ตำนานบุตรแห่งฮูริน
| ผู้ประพันธ์ | เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน |
|---|---|
| ชื่อเรื่องต้นฉบับ | The Children of Hurin |
| ผู้แปล | ธิดา ธัญญประเสริฐกุล |
| ศิลปินปก | อลัน ลี |
| ประเทศ | อังกฤษ |
| ภาษา | อังกฤษ |
| ชุด | ปกรณัมชุดมิดเดิลเอิร์ธ |
| ประเภท | นวนิยายแฟนตาซี |
| ผู้พิมพ์ | |
| วันที่พิมพ์ |
ตำนานบุตรแห่งฮูริน (อังกฤษ: The Children of Húrin) เป็นนวนิยายแฟนตาซีระดับสูงแบบมหากาพย์ที่บรรยายในลักษณะร้อยแก้ว ประพันธ์โดยเจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ซึ่งได้เริ่มโครงเรื่องไว้ตั้งแต่ต้นคริสต์ทศวรรษ 1910 และได้ปรับแก้เนื้อหาหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งโทลคีนเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1973 เรื่องนี้ก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อยพอจะตีพิมพ์ได้ คริสโตเฟอร์ โทลคีน บุตรชายของเขา ได้นำต้นฉบับทั้งหมดมาเรียบเรียงขึ้นใหม่และใส่บทบรรยายเพิ่มเติมจนสำเร็จ ได้ตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2007 ออกวางจำหน่ายพร้อมกันทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยมีการแปลและพิมพ์จำหน่ายในปี ค.ศ. 2008 โดยสำนักพิมพ์แพรวเยาวชน
ตำนานบุตรแห่งฮูริน เล่าถึงเรื่องราวชะตากรรมของบรรดาบุตรของฮูริน ทายาทตระกูลฮาดอร์ ชาวมนุษย์ในปกรณัมชุดมิดเดิลเอิร์ธ ซึ่งมีชีวิตอยู่ในยุคที่หนึ่งของอาร์ดา ได้แก่ ทูริน ทูรัมบาร์ และ นิเอนอร์ นีนิเอล พวกเขาทั้งหมดต้องคำสาปจากจอมมารมอร์กอธให้ประสบแต่ความหายนะในชีวิต เนื่องจากฮูรินไม่ยินยอมอยู่ใต้บังคับของมอร์กอธ
ภูมิหลังของเรื่อง
[แก้]ประวัติความเป็นมาของบรรพชนของตัวละครเอกของเรื่อง ได้เล่าสรุปไว้ในช่วงต้นของหนังสือ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีอยู่ใน ซิลมาริลลิออน แล้ว กล่าวคือ เมื่อ 500 ปีก่อนที่เหตุการณ์ในหนังสือเล่มนี้จะเกิดขึ้น มอร์ก็อธเทพอสูรได้ขโมยดวงมณีซิลมาริลและหลบหนีออกจากแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์วาลินอร์กลับมายังมิดเดิลเอิร์ธทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ เขาจัดตั้งป้อมปราการใต้ดินขึ้นทางตอนเหนือของโลก ชื่อว่า อังก์บันด์ เป็นแหล่งชุมนุมเหล่าบริวารเพื่อครอบครองมิดเดิลเอิร์ธทั้งหมด มอร์ก็อธทำสงครามกับพวกเอลฟ์ซึ่งอาศัยอยู่ในแผ่นดินเบเลริอันด์ในทางใต้เรื่อยมา
