เอกธำมรงค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

แหวนเอกธำมรงค์ (อังกฤษ: The One Ring) หรือชื่ออื่นๆ ว่า แหวนเอก แหวนประมุข แหวนแห่งอำนาจ หรือ ยมทูตแห่งอิซิลดูร์ เป็นแหวนวิเศษในจินตนาการจากนิยายไตรภาค เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ซึ่งเป็นนิยายที่เล่าเรื่องราวของภารกิจการทำลายแหวนวิเศษวงนี้

ผู้สร้างแหวนนี้คือ เซารอน ผู้เป็นจอมมาร สร้างขึ้นในยุคที่สอง โดยใส่พลังของตัวเองลงไปด้วย แหวนจะคอยทดสอบจิตใจทุกคนที่มันเห็น ผู้ที่ชนะใจตัวเองไม่ได้แหวนจะนำไปสู่ความตาย และทำให้คนดีอ่อนแอ แต่หากเป็นกลางจะเปลี่ยนเป็นปีศาจชั่วคราวแล้วกลับเป็นปกติก็จะมีอำนาจต้านแหวนได้ เนื่องจากเป็นแหวนที่มีอำนาจมากที่สุดในแหวนแห่งอำนาจ หลังจากสงครามที่เซารอนพ่ายแพ้ครั้งแรก แหวนตกไปอยู่ในมือของอิซิลดูร์, กอลลัม, บิลโบ แบ๊กกิ้นส์ ก่อนที่โฟรโด แบ๊กกิ้นส์ ผู้ถือแหวนคนสุดท้ายจะนำแหวนไปทำลายที่ภูเขามรณะ(แต่แท้จริงๆแล้วแซมไวส์ แกมจีเป็นผู้ถือแหวนคนสุดท้ายแต่อยู่ในระยะสั้นที่สุด เพราะหลังจากที่เข้าใจผิดว่าโฟรโดถูกแมงมุมยักษ์ชีล็อบฆ่าตาย แซมได้เอาแหวนเอกไปเพื่อไม่ให้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเซารอน ต่อมาเมื่อช่วยโฟรโดแล้วก็เอาแหวนเอกมาคืนให้แก่โฟรโดตามเดิม)

จารึกบนแหวน[แก้]

แหวนเอกธำมรงค์มีลักษณะเป็นแหวนทองเกลี้ยง มีอักขระเทงกวาร์ของพวกเอลฟ์จารึกไว้ในภาษาแบล็กสปีช อ่านได้ดังนี้

One Ring inscription.svg
Ash nazg durbatulûk, ash nazg gimbatul, ash nazg thrakatulûk, agh burzum-ishi krimpatul.
แอช นาซ์ก ดูร์บาตูหลุก, แอช นาซ์ก กิมบ์อัตทูล, แอช นาซ์ก ธระคาตูหลุก, อาก์ บูร์ซุมอีชฮี กริม์ปอัตทูล

ความหมายของคำจารึกข้างต้นคือ

One Ring to rule them all, One Ring to find them, One Ring to bring them all and in the darkness bind them.
(วงเดียวเพื่อครองพิภพ วงเดียวเพื่อค้นพบจบหล้า วงเดียวเพื่อสาปสิ้นทุกวิญญาณ์ พันธนาไว้ในความมืดมน) [1]


คำจารึกนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทกลอนโบราณของพวกเอลฟ์ ซึ่งมีเนื้อความเต็มคือ

แหวนสามวงแด่กษัตริย์พรายใต้แผ่นฟ้า
เจ็ดวงแด่เจ้าชาวแคระในท้องพระโรงศิลา
เก้าวงนั้นหนาแด่มนุษย์ผู้ไร้นิรันดร์
วงเดียวแด่เจ้าแห่งอสูรผู้ครองบัลลังก์ดำ
ในแดนมรณะแห่งมอร์ดอร์
วงเดียวเพื่อครองพิภพ วงเดียวเพื่อค้นพบจบหล้า
วงเดียวเพื่อสาปสิ้นทุกวิญญาณ์ พันธนาไว้ในความมืดมน
ในแดนมรณะแห่งมอร์ดอร์

อ้างอิง[แก้]

  1. ลอร์ดออฟเดอะริงส์, วัลลี ชื่นยง (แปล) , สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน, พ.ศ. 2544