ไดแอซิแพม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไดแอซิแพม
Diazepam structure.svg
Diazepam ball-and-stick model.png
ข้อมูลทางคลินิก
การอ่านออกเสียง/dˈæzpæm/
ชื่อทางการค้าValium and many others
AHFS/Drugs.comMonograph
MedlinePlusa682047
ข้อมูลทะเบียนยา
ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
  • AU: C
  • US: D (มีความเสี่ยง)
Dependence
liability
ปานกลาง
Addiction
liability
Moderate[1][2]
ช่องทางการรับยารับประทาน, ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ, ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ, ทวารหนัก
รหัส ATC
กฏหมาย
สถานะตามกฏหมาย
ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
ชีวประสิทธิผล93–100%
การเปลี่ยนแปลงยาตับCYP2B6 (minor route) to desmethyldiazepam, CYP2C19 (major route) to inactive metabolites, CYP3A4 (major route) to desmethyldiazepam
ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ20–100 ชั่วโมง
การขับออกไต
ตัวบ่งชี้
เลขทะเบียน CAS
PubChem CID
IUPHAR/BPS
DrugBank
ChemSpider
UNII
KEGG
ChEBI
ChEMBL
ECHA InfoCard100.006.476
ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
สูตรC16H13ClN2O
มวลต่อโมล284.7 g/mol
แบบจำลอง 3D (JSmol)
 X mark.svg 7Yes check.svg 7 (what is this?)  (verify)
Pharmaklog.png สารานุกรมเภสัชกรรม

ไดแอซิแพม (Diazepam) หรือชื่อทางการค้าคือ แวเลียม (Valium) เป็นยาในกลุ่มเบ็นโซไดอาเซพีน มีฤทธิส่งผลให้สงบจิตใจลง ใช้ในการรักษาโรควิตกกังวล, โรคสั่นเพ้อเหตุขาดสุรา, โรคสั่นเพ้อเหตุขาดเบ็นโซไดอาเซพีน, อาการกล้ามเนื้อกระตุก, อาการชัก, โรคนอนไม่หลับ และกลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข การใช้ยาชนิดนี้อย่างต่อเนื่องอาจส่งผลให้เกิดอาการหลง ๆ ลืม ๆ [3][4] สามารถรับยานี้ได้โดยวิธีรับประทาน, สอดใส่เข้าสู่ไส้ตรง, ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือฉีดเข้าสู่หลอดเลือดดำ[4] หากใช้วิธีฉีดเข้าหลอดเลือดจะออกฤทธิ์ใน 1 ถึง 5 นาที[4] หากใช้วิธีรับประทาน จะออกฤทธิ์ภายใน 40 นาที[5]

อาการข้างเคียงทั่วไปของการใช้ยาไดแอซิแพมได้แก่ ง่วงนอน, มองไม่ชัด[4] ส่วนอาการข้างเคียงระดับรุนแรงซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากนั้น ได้แก่ การฆ่าตัวตาย, หายใจลำบาก หากผู้ป่วยโรคลมชักใช้ยานี้บ่อยเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงจากอาการชัก[6][4] การใช้ยานี้ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดภาวะดื้อยาและเกิดอาการเสพติดยา การเลิกยาในทันทีเป็นอันตรายอย่างมากในผู้ป่วยที่ใช้ยาระยะยาว[6] โดยจะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการรู้คิดไปเป็นเวลากว่าครึ่งปี

ไดแอซิแพมเป็นหนึ่งในยาที่ถูกสั่งจ่ายมากที่สุดตั้งแต่เริ่มการจ่ายในปี ค.ศ. 1963 โดยเป็นยาที่ขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริการะหว่างปี ค.ศ. 1968 ถึง 1982 โดยในปี ค.ศ. 1978 เพียงปีเดียวสามารถขายได้กว่าสองพันล้านเม็ด[6] ยานี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาหลักขององค์การอนามัยโลก[7] ยานี้ไม่เหมาะสมต่อสตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร[4]

Diazepam เป็นชื่อสามัญสำหรับ Valium ซึ่งเป็นยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์เพื่อรักษาอาการของภาวะวิตกกังวลผิดปกติ (Anxiety disorders )รวมถึงโรควิตกกังวลชนิดทั่วไป generalized anxiety disorder (GAD)  โรคตื่นตระหนก(panic disorder)และโรคย้ำคิดย้ำทำ Obsessive Compulsive Disorder (OCD )

