ข้ามไปเนื้อหา

ฐาปน สิริวัฒนภักดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฐาปน สิริวัฒนภักดี
ฐาปน ใน พ.ศ. 2563
เกิดฐาปน สิริวัฒนภักดี
20 มกราคม พ.ศ. 2518 (51 ปี)[1]
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
การศึกษามหาวิทยาลัยบอสตัน
อาชีพนักธุรกิจ
ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยเบฟเวอเรจ
วาระพ.ศ. 2551 – ปัจจุบัน
คู่สมรสปภัชญา สิริวัฒนภักดี
บุพการี
ญาติตระกูลสิริวัฒนภักดี

ฐาปน สิริวัฒนภักดี (เกิด 20 มกราคม พ.ศ. 2518) เป็นนักธุรกิจชาวไทย บุตรชายคนโตของเจริญ สิริวัฒนภักดี และคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)[2] และกรรมการสภากาชาดไทย

ประวัติ

[แก้]

ฐาปนเกิดเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2518 เป็นบุตรคนที่ 3 จาก 5 คน แต่เป็นบุตรชายคนแรก ของเจริญ ศรีสมบูรณานนท์ (โซว เคียกเม้ง) เศรษฐีชาวไทยเชื้อสายจีน ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทไทยเบฟเวอเรจ[3] จากสกุลโซว (จีนตัวย่อ: ; จีนตัวเต็ม: ) กับคุณหญิงวรรณา จาตุรแสงไพโรจน์ (สกุลจิว) ส่วน "สิริวัฒนภักดี" เป็นนามสกุลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่เจริญและคุณหญิงวรรณาเมื่อปี พ.ศ. 2531[4]

ฐาปนสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพมหานคร (อสช 30493; AC107) จากนั้นเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาการเงิน และปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์การเงิน ที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา[5][2]

ชีวิตส่วนตัว ฐาปนสมรสกับปภัชญา สิริวัฒนภักดี (สกุลเดิม: เธียรประสิทธิ์)[3] บุตรสาวของประชา กับประจิตรา เธียรประสิทธิ์ และเป็นผู้บริหารโรงเรียนเธียรประสิทธิ์ศาสตร์ที่ครอบครัวเป็นเจ้าของ[6]

นอกจากนี้ฐาปนยังทำหน้าที่เป็นไวยาวัจกรให้กับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร โดยได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารรูปปัจจุบันเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564[7]

การทำงาน

[แก้]

ไทยเบฟเวอเรจ

[แก้]

ถึงแม้จะมีพี่สาวอยู่ 2 คน แต่ในฐานะที่เป็นบุตรชายคนแรกของเจริญ ฐาปนจึงได้รับมอบหมายให้ทำงานในบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ไทยเบฟ) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นธุรกิจเริ่มต้นของเจริญ โดยเข้าทำงานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2546 ในตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โดยเรียนรู้และทำงานทั้งกับบิดาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งกับผู้บริหารอาวุโสรุ่นแรก ๆ เป็นระยะเวลาประมาณ 4 ปีเศษ[8] ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริหารให้รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่แทนสมุทร หัตถสิงห์ ที่ลาออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551 และต่อมาคณะกรรมการของไทยเบฟได้แต่งตั้งเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่โดยสมบูรณ์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มกราคม[9]

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567 คณะกรรมการของไทยเบฟได้อนุมัติให้ปรับโครงสร้างองค์กร โดยเลื่อนตำแหน่งให้ฐาปนขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งจะรับรายงานจากกรรมการผู้อำนวยการใหญ่และผู้บริหารสูงสุดปฏิบัติการจำนวน 2 คนที่แต่งตั้งใหม่ พร้อมแต่งตั้งให้ฐาปนเป็นรองประธานกรรมการบริหารคนที่ 1 รองจากเจริญ โดยทั้งหมดมีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน[10]

นอกจากนี้ ภายหลังจากบริษัท โซ วอเตอร์ จำกัด ทำคำเสนอซื้อหุ้นของบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ทั้งหมดและเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ฐาปนยังได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการของเสริมสุขแทนสมชาย บุลสุข ที่ลาออกและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานกิตติมศักดิ์แทนตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคมอีกด้วย[11]

องค์การอื่นในกลุ่มทีซีซี

[แก้]

