัตชินริว คามิยะ คาโอรุ ผู้ซึ่งทำให้เขารู้สึกสบายใจและหยุดการเดินทางที่ไร้จุดหมายลงได้ หลังจากการพำนักอยู่กับคาโอรุ เคนชินต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเหตุการณ์มากมายและได้พบกับ ซางาระ ซาโนสุเกะ, เมียวยิน ยาฮิโกะ, ทากานิ เมกุมิ รวมถึงชิโนโมริ อาโอชิ และกลุ่มโอนิวาบังชู

[แก้] ภาคชิชิโอ: เกียวโต

การหวนกับมาพบกันอีกครั้งของเคนชิน และไซโต ฮาจิเมะ อดีตหัวหน้าหน่วยชินเซ็น กอง 3 ซึ่งปัจจุบันได้ทำหน้าที่ตำรวจสันติบาล ไซโตซึ่งมีหน้าที่เป็นสายสืบให้กับรัฐบาลกลางกำลังสืบสวนเรื่องของอดีตมือสังหารของคณะปฏิวัติอีกคนหนึ่ง ชิชิโอ มาโคโตะ ซึ่งคาดว่ากำลังเตรียมแผนก่อการปฏิวัติอยู่ จากเหตุการณ์การสังหาร โอคุโบ โทชิมิจิ เสนาบดีฝ่ายมหาดไทยโดยเซตะ โซจิโร่ สมุนของชิชิโอ ทำให้เคนชินไม่อาจอยู่เฉยได้ เขาจึงเดินทางยังเกียวโตเพื่อยับยั้งแผนการปฏิวัติของชิชิโอ ขณะเดียวกันชิชิโอก็เรียกกองกำลังจุปปงคาตานะ ซึ่งเป็นยอดฝีมือพิเศษ 10 คนของตัวเองออกมารับมือกับเคนชินด้วย ทางด้านซาโนสุเกะก็ได้ออกติดตามเคนชินมาที่เกียวโตเพื่อช่วยเหลือเคนชินอีกแรง ขณะที่ยาฮิโกะกับคาโอรุก็เดินทางมาหาเคนชินเช่นกัน ระหว่างการเดินทางเคนชินพบกับ มากิมาจิ มิซาโอะ สาวน้อยแห่งโอนิวาบังชู และด้วยความช่วยเหลือของกลุ่มโอนิวาบังชูทำให้พวกของเคนชินสามารถป้องกันแผนเผากรุงเกียวโตเพื่อก่อความวุ่นวาย ในขณะที่ตัวชิชิโอและผู้ใกล้ชิดเตรียมนำเรือดำ "เรนโกกุ" เข้าอ่าวโตเกียวเพื่อสร้างความวุ่นวาย แต่ในที่สุดเรือเรนโกกุ ก็ถูกระเบิดมือของซาโนสุเกะทำลายเสียหายจนต้องเลิกล้มแผนการบุกยึดอ่าวโตเกียวไป ชิชิโอพร้อมทั้งจุปปงคาตานะทั้งหมดจึงย้อนกลับไปที่ฐานของตัวเองพร้อมกับท้าให้เคนชินตามไป การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเคนชินและชิชิโอ เดิมพันด้วยชะตากรรมของรัฐบาลญี่ปุ่น

[แก้] ภาคเอนิชิ: ทัณฑ์มนุษย์

หลังเสร็จศึกกับชิชิโอ เคนชินกับพรรคพวกก็สามารถอยู่ได้อย่างสงบซักระยะ แต่แล้วเงาแห่งการต่อสู้ก็เริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อกลุ่มคนที่เคยมีความแค้นต่อเคนชิน 6 คนรวมต่อกันเพื่อล้างแค้นกับเคนชิน และ 1 ในจำนวนคนเหล่านั้นก็คือ ยูกิชิโร่ เอนิชิ ผู้เป็นน้องชายของ ยูกิชิโร่ โทโมเอะ ภรรยาที่ล่วงลับไปแล้วของเคนชินเอง เอนิชิมีความฝังใจว่าเคนชินเป็นผู้แย่งความสุขไปจากพี่สาวของเขาอีกทั้งยังพรากชีวิตของพี่สาวเขาอีก เขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้เคนชินทุกข์ใจ โดยเริ่มจากการทำร้ายคนรอบข้างของเคนชิน จนถึงการเข้าโจมตีโรงฝึกคามิยะ เคนชินและพวกสามารถจัดการกับพวกของเอนิชิได้จนหมด แต่หลังจากหมอกควันที่หนาทึบจางลง ทุกคนก็พบว่าคาโอรุถูกดาบปักอกและถูกกรีดใบหน้าแบบเคนชินแล้วสิ้นใจไปเสียแล้ว เคนชินถึงกับหมดอาลัยตายยากจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เขาทอดทิ้งทุกสิ่งไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านคนไร้ราก

