ลอร์ดออฟเดอะริงส์ ตอน มหันตภัยแห่งแหวน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ตอนมหันตภัยแห่งแหวน หรือ อภินิหารแหวนครองพิภพ (อังกฤษ: The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring) เป็นนิยายภาคแรกของนิยายไตรภาคชุด เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ซึ่งประพันธ์โดย เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน โดยภาคที่สองคือตอน หอคอยคู่พิฆาต และภาคที่สามคือตอน กษัตริย์คืนบัลลังก์

ความเป็นมา และข้อมูลการตีพิมพ์[แก้]

เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งจากบทประพันธ์เรื่อง เดอะฮอบบิท ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1937 จนทางสำนักพิมพ์ต้องขอให้โทลคีนเขียนนิยายใหม่ส่งมาอีก ในตอนแรกโทลคีนพยายามส่งเรื่อง ซิลมาริลลิออน ที่เป็นผลงานที่เขารักและทุ่มเทประพันธ์มาโดยตลอด ให้สำนักพิมพ์พิจารณา แต่สำนักพิมพ์ไม่ชอบ สำนักพิมพ์บอกว่าผู้อ่านต้องการเรื่อง 'การผจญภัย' และขอให้โทลคีนแต่งภาคต่อของเดอะฮอบบิท แต่โทลคีนไม่ต้องการเขียนเรื่องผจญภัยแบบเด็กๆ แบบนั้นอีก ในที่สุดโทลคีนก็วางโครงเรื่องใหม่ โดยใช้แหวนที่บิลโบ แบ๊กกิ้นส์ ตัวเอกในเรื่องเดอะฮอบบิท ได้มาด้วยความบังเอิญในระหว่างการเดินทาง มาใช้เป็นแกนของเรื่องใหม่ และนำเอาเรื่องราวตำนานในซิลมาริลลิออน มาเป็นฉากหลังของเรื่อง เขาวางพล็อตให้นิยายเรื่องใหม่มีความจริงจังมากขึ้น จนเมื่อผ่านไป 17 ปี นิยายเรื่อง เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ จึงได้ปรากฏโฉมสู่บรรณพิภพ

เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ตอน มหันตภัยแห่งแหวน ออกจำหน่ายครั้งแรกในประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1954 ส่วนนิยายฉบับแปลภาษาไทย แปลโดย คุณวัลลี ชื่นยง ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แพรวเยาวชน เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2544

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

ความจริง เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ เป็นนวนิยายเรื่องยาวเพียงเรื่องเดียว ประกอบด้วยเนื้อเรื่องจำนวนหกเล่ม (ตามบทประพันธ์ของโทลคีน) แต่เนื่องจากสำนักพิมพ์ไม่สามารถตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดลงในเล่มเดียวกันได้ จึงจำเป็นต้องแบ่งพิมพ์ออกเป็นสามส่วน เรียกกันเป็นสามภาค ภาคแรกประกอบด้วยบทนำ ที่กล่าวถึงความเป็นมาและวัฒนธรรมของชาวฮอบบิท เล่มหนึ่งของเรื่อง ประกอบด้วยเนื้อหา 12 บท และเล่มสองประกอบด้วยเนื้อหา 10 บท

เล่ม 1[แก้]

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่งานเลี้ยงวันเกิดปีที่ 111 ของบิลโบ แบ๊กกิ้นส์ เศรษฐีฮอบบิทผู้มีนิสัยแปลกประหลาด กับโฟรโด แบ๊กกิ้นส์ หลานชายกำพร้าของเขา หลังงานเลี้ยง บิลโบยกมรดกทั้งหมดให้แก่โฟรโด เพื่อเดินทางไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่ริเวนเดลล์ อาณาจักรเอลฟ์ที่เขาเคยไปเยือนระหว่างการผจญภัยเมื่อหลายสิบปีก่อน ในบรรดามรดกที่บิลโบยกให้โฟรโดนั้น มีแหวนทองเกลี้ยงประหลาดอยู่วงหนึ่ง

แกนดัล์ฟค้นพบสาเหตุความประหลาดของแหวนวงนั้น และว่าแหวนนั้นจะต้องถูกทำลาย ระหว่างที่แกนดัล์ฟนัดแนะแผนการกับโฟรโด แซมไวส์ แกมจี คนสวนของแบ็กเอนด์มาได้ยินเข้า จึงออกเดินทางไปพร้อมกับโฟรโดด้วย

โฟรโดขายบ้านที่แบ็กเอนด์ ทำทีเป็นย้ายถิ่นฐานกลับไปบั๊กแลนด์อันเป็นแผ่นดินเกิด โดยมีเมอเรียด็อค แบรนดี้บั๊ก (เมอร์รี่) กับ เปเรกริน ตุ๊ก (ปิ๊ปปิ้น) ญาติของเขาช่วยเหลือในการขนย้ายสิ่งของ แต่เมอร์รี่และปิ๊ปปิ้นล่วงรู้ถึงแผนการเดินทางของโฟรโด จึงขอติดตามไปด้วย ระหว่างทาง พวกเขาถูกภูตแหวน (นาซกูล) สมุนของเซารอนที่ส่งออกมาตามหาแหวนเอก ติดตามไล่ล่า จึงต้องลอบเดินทางออกจากไชร์ผ่านทางป่าดึกดำบรรพ์