นอกจากไทยเบฟเวอเรจแล้ว ฐาปนยังดำรงตำแหน่งในบริษัทที่ตนและปณต สิริวัฒนภักดี แบ่งกันถือหุ้นฝ่ายละ 50% ในทางอ้อมผ่านบริษัท อเดลฟอส จำกัด เช่น รองประธานกรรมการของบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน), รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารของบริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) และเคยเป็นประธานกรรมการบริหารของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง จำกัด ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2560 – 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562 และสลับไปเป็นประธานกรรมการตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ก่อนจะลาออกภายหลังจากจีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง ถูกบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563[12]

ฐาปนยังเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการมูลนิธิบางกอก อาร์ต เบียนนาเล[13], กรรมการมูลนิธิสิริวัฒนภักดี[14], กรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร[15] และกรรมการมูลนิธิสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์[16] อีกด้วย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ""ฐาปน สิริวัฒนภักดี" นักศึกษา วปอ.รุ่น 66". ฐานเศรษฐกิจ. 14 กรกฎาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  2. 1 2 "Executive Profile: Thapana Sirivadhanabhakdi". Bloomberg LP. สืบค้นเมื่อ 5 January 2018.[ไม่อยู่ในแหล่งอ้างอิง]
  3. 1 2 "The Tatler List: Thapana Sirivadhanabhakdi". Tatler. 22 July 2011. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-04-02. สืบค้นเมื่อ 5 January 2018.
  4. "Tcc Group". 4 October 2013. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-10-04. สืบค้นเมื่อ 26 February 2017.
  5. Rungfapaisarn, Kwanchai (2012-09-17). "Thapana follows his father's giant footsteps". The Nation. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-01-06. สืบค้นเมื่อ 5 January 2018.
  6. "The Tatler Lists: Papatchya Sirivadhanabhakdi". Thailand Tatler. 25 April 2011. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-04-02. สืบค้นเมื่อ 5 January 2018.
  7. สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ตั้ง อดีตอัยการสูงสุด-ทายาทเบียร์ช้าง-นายกศิษย์เก่าฯ เป็น “ไวยาวัจกร” วัดโพธิ์ท่าเตียน
  8. "ฐาปน สิริวัฒนภักดี "แม่โขง" เจเนอเรชั่นใหม่". ผู้จัดการ 360 องศา. 23 มิถุนายน 2012. สืบค้นเมื่อ 30 กรกฎาคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  9. "Appointment of President" [การแต่งตั้งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่] (PDF). จดหมายข่าวนักลงทุนสัมพันธ์ (ภาษาอังกฤษ). ไทยเบฟเวอเรจ. 18 มกราคม 2008. p. 6. สืบค้นเมื่อ 30 กรกฎาคม 2025.
  10. รินวงษ์, สาวิตรี (11 มกราคม 2024). "'ไทยเบฟ' จัดทัพผู้นำใหม่ ได้เวลารุ่นเก๋าส่งไม้ต่อ ผู้สืบทอดธุรกิจแสนล้าน!". กรุงเทพธุรกิจ. สืบค้นเมื่อ 31 กรกฎาคม 2025.
  11. รายงานประจำปี 2567 บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) (PDF) (Report). 2025. p. 10. สืบค้นเมื่อ 31 กรกฎาคม 2025.
  12. "นายฐาปน สิริวัฒนภักดี" (PDF). ยูนิเวนเจอร์. 30 กันยายน 2024. สืบค้นเมื่อ 31 กรกฎาคม 2025.
  13. "ฐาปน สิริวัฒนภักดี มากกว่าศิลปะที่ซ่อนอยู่ใน Bangkok Art Biennale". bangkokbiznews. 2022-09-17.
  14. "มูลนิธิสิริวัฒนภักดี มอบเงินบริจาคสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) จำนวน 20 ล้านบาท". www.pohtecktung.org. 2022-07-11.
  15. คณะกรรมการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
  16. ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิ กรุงเทพมหานคร เรื่อง จดทะเบียนจัดตั้ง “มูลนิธิสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์”[ลิงก์เสีย]
  17. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๓๘ ตอนที่ ๓ ข หน้า ๒, ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
  18. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์, เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๒๔ ข หน้า ๑๓, ๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๙