แฮล ร็อบสัน-คานู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แฮล ร็อบสัน-คานู
Robsonkanu.jpg
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม ทอมัส เฮนรี อเล็กซ์ ร็อบสัน-คานู[1]
วันเกิด 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1989 (29 ปี)[2]
สถานที่เกิด แอ็กตัน, ลอนดอน, อังกฤษ
ส่วนสูง 6 ft 0 in (1.83 เมตร)[3]
ตำแหน่ง กองหน้า, กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
เวสต์บรอมมิช อัลเบียน
หมายเลข 4
สโมสรเยาวชน
1999–2004 อาร์เซนอล
2004–2007 เรดิง
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2007– 2016 เรดิง 198 (24)
2008 → เซาท์เอนด์ (ยืม) 22 (5)
2009 → สวินดันทาวน์ (ยืม) 20 (4)
2016– เวสต์บรอมมิช อัลเบียน 47 (5)
ทีมชาติ
2007–2008 อังกฤษ อายุไม่เกิน 19 ปี 2 (0)
2009 อังกฤษ อายุไม่เกิน 20 ปี 1 (0)
2010 เวลส์ อายุไม่เกิน 21 ปี 4 (2)
2010– เวลส์ 44 (5)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 15:08, 17 เมษายน 2018 (UTC)
† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 21:45 9 ตุลาคม 2017

แฮล ร็อบสัน-คานู (เกิด 21 พฤษภาคม 1989) นักฟุตบอลชาวเวลส์เชื้อสายไนจีเรีย ลงเล่นในตำแหน่งกองกลางหรือกองหน้า ปัจจุบันสังกัดสโมสรเวสต์บรอมมิช อัลเบียน ในพรีเมียร์ลีก

ร็อบสัน-คานู เริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลเมื่อเข้ามาอยู่ในศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสรอาร์เซนอล และย้ายไปศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสรเรดิงเมื่ออายุได้ 15 ปี ก่อนที่จะได้รับสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพจากสโมสรเรดิงเมื่อปี 2007 โดยเขาถูกส่งไปหาประสบการณ์ในทีมชุดใหญ่กับสโมสรฟุตบอล เซาท์เอนด์ยูไนเต็ด และ สวินดันทาวน์ ในระดับลีกวันด้วยสัญญายืมตัว

ปี ค.ศ. 2009 ร็อบสัน-คานู ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของเรดิงเป็นครั้งแรกด้วยการเป็นผู้เล่นตัวสำรอง ก่อนที่จะยึดตำแหน่งในทีมเอาไว้ได้ และกลายมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของสโมสร โดยเขาพาสโมสรคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกแชมเปียนชิป ได้ในฤดูกาล 2011–12 และได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก ในฤดูกาล 2012–2013 ในปัจจุบันแฮล ร็อบสัน-คานู จัดเป็นหนึ่งในผู้เล่นของเรดิงที่ลงสนามให้สโมสรมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อลงเล่นในลีกเกินกว่า 190 นัด

ในการลงเล่นระดับชาติแฮล ร็อบสัน-คานู เป็นชาวบริติช-ไนจีเรีย โดยมีบิดาเป็นชาวไนจีเรีย ส่วนบรรพบุรุษของมารดามาจากเวลส์ และตัวเขาเกิดที่เกรเทอร์ลอนดอน, อังกฤษ ร็อบสัน-คานูจึงสามารถเลือกเล่นให้กับทีมชาติได้ถึง 3 ประเทศ ทั้งทีมชาติไนจีเรีย, ทีมชาติอังกฤษ และทีมชาติเวลส์

โดยแฮล ร็อบสัน-คานู เล่นในระดับชาติครั้งแรกให้กับทีมชาติอังกฤษที่เป็นแผ่นดินเกิด โดยลงเล่นในระดับเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี และเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี ก่อนจะเปลี่ยนมาเล่นให้กับทีมชาติเวลส์ ในปี ค.ศ. 2010 ในระดับเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี และติดทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ในยุคของจอห์น โตแช็ค รวมถึงเป็นผู้เล่นทีมชาติเวลส์ชุดฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016

ประวัติ[แก้]

แฮล ร็อบสัน-คานู เกิดที่ย่านแอ็กตัน เขตอีลิ่งในเกรเทอร์ลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีบิดาเป็นชาวไนจีเรีย และมารดามีเชื้อสายเวลส์[4] เขาได้เข้าสู่ศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล เมื่ออายุได้ 10 ปี และอยู่ที่นั่นจนถึงอายุ 15 ก่อนจะย้ายเข้ามาสู่ศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสรเรดิง ตามคำชักชวนของเบรนดัน ร็อดเจอส์ ที่ขณะนั้นเป็นผู้จัดการทีมชุดเยาวชนของเรดิง