Valium อาจใช้เพื่อรักษาอาการถอนเหล้าที่เรียกว่า "delirium tremens" **delirium tremens คือการหยุดดื่มสุราในผู้ที่ดื่มสุรามากและติดต่อกันเป็นเวลานาน มีอาการ มือสั่น, นอนไม่หลับ, คลื่นไส้/อาเจียน, ประสาทหลอนและซึมลง**

นอกจากนี้ Valium ยังสามารถรักษาอาการกล้ามเนื้อเกร็งกระตุกจากการบาดเจ็บ การอักเสบหรือความผิดปกติของเส้นประสาท แพทย์อาจใช้ Valium พร้อมกับยาอื่น ๆ เพื่อรักษาอาการชัก Valium เป็นกลุ่มยาที่เรียกว่า benzodiazepines ซึ่งทำงานโดยเพิ่มประสิทธิภาพของ GABA ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยลดการเคลื่อนไหวของสัญญาณประสาทในสมองสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติชื่อการค้าValium สำหรับDiazepam ในปี 1963 ภายใต้ บริษัท โรช (Roche) จำกัด

ในปี 1985 องค์การอาหารและยาได้อนุมัติให้บริษัท ยาหลายแห่งจำหน่าย diazepam ในชื่อการค้าต่างๆเพิ่มกัน Benzodiazepinesเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์และใช้กันอย่างกว้างขวาง: ตามรายงานใน The New York Times และวารสารอื่น ๆ  หมอในสหรัฐอเมริกาได้ออกใบสั่งยามากกว่า 50 ล้านใบต่อปีสำหรับ Valium ในช่วงปี 1970 และเป็นยาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอเมริกา มีการใช้ยาผิดๆ โดยใช้ benzodiazepine ร่วมกับยาแก้ปวดที่สกัดจากฝิ่น และได้กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา  มีจำนวนคนที่เข้ารับการรักษาเนื่องจากการใช้ยาผิดๆนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 570% ในช่วงปี 2000-2010 ตามข้อมูลของ The Substance Abuse and Mental Health Services Administration (SAMHSA)

แนวโน้มการใช้ยาผิดๆและการใช้ยา'Valium 'ในปริมาณมากๆ  Valium และBenzodiazepinesอื่น ๆ มีแนวโน้มการใช้ยาในทางที่ผิดค่อนข้างมาก เนื่องจากยาเหล่านี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของยาแก้ปวดที่สกัดจากฝิ่น  เพิ่มความรู้สึกร่าเริงและผ่อนคลายอย่าง "สูง" ผู้ติดยาเสพติดโคเคนสามารถใช้ benzodiazepine เพื่อบรรเทาผลข้างเคียงที่ไม่สบายตัวเช่นหงุดหงิดและกระวนกระวายใจการใช้ยาBenzodiazepinesในทางที่ผิดอีกแบบคือใช้ยาเหล่านี้เพื่อกระตุ้นผลของแอลกอฮอล์ในร่างกายและบรรเทาอาการเมาเมื่อหยุดกินแอลกอฮอล์

คนกลุ่มที่ใช้ยา benzodiazepine ในทางที่ผิด  มักเรียกชื่อยาในชื่อต่างๆเช่น "benzos," "downers", "nerve pills"  "tranks" Valium สามารถสร้างภาวะดื้อยาได้หากใช้เป็นเวลานาน ถ้าหยุดกินยา Valium กะทันหันหลังจากรับประทานเป็นเวลานานคุณอาจมีอาการถอนยาเช่น อาการวิตกกังวล หงุดหงิด และนอนหลับยาก Valium เหมาะสำหรับการใช้งานระยะสั้น เนื่องจากอาจสร้างนิสัยติดยา ไม่แนะนำให้ใช้นานกว่าสี่เดือน หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการติดยาเสพติดหรือติดเหล้าในอดีตคุณอาจมีความเสี่ยงที่จะติด valium มากขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ผลข้างเคียงบางอย่างของ Valium รุนแรงขึ้น


การใช้Valium ในสุนัขและแมว

มีการใช้ Valium ในสุนัขแมวและสัตว์อื่น ๆเพื่อรักษา ภาวะวิตกกังวล  ภาวะชักหรือ ภาวะเบื่ออาหาร นอกจากนี้ยังใช้เป็นยากดประสาทก่อนทำการผ่าตัดหรือวิธีการอื่นๆที่ใช้ทางสัตวแพทย์ Valium สำหรับสุนัขและแมวควรใช้ภายใต้คำแนะนำของ