แม้ซาโนสุเกะและยาฮิโกะจะมาอ้อนวอนเพื่อให้กลับไปแก้แค้นเอนิชิยังไง เขาก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ซาโนสุเกะเสียใจจนลาจากเคนชินไปอีกคน ขณะที่อาโอชิและมิซาโอะเดินทางมาโตเกียวเพื่อแจ้งข่าวเรื่องที่คาโอรุฝากให้ค้นหา อาโอชิเชื่อว่าคาโอรุยังไม่ตายจึงได้ทำการขุดศพของคาโอรุออกมา แล้วความจริงก็กระจ่างว่าศพนั้นเป็นเพียงแค่หุ่นกระบอกที่ทำได้อย่างแนบเนียนเท่านั้น อาโอชิและไซโต้จึงเริ่มออกสืบเพื่อหาแหล่งกบดานของเอนิชิ อีกด้านหนึ่งคุจิรานามิ เฮียวโก ผู้ที่มีความแค้นต่อเคนชินที่ตัดแขนขวาของเขาไปเมื่อครั้งสงครามปฏิวัติ ก็ได้แหกคุกออกมาอาละวาดไปทั่ว ยาฮิโกะพยายามออกรับหน้าเพื่อไม่ให้มีผู้คนต้องได้รับบาดเจ็บ สึบาเมะได้ไปอ้อนวอนขอให้เคนชินช่วยเหลือก่อนที่ยาฮิโกะจะเป็นอะไรไป เสียงร่ำร้องของความช่วยเหลือสะท้อนไปถึงก้นบึ้งให้จิตใจของเคนชิน ปลุกให้เขาลุกขึ้นมาสู้กับความจริงอีกครั้ง หลังจากที่ทุกคนกลับมารวมตัวโดยพร้อมเพรียงกันแล้ว เคนชินและพรรคพวกจึงออกเดินทางสู่เกาะที่เป็นฐานทัพของเอนิชิ การต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้เริ่มขึ้นแล้ว…

[แก้] ตัวละครหลัก

ดูบทความหลักที่ ตัวละครในซามูไรพเนจร

[แก้] ฮิมุระ เคนชิน

Hi-lightkenshin.jpg

ฮิมุระ เคนชิน อดีตมือสังหารสมัยปฏิวัติเมจิ ฉายามือพิฆาตบัตโตไซ ได้วางดาบเลิกฆ่าคนและออกพเนจรไปทั่วญี่ปุ่น --

[แก้] คามิยะ คาโอรุ

Hi-lightkaoru.jpg

คามิยะ คาโอรุ ผู้สืบทอดสำนักดาบคามิยะ คัตชินริวต่อจากบิดา พบกับเคนชินโดยบังเอิญระหว่างตามจับผู้ร้ายที่อ้างเป็นมือพิฆาตบัตโตไซปลอม เคนชินช่วยเธอจับผู้ร้ายสำเร็จ ภายหลังกลายมาเป็นคนรักของเคนชิน

[แก้] ซางาระ ซาโนสุเกะ

Sanosuke Sagara.jpg

ซางาระ ซาโนสุเกะ อดีตกลุ่มสาส์นแดงที่ถูกคณะปฏิวัติกล่าวหาว่าเป็นกองทหารจอมปลอม ซาโนสุเกะจึงแค้นคณะปฏิวัติมาก หลังจากนั้นกลุ่มสาส์นแดงก็แตก ซาโนสุเกะเองก็ใช้ชีวิตเป็นนักบู๊เรื่อยมา

[แก้] เมียวยิน ยาฮิโกะ

Yahiko Myojin.jpg

เมียวจิน ยาฮิโกะ ลูกชายอดีตไดเมียว (ผู้ครองแคว้น) ตระกูลซามูไรโตเกียว เนื่องจากบิดาตายในสงครามปฏิรูปทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่กับยากูซ่า ภายหลังเคนชินช่วยออกมาและให้เป็นลูกศิษย์คาโอรุ

[แก้] อ้างอิง

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

Commons:Category
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ:
ซามูไรพเนจร

เครื่องมือส่วนตัว
สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น