พวกเอลฟ์สามารถสยบการรุกรานของมอร์ก็อธได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง อาณาจักรทั้งหลายจึงได้สงบสุข ในจำนวนนี้ อาณาจักรที่มีอำนาจมากที่สุดคือ โดริอัธ ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ธิงโกล เสื้อคลุมเทา เจ้าแห่งเอลฟ์ชาวซินดาร์ ส่วนพวกโนลดอร์ที่ไล่ติดตามมอร์ก็อธมาจากวาลินอร์ได้ครองดินแดนต่าง ๆ กัน และร่วมมือกับชาวซินดาร์บางส่วนช่วยกันต่อต้านมอร์ก็อธ อาณาจักรสำคัญของชาวโนลดอร์ ประกอบด้วย ดอร์-โลมินและฮิธลุม ของกษัตริย์ฟิงกอน นาร์โกธรอนด์ของฟินร็อด และ กอนโดลินของทัวร์กอน
เมื่อเวลาผ่านไปได้ 300 ปี มนุษย์กลุ่มแรกก็เดินทางมาถึงแผ่นดินเบเลริอันด์ มนุษย์เหล่านี้เรียกว่า ชาวเอไดน์ เป็นกลุ่มคนที่ไม่ยอมรับการปกครองของมอร์ก็อธ และอพยพหนีมาทางตะวันตกเพื่อค้นหาแสงสว่าง พวกเอลฟ์ต้อนรับเหล่ามนุษย์อย่างดี และพวกเขาก็ได้ตั้งถิ่นฐานทั่วไปในแผ่นดินเบเลริอันด์ ชาวเอไดน์ประกอบด้วยสามตระกูลใหญ่ ตระกูลเบออร์ได้รับครองดินแดนลาดรอส ตระกูลฮาเล็ธอาศัยอยู่ในป่าเบรธิล ส่วนตระกูลฮาดอร์ได้ครองแผ่นดินดอร์-โลมิน หลังจากชาวเอไดน์แล้วยังมีมนุษย์เดินทางติดตามเข้ามาภายหลังอีก พวกนี้เรียกว่า ชาวอีสเตอร์ลิง ส่วนมากคนกลุ่มนี้จะตกอยู่ใต้อำนาจของมอร์ก็อธ
เวลาต่อมา มอร์ก็อธสามารถทำลายการปิดล้อมอังก์บันด์ของพวกเอลฟ์ลงได้ในสงครามแห่งเพลิงฉับพลัน ตระกูลเบออร์ถูกทำลายจนเกือบหมด พวกเอลฟ์และมนุษย์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ก็ยังมีอีกหลายอาณาจักรที่รอดมาได้ ในจำนวนนี้รวมถึงดอร์-โลมิน ซึ่งเวลานั้น ฮูริน ธาลิออน ได้ขึ้นเป็นเจ้าแคว้น
โครงเรื่อง
[แก้]ฮูริน เป็นมนุษย์ชาวเอไดน์แห่งตระกูลฮาดอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ ซึ่งครองแว่นแคว้นดอร์-โลมิน มีน้องชายชื่อ ฮูออร์ ฮูรินแต่งงานกับมอร์เวน และมีบุตรชายคนโตคือ ทูริน บุตรสาวคนเล็กคือ อัวร์เวน แว่นแคว้นดอร์-โลมินเป็นแผ่นดินศักดินาที่ฟิงโกลฟินกษัตริย์เอลฟ์มอบให้แก่ตระกูลฮาดอร์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือใกล้กับอาณาจักรของมอร์ก็อธ จึงได้รับผลกระทบจาก "ลมหายใจปีศาจ" อัวร์เวนกับเด็ก ๆ ชาวมนุษย์จำนวนมากต้องเสียชีวิต ต่อมาชาวฮาดอร์ยกทัพเข้าร่วมรบในสงครามเนียนายธ์อาร์นอยดิอัด กับทัพเอลฟ์ แต่แตกพ่ายยับเยิน ฮูรินถูกมอร์ก็อธจับตัวไปได้ เพื่อเค้นถามความลับที่ซ่อนตัวของอาณาจักรกอนโดลิน ที่ฮูรินกับฮูออร์เคยไปเยือนเมื่อสมัยยังเด็ก แต่ฮูรินไม่ยอมจึงถูกมอร์ก็อธสาปแช่งทั้งตระกูล