เซาท์เอนด์ยูไนเต็ด[แก้]

ฤดูกาล 2007–08 หลังจากจบหลักสูตรในศูนย์ฝึกเยาวชนของเรดิง แฮล ร็อบสัน-คานู ได้รับสัญญาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2007 ในยุคที่มี สตีฟ คอปเพลล์ อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ เป็นผู้จัดการทีมในขณะนั้น ก่อนที่ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2008 เขาจะถูกส่งตัวไปหาประสบการณ์ในการลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ โดยเขาย้ายไปเล่นให้กับ สโมสรฟุตบอลเซาท์เอนด์ยูไนเต็ด ในระดับลีกวันด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล

ร็อบสัน-คานู ลงสนามในฐานะนักฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรกในการแข่งขันลีกวัน นัดที่บุกไปเสมอกับ เลย์ตันออเรียนต์ 2–2 ที่สนามบริสเบนโรด เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง[5] และมายิงประตูแรกในอาชีพค้าแข้งได้ ในนัดที่เปิดบ้านเสมอกับสโมสรนอตทิงแฮมฟอเรสต์ 1–1 ที่สนามรูตส์ฮอลล์[6] โดยในฤดูกาลแรก เขายิงเพิ่มได้อีก 2 ประตูในนัดที่แข่งกับสโมสร ฮัดเดอร์สฟีลด์ทาวน์ และสโมสรสวอนซีซิตี ก่อนจะกลับต้นสังกัดด้วยผลงานการลงสนาม 8 นัด ยิงไป 3 ประตูในลีกวัน

ฤดูกาล 2008–09 ร็อบสัน-คานู กลับมาเล่นให้สโมสรเซาท์เอนด์ยูไนเต็ด อีกครั้งด้วยสัญญายืมตัวเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยลงสนามในลีกวันไป 14 นัด ยิงได้ 2 ประตู ก่อนจะหมดสัญญายืมตัวและกลับต้นสังกัดอีกครั้งหนึ่ง

สวินดันทาวน์[แก้]

เดือนมกราคม ค.ศ. 2009 ร็อบสัน-คานู ย้ายมาเล่นในลีกวันกับสโมสรสวินดันทาวน์ด้วยสัญญายืมตัว โดยเขาลงสนามให้กับสวินดันทาวน์นัดแรกในการแข่งขันลีกวันนัดที่เปิดบ้านเอาชนะสโมสร วอลซอลล์ ไป 3–2 ที่สนามเคาน์ตีกราวน์ และเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ลงสนามอย่างต่อเนื่องและสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น ด้วยการยิงประตูใส่สโมสร สกันทอร์ปยูไนเต็ด, เชลต์นัมทาวน์, โคลชิสเตอร์ยูไนเต็ด และยังยิงประตูใส่ต้นสังกัดเก่าอย่าง เซาท์เอนด์ยูไนเต็ด

แฮล ร็อบสัน-คานู ลงเล่นในลีกให้สวินดันทาวน์ 20 นัด ยิงได้รวม 4 ประตู โดย แดนนี วิลสัน อดีตกองกลางทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ผู้เป็นกุนซือของสโมสรในเวลานั้น ได้ออกมายกย่องฟอร์มการเล่นของร็อบสัน-คานู และกอร์ดอน เกรียร์ 2 ผู้เล่นที่ทำการยืมตัวมาว่ามีฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจอย่างมาก โดยร็อบสัน-คานูเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้สโมสรรอดพ้นจากการตกชั้นเมื่อจบฤดูกาล

เรดิง[แก้]

ฤดูกาล 2009–10 เบรนดัน ร็อดเจอส์ อดีตผู้จัดการทีมชุดเยาวชนของเรดิงที่เคยร่วมงานกับแฮล ร็อบสัน-คานู สมัยยังเป็นนักเตะเยาวชน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่ และได้ให้โอกาสเขาลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสรเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2009 ในการแข่งขันฟุตบอลลีกแชมเปียนชิป นัดที่เปิดบ้านเสมอกับสโมสรนอตทิงแฮมฟอเรสต์ 0–0 ที่สนามมาเดย์สกี[7] โดยในฤดูกาลแรกในทีมชุดใหญ่ของเรดิง เขาได้ลงสนามในฐานะตัวสำรองเป็นส่วนมาก และได้ลงสนามในลีกรวม 17 นัด และเอฟเอคัพ 1 นัด

