โฟรโด แบ๊กกิ้นส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตัวละครใน เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์
โฟรโด แบ๊กกิ้นส์
200px-Frodo.jpg
เอไลจาห์ วู้ด รับบท โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ ในภาพยนตร์ ลอร์ดออฟเดอะริงส์
ชื่อ โฟรโด แบ๊กกิ้นส์
ฉายา ผู้ครองแหวน
โฟรโดเก้านิ้ว
เพื่อนของเอลฟ์
ตำแหน่ง ผู้ถือแหวน
เผ่า ฮอบบิท
วัฒนธรรม ฮอบบิท, (ไชร์)
เพศ ชาย
ดินแดน เอเรียดอร์ (ถึงปลายยุคที่ 3)
อามัน (ยุคที่ 4)
ช่วงชีวิต 22 กันยายน ยุคที่สามปี 2968 - ยุคที่สี่
อาวุธ ดาบสติง
จากภาพยนตร์ของ ปีเตอร์ แจ๊คสัน
นักแสดง เอไลจาห์ วู้ด
เสียงพากย์ พากย์ไทย1: อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา (พันธมิตร)

พากย์ไทย2: ธนศักดิ์ อุ่นอ่อน (ช่อง 7)

โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ (อังกฤษ: Frodo Baggins) เป็นตัวละครในปกรณัมชุดมิดเดิลเอิร์ธของเจ. อาร์. อาร์. โทลคีน และเป็นตัวละครเอกในเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ เขาถูกกล่าวถึงครั้งแรกในนิยาย ลอร์ดออฟเดอะริงส์ ตอน มหันตภัยแห่งแหวน โดยเป็น ฮอบบิทจากไชร์ในฐานะหลานและทายาทของบิลโบ แบ๊กกิ้นส์ โฟรโดได้รับสืบทอดแหวนเอกธำมรงค์จากบิลโบลุงของเขา และได้รับมอบหมายภารกิจในการนำแหวนเอกนี้ไปทำลายยังเขาเมาท์ดูมในดินแดนมอร์ดอร์ นอกจากนี้เขายังปรากฏในงานชิ้นอื่นของโทลคีนอีกอาทิ ตำนานแห่งซิลมาริล และ Unfinished Tales

ประวัติ[แก้]

วัยเยาว์[แก้]

ในวัยเด็ก โฟรโดอาศัยอยู่ในแบรนดี้ฮอลล์ ซึ่งเป็นบ้านของตระกูลแบรนดี้บั๊กในนิคมแบ็กแลนด์ โฟรโดมีเพื่อนสนิทซึ่งเป็นญาติห่างๆคือเมอเรียด็อค แบรนดี้บั๊ก (เมอร์รี่) กับ เปเรกริน ตุ๊ก (ปิ๊ปปิ้น) ซึ่งทั้งสามคนนี้เป็นตัวป่วนประจำหมู่บ้าน พวกเขามักจะไปขโมยเห็ดจากสวนของมักก็อท

ในปี 2980 เมื่อโฟรโดมีอายุได้ 12 ปี พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางเรือในแม่น้ำแบรนดี้ไวน์ ดังนั้นเขาจึงอาศัยอยู่ที่แบรนดี้ฮอลล์จนกระทั่งลุงของเขา บิลโล แบ็กกิ้นส์ ในวัย 99 ปีได้รับโฟรโดมาอยู่ในอุปการะในปี 2989 บิลโบได้พาโฟรโดไปอาศัยอยู่ด้วยที่แบ็กเอนด์ ซึ่งเป็นบ้านของบิลโบ และประกาศให้โฟรโดเป็นทายาทของเขา โฟรโดได้เรียนภาษาเอลฟ์มากมายรวมถึงตำนานและเรื่องราวเก่าแก่ของทวีปมิดเดิลเอิร์ธระหว่างที่อาศัยอยู่กับบิลโบ นอกจากนี้ โฟรโดกับบิลโบยังมีวันเกิดวันเดียวกันคือวันที่ 22 กันยายนตามระบบวันของไชร์ (ราว 12–14 กันยายนในโลกแห่งความเป็นจริง