แคว้นดอร์-โลมินตกเป็นเชลยสงครามให้กับพวกอีสเตอร์ลิงที่เป็นสมุนของมอร์ก็อธ มอร์เวนจึงลอบส่งตัวทูรินให้หนีไปยังอาณาจักรโดริอัธของกษัตริย์ธิงโกล ทูรินเติบโตขึ้นในดินแดนของพวกเอลฟ์ แต่ก็คิดถึงแม่และแผ่นดินเกิดอยู่ตลอด วันหนึ่งทูรินเกิดเหตุวิวาทกับเอลฟ์ที่ปรึกษาคนหนึ่งของธิงโกลที่เกลียดชังชาวมนุษย์ ชื่อซายรอส แล้วเกิดอุบัติเหตุทำให้ซายรอสเสียชีวิต ทูรินจึงหนีออกจากอาณาจักรโดริอัธเพราะความกดดันที่ต้องอยู่เป็นผู้ลี้ภัย และไม่ต้องการรับการอภัยโทษ เขาไปอยู่กับพวกโจรในป่า เที่ยวปล้นชิงบ้านเรือนผู้คน เมื่อธิงโกลทราบเรื่องก็ส่งคนออกตามหา แต่ไม่มีใครหาทูรินพบเลย
ทูรินได้ขึ้นเป็นหัวหน้าโจร แล้วพาพวกโจรออกตระเวนไปในป่า พยายามไม่เข้าไปปล้นชิงชาวบ้านอีก ระหว่างนี้เอง เบเล็ก จอมธนู นายทัพเอลฟ์ซึ่งเป็นสหายสนิทของทูริน และได้ออกติดตามหาทูรินด้วยอย่างไม่ลดละ ได้ติดตามมาจนทัน เขาพยายามเกลี้ยกล่อมให้ทูรินกลับไปโดริอัธด้วยกัน และช่วยป้องกันชาวบ้านจากการรุกรานของพวกออร์ค แต่ทูรินไม่ยินยอม เบเล็กจึงกลับไปยังชายแดนด้านเหนือเพื่อเข้าร่วมกับกองทัพเอลฟ์ปราบพวกออร์ค ส่วนทูรินก็พาคณะโจรเร่ร่อนต่อไป
วันหนึ่งคณะโจรจับตัวคนแคระค่อมชื่อ มีม ได้ และบังคับให้มอบที่อยู่เป็นการไถ่ตัว มีมจึงพาพวกโจรไปอยู่ด้วยกันบนเขาอะมอนรูธ พวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขชั่วเวลาหนึ่ง จนกระทั่งฤดูหนาวอันโหดร้ายมาถึง เบเล็กก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสบียง และได้ช่วยรักษาพยาบาลคนเจ็บป่วย เบเล็กนำเอาหมวกเกราะมังกรแห่งฮาดอร์มามอบให้ทูรินด้วย หลังจากนั้นทั้งสองได้ร่วมกันสร้างกองทัพต่อต้านมอร์ก็อธ บรรดาคนเร่ร่อนหรือทหารหนีทัพในแถบนั้นก็พากันมาเข้าร่วมจนกลายเป็นกองทัพใหญ่
แต่คนแคระมีมไม่ชอบเอลฟ์ เขาจึงทรยศโดยการยอมตกลงกับพวกออร์ค พาทัพออร์คลอบมาโจมตีอะมอนรูธ ทัพโจรของทูรินแตกพ่ายตายหมด ทูรินถูกพวกออร์คจับตัวไป ส่วนเบเล็กถูกทิ้งเอาไว้ ทว่าสหายโจรคนหนึ่งช่วยเบเล็กไว้ได้ก่อนที่ตัวเองจะสิ้นชีพ ส่วนมีมหนีไปด้วยความกลัว