การใช้Valiumในหญิงตั้งครรภ์

Valium ไม่ปลอดภัยที่จะใช้ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร การใช้ Valium ในช่วงตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดปัญหาในการคลอด(อาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์)และอาการถอนยาในทารกแรกเกิด (อาการวิตกกังวล หงุดหงิด และนอนหลับยา) เนื่องจาก Valium สามารถกระจายตัวผ่านน้ำนม จึงไม่ควรให้นมบุตรในขณะที่ต้องกิน Valium แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนที่จะทาน Valium โดยเฉพาะหากคุณกำลังตั้งครรภ์  หรืออาจจะมีการตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนไม่ควรทาน Valium

คำเตือนสำหรับการใช้ Valium

Valium มีผลข้างเคียงค่อนข้างเยอะ แจ้งแพทย์ทุกครั้งหากคุณมีอาการแพ้ยาใด ๆ รวมทั้งBenzodiazepinesอื่น ๆ ชื่อสามัญสำหรับยาอื่น ๆ เช่น Xanax, Librium, Klonopin, Dalmane และ Ativan Valium สามารถเกิดปฏิกิริยากับยาหลายชนิด จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ และปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ หากมีภาวะโรคดังนี้:

  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia grav)
  • โรคต้อหินแบบเฉียบพลัน( narrow-angle glaucoma )
  • โรคปอดรุนแรง โรคตับ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • (sleep apnea)
  • โรคเกี่ยวกับหัวใจ  ภาวะชัก การใช้แอลกอฮอล์แบบผิดๆ  ยาเสพติด และภาวะซึมเศร้า
  • อายุ 65 ปีขึ้นไป

ผลข้างเคียงของ Diazepam (Valium)

ผลข้างเคียงที่พบมากของ Valium คือ ง่วงซึม อ่อนเพลียกล้ามเนื้ออ่อนแรง  เดินเซ (ataxia)

ควรแจ้งแพทย์หากมีผลข้างเคียงที่ผิดปกติ ได้แก่ :

  • ภาวะสับสน
  • ภาวะซึมเศร้า
  • ปวดหัว
  • พูดจาเลอะเลือน
  • ท้องผูก
  • คลื่นไส้
  • มองภาพไม่ชัดหรือเห็นภาพซ้อน
  • วิงเวียนศีรษะ
  • วิตกกังวล
  • กระสับกระส่าย
  • นอนไม่หลับ
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • ฝันร้าย
  • ปากแห้ง
  • ความสนใจในเรื่องเพศลดลง
  • ปัสสาวะขัด หรือ ปัสสาวะเล็ด
  • ท้องเสีย
  • การเปลี่ยนแปลงของภาวะอยากอาหาร

ผลข้างเคียงที่ร้ายแรงของ Valium อาจเกิดขึ้นได้เสมอและควรปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีอาการเหล่านี้:

  • อ่อนเพลียหรือง่วงนอนมาก
  • หายใจหรือกลืนกินลำบาก
  • เป็นลม
  • อาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปากหรือลิ้น
  • ภาวะซึมเศร้ารุนแรง
  • โกรธ หรือ ตื่นเต้นง่าย
  • อาการประสาทหลอน (เห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง)
  • มีความเชื่อผิดๆ (เชื่อสิ่งที่ไม่เป็นความจริง)
  • ปัสสาวะขัดรนแรง

ปฏิกิริยาของ Diazepam (Valium) กับยาอื่น

Valiumสามารถเกิดปฏิกิริยากับยา อาหารเสริม หรือยาเสพติดที่คุณกินประจำ จึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดทุกครั้ง ปฏิกิริยาของ Diazepam (Valium) กับยาอื่นที่อาจทำให้เกิดปัญหา ได้แก่