ฤดูกาลต่อมา ร็อบสัน-คานู พัฒนาฟอร์มการเล่นของตัวเองจนสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงภายในทีม และยิงประตูแรกให้กับเรดิงได้ในการแข่งขันฟุตบอลคาร์ลิงคัพ กับสโมสร นอร์ทแฮมป์ตัน ทาวน์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ.2010 ต่อมาเขายิงประตูแรกในลีกได้ในชัยชนะ 3–0 เหนือสโมสรฟุตบอลบาร์นสลีย์ ก่อนจะยิงในลีกเพิ่มได้อีก 4 ประตู และพาสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ซึ่งอยู่ในพื้นที่เพลย์ออฟเพื่อเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก โดยในการแข่งขันเพลย์ออฟรอบชิงชนะเลิศ เรดิงต้องพบกับความผิดหวังเพราะต้องพ่ายแพ้ให้แก่สโมสรฟุตบอลสวอนซีซิตี

ฤดูกาล 2011–12 สโมสรภายใต้การคุมทีมของ ไบรอัน แม็คเดอร์ม็อต ได้ขายกองหน้าตัวเป้าของทีมอย่างเชน ลอง ออกไป ทำให้ร็อบสัน-คานู ต้องถูกปรับเปลี่ยนให้มาเล่นเป็นกองหน้าแทนในช่วงแรก ก่อนจะกลับมาเล่นในตำแหน่งปีกเช่นเดิม โดยเขาลงสนามในลีกฤดูกาลนี้ถึง 35 นัด ยิงในลีกได้ 4 ประตู และช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกแชมเปียนชิป พร้อมกับเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

วันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ.2012 ร็อบสัน-คานู ลงเล่นพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก ในนัดที่เสมอกับสโมสรฟุตบอลสโตกซิตี 1–1 ก่อนที่จะยิงประตูแรกในระดับพรีเมียร์ลีกได้เมื่อวันที่ 16 กันยายน ค.ศ.2012 ในนัดที่แพ้สโมสรทอตนัมฮอตสเปอร์ 1–3 ที่สนามมาเดจสกี สเตเดียม และเป็นที่จดจำของแฟนบอลจากการยิงลูกวอลเลย์ด้วยเท้าซ้าย ผ่านมืออันเดอร์ส ลินเดการ์ด ให้เรดิงขึ้นนำสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะแพ้ไป 3–4 และยิงคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ต้นสังกัดบุกไปชนะสโมสรฟุตบอลฟูแลม ถึงสนามเครเวนคอตทิจ โดยฤดูกาลนี้เขายิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้รวม 7 ประตู ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เขายิงประตูในลีกได้มากที่สุด และยังได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของสโมสร ลำดับที่ 3 อย่างไรก็ตามฟอร์มการเล่นของเขาไม่อาจช่วยให้สโมสรรอดพ้นจากการตกชั้นได้

เดือนกรกฎาคม ค.ศ.2013 หลังจากเรดิง ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก ร็อบสัน-คานู ได้ต่อสัญญากับสโมสรออกไปถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ.2016

เวสต์บรอมมิช อัลเบี้ยน[แก้]

วันที่ 31 สิงหาคม 2016 ร็อบสัน-คานู ได้เซ็นสัญญาสองปีกับทีม เวสต์บรอมมิช อัลเบี้ยน เขาได้ลงสนาม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016–17 นัดแรกในนัดที่ชนะ สโมสรฟุตบอลเซาแทมป์ตัน 2-1 โดยเขายิงประตูแรกและทำแอสซิสต์แรกในนัดเดียวกันอีกด้วย และในเกมต่อมาเขาก็ทำแอสซิสต์ให้กับเจมส์ มอร์ริสัน ทำประตูขึ้นนำสโมสรฟุตบอลฮัลล์ซิตีก่อนที่จบเกมจะเสมอกัน 1-1

อ้างอิง[แก้]

  1. "List of Players under Written Contract Registered Between 01/07/2011 and 31/07/2011" (PDF). The Football Association. สืบค้นเมื่อ 7 February 2012. 
  2. Hugman, Barry J., ed. (2010). The PFA Footballers' Who's Who 2010–11. Mainstream Publishing. p. 358. ISBN 978-1-84596-601-0. 
  3. "Player profile". Premier League. สืบค้นเมื่อ 6 May 2013. 
  4. http://www.getreading.co.uk/sport/football/football-news/readings-robson-kanu-delighted-wales-birthday-4226903
  5. http://news.bbc.co.uk/sport2/hi/football/eng_div_2/7210742.stm
  6. http://news.bbc.co.uk/sport2/hi/football/eng_div_2/7284947.stm
  7. http://www.getreading.co.uk/sport/football/football-news/reading-fc-0-nottingham-forest-4235703