เบเล็กออกเดินทางติดตามค้นหาทูริน ระหว่างทางได้พบกับเอลฟ์แห่งนาร์โกธรอนด์ ชื่อ กวินดอร์ ซึ่งถูกจับตัวไปเป็นทาสในอังก์บันด์แต่หนีออกมาได้ ทั้งสองตามไปช่วยทูรินออกมาจากค่ายออร์ค แต่ทูรินที่ถูกทรมานมาอย่างหนักจนแทบสิ้นสติ เข้าใจผิดไปว่าผู้มาช่วยจะเข้ามาทำร้ายตัว จึงพลั้งมือสังหารเบเล็กไปด้วยความเข้าใจผิด โดยใช้ดาบอังกลาเฅลของเบเล็กนั่นเอง
กวินดอร์พาทูรินผู้หัวใจแหลกสลายกลับไปยังนาร์โกธรอนด์ด้วยกัน เขาได้รับการต้อนรับอย่างดี ทั้งด้วยชาติตระกูลและฝีมือรบอันแข็งแกร่ง ไม่นานทูรินก็กลายเป็นที่โปรดปรานของกษัตริย์โอโรเดร็ธ เจ้าผู้ครองนาร์โกธรอนด์ ทั้งยังกุมหัวใจของฟินดุยลัสพระราชธิดาไว้ด้วย ดาบอังกลาเฅลได้ถูกตีขึ้นใหม่เป็นดาบสีดำสนิท ทูรินเรียกชื่อมันว่า กัวร์ธัง และผู้คนก็พากันเรียกทูรินว่า จอมดาบดำ เขานำทัพออกสู้กับพวกออร์คหลายครั้ง ชื่อเสียงของจอมดาบดำก็ลือเลื่องไปทั่ว จนดินแดนทั่วไปกลับสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง
แต่ทูรินเป็นคนหุนหันใจร้อน เขาเสนอให้ทัพนาร์โกธรอนด์ต่อสู้กับมอร์ก็อธอย่างเปิดเผย แทนที่จะมัวซุ่มโจมตีอยู่ และให้สร้างสะพานใหญ่ทอดข้ามแม่น้ำนาร็อกไปถึงประตูแห่งเฟลากุนด์ กวินดอร์พยายามคัดค้านแต่ไม่มีใครเชื่อฟังเขาเลย
ในที่สุดทัพนาร์โกธรอนด์ก็ถูกมอร์ก็อธบดขยี้จนสิ้น โอโรเดร็ธและกวินดอร์ตายในที่รบ ส่วนฟินดุยลัสถูกจับตัวไปพร้อมเชลยจำนวนมาก โดยที่ทูรินไม่สามารถช่วยไว้ได้ทัน เพราะเขาถูกมังกรเกลารุงเพ่งมนตร์สะกดเอาไว้ และล่อหลอกให้เขาพะวงถึงมารดากับน้องสาวที่ดอร์-โลมิน จึงรีบหวนกลับไปบ้านเกิดแทนที่จะตามไปช่วยฟินดุยลัส ทว่ามอร์เวนกับนิเอนอร์ น้องสาวของเขา ได้เดินทางมาถึงโดริอัธเสียนานแล้ว ทูรินจึงไปพบแต่เพียงบ้านร้าง และอาละวาดสังหารพวกอีสเตอร์ลิงไปจำนวนหนึ่ง ก่อนจะหนีกลับออกมาและเดินทางไล่ติดตามหาฟินดุยลัสอย่างสิ้นหวัง
ทูรินเดินทางมาจนถึงเขตป่าเบรธิล ดินแดนในปกครองของบรันเดียร์แห่งตระกูลฮาเล็ธ และได้ทราบว่า ฟินดุยลัสถูกพวกออร์คสังหารสิ้นชีวิตเสียแล้ว เขาจึงละทิ้งชื่อและชะตาของตน เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ทูรัมบาร์ ซึ่งหมายถึง ผู้ชำนะโชคชะตา แล้วอยู่กับชาวเบรธิลสืบต่อมา