  • Monoamine oxidase inhibitors (MAOIs) (ยาที่ใช้ในภาวะซึมเศร้า)
  • Phenothiazines (ยาที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยทางจิตอย่างรุนแรง)
  • ยาที่ใช้รักษาภาวะวิตกกังวล ได้แก่ fluoxetine (Prozac)
  • ยาช่วยให้หลับชนิดอื่น(sedatives)
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ
  • ยาแก้ไอและแก้หวัดที่มี antihistamine
  • ยาแก้ปวดชนิดเสพติด(Narcotic pain medications and barbiturates)
  • ยารักษาภาวะกรดไหลย้อน ได้แก่ cimetidine (Tagamet) และ ranitidine (Zantac)
  • ยาที่ใช้ในการรักษาเชื้อรา ได้แก่ ketoconazole (Nizoral)
  • ยาที่ใช้ในการรักษาโรคพาร์คินสัน ได้แก่ levodopa (Larodopa, Sinemet)
  • ยาต้านการชัก ได้แก่ valproic acid (Depakene) และ phenytoin (Dilantin)
  • ยารักษาโรคหัวใจเช่น digoxin (Lanoxin) และ metoprolol (Lopressor, Toprol XL)

Valium ทำให้คุณรู้สึกง่วงและส่งผลต่อการตัดสินใจของคุณจึงไม่ควรขับรถหรือใช้เครื่องจักร  จนกว่าจะรู้ว่า Valium จะมีผลต่อคุณอย่างไร

ปริมาณยาที่ใช้รักษาของ Diazepam (Valium)

Valium มีจำหน่ายในลักษณะเม็ด, แคปซูลชนิดค่อยๆปล่อยตัวยา(sustain release) และ ชนิดน้ำ แคปซูลชนิดค่อยๆปล่อยตัวยา(sustain release)  ต้องกินทั้งแคปซูล ไม่ควรบดหรือทำให้แตกก่อนกิน คุณสามารถทาน Valium ได้ทั้งท้องงว่างหรือพร้อมอาหาร

การใช้Valium เกินขนาด

การใช้ยาเกินขนาดของ Valium อาจไปกดระบบประสาทส่วนกลางมากไป  อาการแสดงดังนี้:

  • ง่วงนอนมาก
  • สับสน
  • เดินเซ
  • อ่อนเพลียมาก
  • วิงเวียนศีรษะ
  • หายใจลำบาก
  • ไม่รู้สึกตัว

และอาจมีผลถึงตายหากกินร่วมกับยาอื่น ๆ ที่กดระบบประสาทส่วนกลาง หากมีการได้รับยาเกินขนาด ควรปรึกษาแพทย์

การกินยาValium ควรทำตามแพทย์สั่งเท่านั้น  ไม่ควรหยุดรับประทานยา diazepam ด้วยตัวคุณเอง

การหยุดอย่างกะทันหันอาจทำให้อาการถอนยาดังนี้:

  • อาการสั่น
  • ตะคริว
  • อาเจียน
  • เหงื่อออก
  • ปวดหัว
  • วิตกกังวล
  • สับสน
  • ปัญหาการนอนหลับ
  • ประสาทหลอน
  • ชัก

กรณีลืมกินยา Valium ให้กินยาที่ลืมกินทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าใกล้เวลาสำหรับการกินยาครั้งถัดไป  ให้ข้ามเม็ดที่ไม่ได้กินไป ไม่ต้องกินเพิ่มเป็น 2 เม็ด


อ้างอิง[แก้]

  1. Clinical Addiction Psychiatry. Cambridge University Press. 2010. p. 156. ISBN 9781139491693.
  2. Ries, Richard K. (2009). Principles of addiction medicine (4 ed.). Philadelphia: Wolters Kluwer/Lippincott Williams & Wilkins. p. 106. ISBN 9780781774772.
  3. "Diazepam". PubChem. National Institute of Health: National Library of Medicine. 2006. สืบค้นเมื่อ 2006-03-11.
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 "Diazepam". The American Society of Health-System Pharmacists. สืบค้นเมื่อ Jun 5,15. Check date values in: |accessdate= (help)
  5. Ogle, guest editors, Harry Dym, Orrett E. (2012). Oral surgery for the general dentist. Philadelphia: Saunders. p. 8. ISBN 9781455710324.
  6. 6.0 6.1 6.2 Calcaterra, NE; Barrow, JC (16 April 2014). "Classics in chemical neuroscience: diazepam (valium)". ACS Chemical Neuroscience. 5 (4): 253–60. doi:10.1021/cn5000056. PMID 24552479.
  7. "WHO Model List of Essential Medicines" (PDF). World Health Organization. March 2005. สืบค้นเมื่อ 2006-03-12.