ในป่าดึกดำบรรพ์ พวกฮอบบิทพลาดพลั้งถูก "ผู้เฒ่าหลิว" ต้นหลิวแก่จับตัวเอาไว้ โชคดีที่ทอม บอมบาดิล บุรุษลึกลับ มาช่วยไว้ได้ทัน แล้วพาพวกฮอบบิทไปพักผ่อนที่บ้าน แนะนำให้รู้จักกับภรรยาคือ โกลด์เบอร์รี่ ธิดาแห่งสายน้ำ ทอม บอมบาดิล ทดลองสวมแหวนเอก แต่แหวนไม่มีอิทธิพลอย่างไรกับเขาเลย โฟรโดลองสวมดูบ้างจึงพบว่าตัวเองสามารถหายตัวได้ มีเพียง ทอม บอมบาดิล คนเดียวเท่านั้นที่สามารถมองเห็นโฟรโดขณะสวมแหวน เมื่อออกเดินทางต่อ พวกฮอบบิทติดกับถูกจับตัวไว้อีกที่สุสานแบร์โร่ว์ดาวน์ ร้อนถึงทอม บอมบาดิล ต้องมาช่วยไว้อีกครั้ง พวกฮอบบิทได้อาวุธเป็นดาบสั้นฝีมือช่างแห่งเวสเทอร์เนส สำหรับต่อสู้กับอำนาจชั่วร้าย

เมื่อมาถึงเมืองบรี โฟรโดใช้ชื่อปลอมว่า มร.อันเดอร์ฮิลล์ ถามหาตัวแกนดัล์ฟที่โรงเตี๊ยมแพรนซิ่งโพนี่ ตามที่นัดกันไว้ แต่ก็ไม่พบ ในโรงเตี๊ยม โฟรโดได้รู้จักกับคนจรคนหนึ่งชื่อว่า สไตรเดอร์ ปิ๊ปปิ้นผู้ร่าเริงเริ่มลืมตัวว่ายังอยู่ในอันตราย พร่ำพูดถึงเรื่องราวต่างๆ จนโฟรโดต้องขึ้นไปร้องเพลงเพื่อให้ปิ๊ปปิ้นเงียบ แต่ระหว่างร้องเพลง โฟรโดลื่นล้ม แหวนหลุดเข้าไปในนิ้วมือ ทำให้เขาหายตัวไปต่อหน้าฝูงชนจำนวนมาก

คืนนั้น มร.บัตเตอร์เบอร์ เจ้าของโรงเตี๊ยม เพิ่งนึกได้ว่าแกนดัล์ฟฝากจดหมายไว้ให้โฟรโด จึงนำจดหมายมาให้ ในจดหมายบอกถึงสไตรเดอร์ว่าเป็นสหายของแกนดัล์ฟ มีชื่อจริงว่า อารากอร์น ขอให้เหล่าฮอบบิทไว้ใจเขา ขณะนั้นเอง เมอร์รี่ที่ออกไปเดินเล่นข้างนอก ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา บอกว่าพวกนาซกูล มาถามหาพวกเขากับชาวบ้านที่บรี สไตรเดอร์จึงตัดสินใจให้ทั้งหมดย้ายไปอยู่อีกห้องหนึ่ง

สายลับของพวกภูตแหวน (ชาวบ้านที่บรี) บุกเข้าโจมตีโรงเตี๊ยม และปล่อยม้าของพวกฮอบบิทให้หนีไปจนหมด พวกฮอบบิทจึงต้องไปซื้อม้าต่อจาก บิล เฟิร์นนี่ (ซึ่งเป็นสายลับของภูตแหวนเช่นกัน) สไตรเดอร์พาพวกฮอบบิทออกเดินทางต่อ จนไปถึงเนินเขาเวทเธอร์ทอป ขณะที่สไตรเดอร์ออกไปหาอาหาร พวกฮอบบิทถูกภูตแหวน 5 ตนเข้าโจมตี โฟรโดใส่แหวนทำให้หายตัว แต่ถูกหัวหน้าของพวกนาซกูล (วิชคิงแห่งอังก์มาร์) ใช้มีดมอร์กูลอาบยาพิษ แทงเข้าที่ไหล่ ในที่สุดสไตรเดอร์กลับมาทัน และใช้ไฟขับไล่พวกภูตแหวนไปได้