ในปี 3001 ขณะที่โฟรโดมีอายุ 33 ปี ในงานเลี้ยงวันเกิดครบรอบ 111 ปีของบิลโบ บิลโบได้ออกจากไชร์ไปและทั้งสมบัติทั้งหมดไว้ให้โฟรโดรวมถึงแหวนเอกธำมรงค์ โดยก่อนที่บิลโบจะออกเดินทางจากไชร์ไปริเวนเดลล์ บิลโบได้ฝากฝังโฟรโดไว้กับแกนดัล์ฟ และทิ้งข้อความแก่โฟรโดไว้ว่าเขาคือผู้ครองแหวนคนถัดไป ภายหลังงานเลี้ยงเลิกรา โฟรโดได้กลับมาที่บ้านพร้อมกับพบว่าเขาได้กลายเป็นเจ้านายคนใหม่ของแบ็กเอนด์และได้รับแหวนเวทมนตร์ แกนดัล์ฟเริ่มสงใสถึงพลังและที่มาที่ไปของแหวนวงนี้ และได้แนะนำโฟรโดว่าอย่าใช้แหวนวงนี้ ซึ่งโฟรโดได้เก็บรักษาแหวนวงนี้ไว้เป็นอย่างดีในที่ปลอดภัยเป็นเวลากว่า 17 ปี

ย้ายออกจากไชร์[แก้]

12 เมษายน ปี 3018 แกนดัล์ฟได้มายังบ้านของโฟรโดเพื่อเตือนโฟรโดว่าแหวนดังกล่าวแท้จริงแล้วคือแหวนเอกธำมรงค์ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของจอมมารเซารอนเพื่อปกครองมิดเดิลเอิร์ธ และได้แนะนำให้โฟรโดนำแหวนวงนี้ตามบิลโบไปยังริเวนเดลล์ ภายหลังแกนดัล์ฟกลับไปโฟรโดก็เริ่มวางแผนการเดินทาง และเริ่มมีข่าวลือในเหล่าฮอบบิทว่าโฟรโดเริ่มจะขัดสนเงิน เมอร์รี่ช่วยโฟรโดในการซื้อบ้านหลังใหม่ในแบ็กแลนด์ซึ่งอยู่นอกไชร์ โฟรโดได้บอกกับฮอบบิทคนอื่นๆในไชร์ว่าเขาตั้งใจจะย้ายไปอยู่ในแบ็กแลนด์ โฟรโดขายบ้านหลังเดิมให้แก่แซ็กวิลล์ แบ็กกินส์ หลังวันเกิดของโฟรโดในปีนั้นได้หนึ่งวัน โฟรโดก็ออกเดินทางจากแบ็กแลนด์พร้อมกับแซมและปิ้ปปิ้นในตอนเช้าตรู่เพื่อมุ่งหน้าไปยังบรี ซึ่งในเวลาเดียวกัน อัศวินอาชาดำ สมุนของเซารอนก็มาถึงไชร์เพื่อตามหาฮอบบิทที่มีชื่อแบ็กกินส์

เมื่อโฟรโดและพวกมาถึงแบ็กแลนด์ก็พบกับเมอร์รี่ที่รออยู่ ซึ่งโฟรโดพบว่าทั้งเมอร์รี่และปิ้ปปิ้นก็ต่างรู้ "ความลับ" ในการเดินทางของเขา โฟรโดจึงจำใจต้องพาทั้งสองไปด้วย ฮอบบิททั้งสี่ไปถึงบรีและเข้าพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง โดยโฟรโดใช้นามแฟงว่า อันเดอร์ฮิลล์ แต่ก็พบว่าแกนดัล์ฟยังไม่มาถึงตามนัด ในคืนนั้นเองที่อัศวินอาชาดำเข้าโจมตีโรงเตี๊ยมเพื่อค้นหาโฟรโดและแหวน แต่ทั้งสี่ก็ปลอดภัยมาได้จากการที่ชายหนุ่มลึกลับได้พาทั้งสี่ไปซ่อนอย่างทันเวลา ชายลึกลับได้แนะนำตัวว่าเขามีนามว่า อารากอร์น และได้อธิบายถึงที่มาที่ไปของอัศวินอาชาดำและบอกว่าอัศวินเหล่านี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า นาซกูล ซึ่งมีทั้งหมด 9 ตน และเขาได้บอกทางไปยังริเวนเดลล์แก่ฮอบบิท

เวเธอร์ท็อปสู่ริเวนเดลล์[แก้]