ด้านอาณาจักรโดริอัธ เมื่อนาร์โกธรอนด์แตก ก็พากันกระวนกระวายใจ ธิงโกลห้ามมอร์เวนกับนิเอนอร์มิให้ด่วนเดินทางออกไป แต่ทั้งสองไม่เชื่อฟัง ธิงโกลจึงส่งกองทหารเอลฟ์ติดตามไปอารักขาและสืบข่าว ทั้งหมดไปถึงนาร์โกธรอนด์ แต่พบมังกรเกลารุงนอนเฝ้าสมบัติอยู่ มันพ่นพิษฟุ้งจนกองทหารทั้งเอลฟ์ทั้งม้าแตกไปคนละทิศละทาง มอร์เวนสูญหายไป ส่วนนิเอนอร์ตกอยู่ในมนตร์สะกดของมังกร กลายเป็นใบ้ ไม่ได้ยิน และไม่ตอบสนองอย่างใดเลย มาบลุงนายทัพเอลฟ์ผู้นำกองกำลังอารักขาเสียใจมาก เขาพยายามพานิเอนอร์กลับคืนยังโดริอัธ แต่ระหว่างทางถูกพวกออร์คซุ่มโจมตี นิเอนอร์ตกใจเตลิดหนีหายไป พวกเอลฟ์เมื่อสังหารออร์คแล้วก็ติดตามหาไม่พบ
ฝ่ายนิเอนอร์เตลิดหนีไปจนถึงเขตป่าเบรธิล และล้มลงสิ้นสติบนเนินพระศพของฟินดุยลัส ทูรินกับพวกพรานป่ามาพบเข้า จึงพานางกลับไปรักษาที่ค่ายเพนียดของตน นิเอนอร์ค่อย ๆ ฟื้นกำลัง และหัดพูดถ้อยคำ แต่นางจำความเป็นมาของตัวเองไม่ได้เลย
บรันเดียร์หลงรักนิเอนอร์ แต่นิเอนอร์กลับรักทูริน และทูรินก็รักนาง ทั้งสองจึงแต่งงานกัน ทว่าทูรินยังคงออกรบกับพวกออร์คตามชายแดนอยู่เสมอ ชื่อเสียงของจอมดาบดำทำให้เกลารุงหันความสนใจมายังเบรธิล และเดินทางมุ่งหน้ามายังป่าแห่งนี้ ทูรินกับอาสาสมัครชาวบ้านป่าสองคนออกไปดักสู้กับเกลารุง โดยอาศัยหลบซ่อนอยู่ใต้หน้าผา และลอบแทงมังกรจากใต้ท้องซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ไม่มีเกราะแข็งคุ้มกัน มังกรถูกแทงเสียชีวิต แต่ก่อนตายมันคลายมนตร์สะกดให้นิเอนอร์จำความเป็นมาของตัวได้ ทูรินสลบไป เมื่อนิเอนอร์รำลึกถึงความเป็นมาทั้งหมดก็สยดสยองใจที่สุดเมื่อรู้ว่าที่แท้ ทูรัมบาร์คนรักของตน คือทูริน พี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง นิเอนอร์กระโดดหน้าผาตาย ส่วนทูรินเมื่อฟื้นมาทราบว่านิเอนอร์ตายแล้วและที่แท้นางเป็นน้องสาวของตัวเอง ก็ฆ่าตัวตาย
ประวัติการประพันธ์และการตีพิมพ์
[แก้]ตำนานบุตรแห่งฮูริน แต่เดิมเป็นงานเขียนร้อยแก้วของโทลคีน ในหนังสือ ประมวลตำนานอันสาบสูญ (The Book of Lost Tales) เป็นวรรณกรรมหนึ่งในสามเรื่องเอกของโทลคีนนับตั้งแต่ยุคแรกเริ่มก่อนการประพันธ์ ลอร์ดออฟเดอะริงส์ มีชื่อเรื่องเมื่อประพันธ์ครั้งแรกใน ค.ศ. 1919 ว่า เรื่องของทูรินกับโฟอาโลเค[1] ต่อมาโทลคีนนำบทประพันธ์นี้ไปแต่งขึ้นใหม่เป็นกวีนิพนธ์ ใช้ชื่อว่า ทูริน บุตรแห่งฮูริน กับกลอรุนด์เจ้ามังกร โดยใช้เวลาประพันธ์อยู่หลายปี เป็นบทกวีนิพนธ์ขนาดยาวหลายพันบรรทัด[1] แต่ยังแต่งไม่จบ ระหว่างนั้นโทลคีนก็ประพันธ์งานชิ้นอื่น ๆ ไปด้วย โดยมีงานชิ้นใหญ่ที่สุดที่ขัดขวางการประพันธ์ผลงานอื่นของเขาไปเป็นเวลานานหลายปี คือการประพันธ์เรื่อง ลอร์ดออฟเดอะริงส์ ในราวปลายคริสต์ทศวรรษ 1940