สไตรเดอร์ใช้อะธีลาสเพื่อรักษาบาดแผลของโฟรโด แต่โฟรโดตกอยู่ในอำนาจชั่วร้ายของมีดมอร์กูล ซึ่งมีเพียงเอลรอนด์แห่งริเวนเดลล์เท่านั้นที่จะช่วยได้ ทั้งหมดออกเดินทางโดยแทบไม่ได้หยุด จนได้พบกับ กลอร์ฟินเดล เอลฟ์ชั้นสูงที่ออกมาลาดตระเวนตามหาพวกเขา และได้ต่อสู้ขับไล่พวกภูตแหวนที่มาป้วนเปี้ยนจนเตลิดหนีไป กลอร์ฟินเดลพาพวกเขาเดินทางมุ่งหน้าไปยังฟอร์ดแห่งริเวนเดลล์ แต่พวกภูตแหวนติดตามมา จนกลอร์ฟินเดลจำต้องให้โฟรโดนั่งบนหลังม้าของตนวิ่งล่วงหน้าไปโดยลำพัง ภูตแหวนตามโฟรโดมาทันที่ฟอร์ดบรุยเนน ขณะนั้นเอง ด้วยอำนาจของเอลรอนด์และแกนดัล์ฟ ทำให้สายน้ำในลำน้ำบรุยเนนก็ยกขึ้นสูง ท่วมทะลักพัดพาพวกภูตแหวนกระจายไป เป็นเวลาที่โฟรโดสิ้นสติไปพอดี

เล่ม 2[แก้]

โฟรโดสลบไปสี่วัน เมื่อตื่นขึ้นมาจึงได้พบกับแกนดัล์ฟ บิลโบ แบ๊กกิ้นส์ผู้เป็นลุง เอลรอนด์ และคนอื่นๆ อีกมากมาย เกิดการชุมนุมกันของชนเผ่าต่างๆ บนมิดเดิลเอิร์ธใน ที่ประชุมของเอลรอนด์ ต่างฝ่ายต่างเล่าเรื่องราวความเป็นไปในดินแดนหรือในความรับรู้ของตน ในที่สุดที่ประชุมตัดสินใจให้ทำลายแหวนเอกทิ้งเสีย ซึ่งต้องนำไปทำลายในเปลวไฟที่ได้หลอมสร้างมันขึ้นมา คือที่เมาท์ดูม หรือ ภูมรณะ ในใจกลางอาณาจักรมอร์ดอร์ โฟรโดรับอาสานำแหวนไปทำลาย เอลรอนด์จึงได้แต่งตั้ง คณะพันธมิตรแห่งแหวน เพื่อไปปฏิบัติภารกิจนี้

สมาชิกทั้งเก้าคนของคณะพันธมิตรแห่งแหวน เดินทางลงไปทางใต้ พยายามข้ามเทือกเขาคาราธราส แต่ไม่สำเร็จ จึงต้องใช้เส้นทางลอดขุนเขาผ่านเหมืองมอเรีย พวกเขาพบว่า อาณาจักรมอเรียถูกทำลายพินาศไปเสียแล้ว และได้ไปพบหลุมพระศพของบาลิน ทั้งหมดต้องต่อสู้กับพวกโทรลล์ ออร์ค และบัลร็อก ที่มายึดครองอาณาจักร ผลจากการต่อสู้ครั้งนั้น แกนดัลฟ์ตกปล่องเหวที่สะพานแห่งคาซัดดูมไปพร้อมกับบัลร็อก ส่วนคณะพันธมิตรแห่งแหวนที่เหลืออีก 8 คน สามารถหนีพ้นไปได้ อารากอร์นนำคนที่เหลือเดินทางมุ่งหน้าต่อไปยังอาณาจักรลอธลอริเอน ซึ่งเป็นอาณาจักรชาวเอลฟ์ป่าภายใต้การดูแลของลอร์ดเคเลบอร์นและเลดี้กาลาเดรียล พวกเขาถูกฮัลเดียร์จับตัวไว้ได้ที่ชายแดน และจับปิดตาทั้งหมดก่อนเข้าสู่อาณาจักร ไม่เว้นแม้แต่เลโกลัสที่เป็นเอลฟ์เหมือนกัน มิฉะนั้นกิมลีก็ไม่ยินยอม

ที่ลอธลอริเอน ทุกคนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ โฟรโดกับแซมได้มองดูในกระจกเงาของกาลาเดรียล และมองเห็นอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของตน โฟรโดเสนอจะมอบแหวนเอกให้กับกาลาเดรียล ซึ่งกาลาเดรียลเองก็ปรารถนาจะได้ครอบครองในการเป็นใหญ่ในพิภพ แต่ในที่สุดนางสามารถเอาชนะใจตัวเองได้ ไม่รับแหวนเอกจากโฟรโด ยินดีจะเป็นเพียงกาลาเดรียลและเดินทางกลับไปสู่แผ่นดินตะวันตก ก่อนออกจากลอธลอริเอน เคเลบอร์นและกาลาเดรียลได้มอบของขวัญให้แก่ชาวคณะพันธมิตรแห่งแหวนทุกคน โฟรโดได้รับขวดแก้วบรรจุแสงแห่งเออาเรนดิล แซมได้รับผงดินบรรจุในกล่องซึ่งเป็นดินวิเศษ สามารถปลูกพืชใดๆ ก็งอกงาม ของขวัญชิ้นสำคัญคือกิมลี เขาไม่ขอประทานของขวัญใดนอกจากเส้นเกศาของกาลาเดรียล 1 เส้น นางให้เขาถึง 3 เส้น นับเป็นของขวัญพิเศษสุดที่แม้แต่เฟอานอร์ก็ไม่เคยได้รับ