6 ตุลาคม ระหว่างทางไปยังริเวนเดลล์ โฟรโดรและพวกได้ถูกโจมตีโดยพวกนาซกูลจำนวน 5 ตนที่บริเวนเขาเวเธอร์ท็อป ต่อหน้านาซกุลเหล่านั้น โฟรโดได้ทำผิดพลาดโดยการสวมแหวนเอกทำให้เซารอนมองเห็นโฟรโด และทำให้หัวหน้าของเหล่านาซกุลสามารถแทงโฟรโดถูกบริเวณไหล่ด้วยมีดมอร์กุล ซึ่งหากแทงถูกหัวใจจะทำให้โฟรโดซึ่งสวมแหวนอยู่กลายเป็นเหมือนนาซกุล การปรากฏตัวของอารากอร์นทำให้เหล่านาซกุลล่าถอยไป แม้ว่าอารากอร์นจะมีวิชาการรักษาแต่ก็ไม่สามารถรักษาแผลจากมีดมอร์กุลได้ โฟรโดในสภาพใกล้ตายได้ถูกช่วยเหลือโดย กลอร์ฟินเดล (ในฉบับภาพยนตร์เป็นอาร์เวนแทน) ซึ่งนำโฟรโดขึ้นบนหลังม้าและหนีพวกนาซกุลไปถึงริเวนเดลล์ได้ โฟรโดฟื้นขึ้นมาในวันที่ 24 ตุลาคม และได้พบกับแซม, ปิ้ปปิ้น, เมอร์รี่ และ บิลโบ แต่แม้ว่าโฟรโดจะได้รับการรักษาโดยเอลรอนด์จนหายดีแล้ว แต่แผลนี้ก็คงยังเจ็บเป็นบางครั้ง

ภารกิจแหวน[แก้]

หลังจากแผลหายดี โฟรโดถูกเรียกเข้าที่ประชุมใหญ่ซึ่งจัดโดยเอลรอนด์ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากเสรีชนชาวมิลเดิลเอิร์ธ เพื่ออภิปรายเกี่ยวกับแหวนเอกธำมรงค์และมีมติว่าแหวนเอกธำมรงค์จะต้องถูกทำลาย แต่ที่ประชุมตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะเป็นผู้นำแหวนไปทำลายยังมอร์ดอร์ โฟรโดจึงรับอาสานำแหวนไปทำลาย ทำให้แต่ละตัวแทนจากเสรีชนอาสาปกป้องโฟรโดในการทำภารกิจ ก่อกำเนิดเป็นคณะพันธมิตรแห่งแหวน ขึ้นมา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกเก้าคน ได้แก่ โฟรโด, แซมไวส์, เมอร์รี่, ปิ้ปปิ้น, แกนดัล์ฟ, อารากอร์น, โบโรเมียร์แห่งกอนดอร์, เลโกลัสแห่งเมิร์ควู้ด และ กิมลีคนแคระ

ญาติ[แก้]

ความสัมพันธ์กับเมอเรียด็อค แบรนดี้บั๊กนั้น บิดาของเมอเรียด็อคเป็นเหลนพี่เหลนน้องกับโฟรโด (มีบิดาของทวดร่วมกัน คือ บัลโบ แบ็กกิ้นส์) เช่นเดียวกับความสัมพันธ์กับเปเรกริน ตุ๊ก มารดาของเปเรกกินก็เป็นเหลนพี่เหลนน้องกับโฟรโด โดยที่มารดาของเปเรกกินกับบิดาของเมอเรียด็อคเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นเมอเรียด็อคกับเปเรกรินจึงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

คณะพรรคฮอบบิท[แก้]

ที่ประชุมของเอลรอนด์มีขึ้นเมื่อ 25 ตุลาคม ยุคที่สามปี 3018 ณ ริเวนเดลล์ เพื่อตกลงว่าใครจะเป็นผู้นำแหวนไปทำลายยังมอร์ดอร์

ตัวละคร วันเกิด (ในยุคที่สาม) อายุในที่ประชุม
โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ 22 กันยายน 2968 [1] 50
แซมไวส์ แกมจี 6 เมษายน 2980[2] 38
เมอเรียด็อค แบรนดี้บั๊ก 2982 36
เปเรกริน ตุ๊ก 2990[3] 28

อ้างอิง[แก้]

  1. "Frodo Baggins". The Middle-Earth Encyclopedia. 2010. สืบค้นเมื่อ January 5, 2015. 
  2. "Samwise Gamgee". The Middle-Earth Encyclopedia. 2010. สืบค้นเมื่อ January 5, 2015. 
  3. "Peregrin Took". The Middle-Earth Encyclopedia. 2010. สืบค้นเมื่อ January 5, 2015.