หลังจาก ลอร์ดออฟเดอะริงส์ ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ โทลคีนจึงหันมาเอาใจใส่กับงานเขียนในยุคแรก ๆ ของเขาอีกครั้ง เขาได้ปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาของ ตำนานบุตรแห่งฮูริน ไปอีกมาก แต่ยังไม่ได้เรียบเรียงให้สมบูรณ์พอสำหรับการตีพิมพ์ เมื่อโทลคีนเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1973 งานเขียนชุดนี้รวมทั้งงานอื่น ๆ ของเขาอีกจำนวนมากจึงยังไม่ได้รับการตีพิมพ์
คริสโตเฟอร์ โทลคีน ได้รวบรวมงานเขียนที่กระจัดกระจายของโทลคีน เรียบเรียงออกมาเป็นผลงานหลายเล่ม เช่น ซิลมาริลลิออน Unfinished Tales รวมถึงหนังสือชุดประวัติศาสตร์มิดเดิลเอิร์ธ ซึ่งทยอยออกสู่บรรณพิภพมาเป็นลำดับ ล่าสุดเขาได้เรียบเรียงงานเขียนเรื่อง ตำนานบุตรแห่งฮูริน ออกสู่บรรณพิภพได้สำเร็จในปี ค.ศ. 2007 โดยออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2007 พร้อมกันทั้งในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
แม้หนังสือเล่มนี้จะตีพิมพ์หลังจากการเสียชีวิตของโทลคีนไปแล้วกว่า 30 ปี ผลตอบรับจากแฟนหนังสือยังคงเป็นไปในทางที่ดีอย่างยิ่ง โดยได้ขึ้นเป็นหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของนิวยอร์กไทมส์ ภายในเวลา 3 สัปดาห์หลังจากเปิดตัว[2]
ดูเพิ่ม
[แก้]ยุคสมัย
[แก้]นิยายที่เกี่ยวข้อง
[แก้]อ้างอิง
[แก้]
- 1 2 คริสโตเฟอร์ โทลคีน, ตำนานบุตรแห่งฮูริน, ลอนดอน:สำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์คอลลินส์, 2007
- ↑ Publication of the Children of Hurin จาก tolkiengateway.net
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- คำอธิบายโดยย่อเกี่ยวกับหนังสือ เก็บถาวร 2007-09-23 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน จาก Tolkien Estate (อังกฤษ)
- รวมคำถามน่ารู้เกี่ยวกับ "ตำนานบุตรแห่งฮูริน" จาก Tolkien Library (อังกฤษ)
- SpringOfArda เก็บถาวร 2008-03-16 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เป็นเว็บไทย ที่มีเรื่องเกี่ยวกับ ซิลมาริลลิออน ลอร์ดออฟเดอะริงส์ และเรื่องอื่นๆ ของคุณโทลคีน