การปฏิวัติซินไฮ่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การปฏิวัติซินไฮ่ (การปฏิวัติจีน ค.ศ. 1911)
Xinhai Revolution in Shanghai.jpg
วันดับเบิลเท็นในเซี่ยงไฮ้ บนถนนหนานจิงหลังการก่อการกำเริบเซี่ยงไฮ้ ประดับตกแต่งด้วยธงห้าเชื้อชาติใต้หนึ่งสหภาพซึ่งเป็นธงที่ใช้ในการปฏิวัติจีน
วันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1911 – 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1912
(4 เดือน 2 วัน)
สถานที่ จีน
ผลลัพธ์
คู่ขัดแย้ง
ธงชาติของราชวงศ์ชิง ราชวงศ์ชิง สาธารณรัฐจีน (1912–1949)ถงเหมิงฮุ่ย
สาธารณรัฐจีน (1912–1949)Gelaohui
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
ราชวงศ์ชิง จักรพรรดิผู่อี๋,
ราชวงศ์ชิง หยวน ซื่อไข่,
ราชวงศ์ชิง Feng Guozhang
ราชวงศ์ชิง Ma Anliang,
ราชวงศ์ชิง Duan Qirui,
ราชวงศ์ชิง Yang Zengxin,
ราชวงศ์ชิง Ma Qi,
อภิชนราชวงศ์ชิงอื่นอีกมาก
สาธารณรัฐจีน (1912–1949) ซุน ยัตเซ็น,
สาธารณรัฐจีน (1912–1949) Huang Xing,
สาธารณรัฐจีน (1912–1949) Song Jiaoren,
สาธารณรัฐจีน (1912–1949) Chen Qimei,
สาธารณรัฐจีน (1912–1949) หลี่ หยวนหง
กำลัง
200,000 100,000
กำลังพลสูญเสีย
~170,000 ~50,000
การปฏิวัติซินไฮ่
จีน 辛亥革命
ความหมายตามตัวอักษร Xinhai stem-branch revolution

การปฏิวัติซินไฮ่ (อังกฤษ: Xinhai (Hsinhai) Revolution) หรืออีกชื่อว่า การปฏิวัติ ค.ศ. 1911 หรือการปฏิวัติจีน เป็นการปฏิวัติซึ่งโค่นล้มราชวงศ์ชิง ราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองจีน และสถาปนาสาธารณรัฐจีน การปฏิวัตินี้ได้ชื่อว่าซินไฮ่เพราะมีขึ้นใน ค.ศ. 1911 ซึ่งตรงกับอักษรซินไฮ่ในแผนภูมิสวรรค์ในปฏิทินจีน[1]

การปฏิวัติประกอบด้วยการกบฏและการก่อการกำเริบหลายครั้ง จุดเปลี่ยนคือ การก่อการกำเริบวูชางเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 1911 ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดการกับขบวนการคุ้มครองทางรถไฟที่ผิด การปฏิวัติสิ้นสุดลงด้วยการสละราชสมบัติของจักรพรรดิผู่อี๋ จักรพรรดิองค์สุดท้าย เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1912 อันเป็นจุดสิ้นสุดของจักรวรรดิจีนอายุกว่า 2,000 ปี และจุดเริ่มต้นของการปกครองแบบสาธารณรัฐของจีน[2]

โดยทั่วไปแล้ว การปฏิวัติครั้งนี้เป็นปฏิกิริยาต่อสามปัจจัยหลัก: (1) ความเสื่อมของรัฐชิงและความไม่สามารถปฏิรูปและนำพาจีนสู่ความทันสมัยเพื่อเผชิญหน้ากับการท้าทายของต่างชาติ, (2) เพื่อย้อนความเสื่อมโทรมภายใน และ (3) ความไม่พอใจของชาวจีนฮั่นซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ต่อชนกลุ่มน้อยแมนจูที่เป็นชนชั้นปกครอง กลุ่มต่อต้านชิงใต้ดินหลายกลุ่มและด้วยการสนับสนุนจากนักปฏิวัติจีนพลัดถิ่น ได้พยายามโค่นล้มราชวงศ์ชิง สงครามกลางเมืองระยะสั้น ๆ ที่เกิดขึ้นตามมายุติลงด้วยการประนีประนอมทางการเมืองระหว่างหยวน ซื่อไข่ ผู้มีอิทธิพลทางทหารในสมัยปลายราชวงศ์ชิง และซุน ยัตเซ็น ผู้นำถงเหมิงฮุย (สหสันนิบาต) หลังราชสำนักจีนโอนอำนาจไปยังสาธารณรัฐที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ การสถาปนารัฐบาลผสมเฉพาะกาลได้มีขึ้นร่วมกับรัฐสภา อย่างไรก็ดี อำนาจทางการเมืองในรัฐบาลแห่งชาติใหม่ในกรุงปักกิ่งนั้น ไม่นานได้ถูกผูกขาดโดยหยวนและนำไปสู่การแบ่งแยกทางการเมืองและยุคขุนศึกนานอีกหลายทศวรรษ รวมทั้งความพยายามฟื้นฟูจักรวรรดิหลายครั้ง

ปัจจุบัน ทั้งสาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวันและสาธารณรัฐประชาชนจีนบนแผ่นดินใหญ่มองว่าตนเป็นผู้สืบทอดการปฏิวัติซินไฮ่และยังคงเคารพอุดมการณ์ของการปฏิวัติ รวมทั้งชาตินิยม สาธารณรัฐนิยม การทำให้จีนทันสมัยและความสามัคคีแห่งชาติ วันที่ 10 ตุลาคมในไต้หวันเป็นวันดับเบิลเท็น (Double Ten Day) วันชาติของสาธารณรัฐจีน ในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงและมาเก๊า วันเดียวกันนี้ยังมักเฉลิมฉลองเป็นวันครบรอบการปฏิวัติซินไฮ่[3] ชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากยังเฉลิมฉลองในไชนาทาวน์ทั่วโลก

ดูเพิ่ม[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Li Xing. [2010] (2010). The Rise of China and the Capitalist World Order. Ashgate Publishing, Ltd. ISBN 0754679136, 9780754679134. pg 91.
  2. Li, Xiaobing. [2007] (2007). A History of the Modern Chinese Army. University Press of Kentucky. ISBN 0813124387, 9780813124384. pg 13. pg 26–27.
  3. 雙十節是? 陸民眾:「國民黨」國慶. Tvbs.com.tw. Retrieved on October 8, 2011.