แอรอน แรมซีย์
|
แรมซีย์กับอาร์เซนอลในปี 2015 | |||||||||||||||
| ข้อมูลส่วนตัว | |||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ชื่อเต็ม | แอรอน เจมส์ แรมซีย์[1] | ||||||||||||||
| วันเกิด | 26 ธันวาคม ค.ศ. 1990 (28 ปี)[2] | ||||||||||||||
| สถานที่เกิด | แคร์ฟิลลี เวลส์ | ||||||||||||||
| ส่วนสูง | 1.78 เมตร (5.8 ฟุต)[3] | ||||||||||||||
| ตำแหน่ง | กองกลาง | ||||||||||||||
| ข้อมูลสโมสร | |||||||||||||||
สโมสรปัจจุบัน | ยูเวนตุส | ||||||||||||||
| หมายเลข | 8 | ||||||||||||||
| สโมสรเยาวชน | |||||||||||||||
| 1999–2006 | คาร์ดิฟฟ์ซิตี | ||||||||||||||
| สโมสรอาชีพ* | |||||||||||||||
| ปี | ทีม | ลงเล่น | (ประตู) | ||||||||||||
| 2006–2008 | คาร์ดิฟฟ์ซิตี | 16 | (1) | ||||||||||||
| 2008–2019 | อาร์เซนอล | 262 | (40) | ||||||||||||
| 2010–2011 | → นอตทิงแฮมฟอเรสต์ (ยืมตัว) | 5 | (0) | ||||||||||||
| 2011 | → คาร์ดิฟฟ์ซิตี (ยืมตัว) | 6 | (1) | ||||||||||||
| 2019– | ยูเวนตุส | 0 | (0) | ||||||||||||
| ทีมชาติ‡ | |||||||||||||||
| 2005–2008 | เวลส์ อายุไม่เกิน 17 ปี | 15 | (2) | ||||||||||||
| 2007–2009 | เวลส์ อายุไม่เกิน 21 ปี | 12 | (2) | ||||||||||||
| 2008– | เวลส์ | 58 | (14) | ||||||||||||
| 2012 | บริเตนใหญ่ | 5 | (1) | ||||||||||||
เกียรติประวัติ
| |||||||||||||||
|
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 22:45, 15 เมษายน 2019 (UTC) ‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 21:13, 20 พฤศจิกายน 2018 (UTC) | |||||||||||||||
แอรอน เจมส์ แรมซีย์ (อังกฤษ: Aaron James Ramsey; เกิด 26 ธันวาคม ค.ศ. 1990) เป็นนักฟุตบอลชาวเวลส์ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองกลางให้กับยูเวนตุส และทีมชาติเวลส์
แรมซีย์เล่นกับคาร์ดิฟฟ์ซิตีตั้งแต่เรียนอยู่ที่โรงเรียน โดยอยู่ในทีมฟุตบอลเยาวชน 8 ปีก่อนที่จะลงแข่งในทีมรุ่นใหญ่ 16 ครั้ง แรมซีย์ย้ายมาอยู่กับอาร์เซนอลในปี ค.ศ. 2008 หลังจากนั้นก็ต้องหยุดชะงักไปเมื่อขาหักจากในนัดที่แข่งกับสโตกซิตี โดยไรอัน ชอว์ครอส ได้ทำแรมซีย์ขาหักในฤดูกาลปี ค.ศ. 2010 หลังจากแรมซีย์พักฟื้นและได้เล่นในทีมสำรองของอาร์เซนอล จากนั้นแรมซีย์ได้ถูกยืมตัวไปยังนอตทิงแฮมฟอเรสต์ จนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2011 และถูกยืมตัวไปเล่นให้กับสโมสรแรก คือ คาร์ดิฟฟ์ซิตี จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 ก่อนที่จะย้ายกลับมาอาร์เซนอลอีกครั้ง
ในฤดูกาล 2013-14 แรมซีย์กลับมาเล่นได้อย่างโดดเด่นอีกครั้ง ยิงต่อเนื่องถึง 13 ประตู ใน 19 นัดหลังสุด และในนัดที่เจอคาร์ดิฟฟ์ แรมซีย์ยิงอีก 2 ประตู แต่ให้เกียรติทีมเก่าโดยไม่แสดงอาการดีใจหลังจากการทำประตู โดยในฤดูกาลนี้ถือว่าแรมซีย์เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของอาร์เซนอลก็ว่าได้ [4]
จากนั้นในช่วงเปิดกล่องของขวัญ แรมซีย์ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ต้องหยุดพักยาวนานกว่า 3 เดือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทีมเป็นอย่างมาก จนกลับมาสู่ทีมในฐานะตัวสำรองได้อีกครั้งในนัดที่อาร์เซนอลไปเยือนเอฟเวอร์ตัน และเป็นฝ่ายแพ้ไป 0-3 [5]และได้ลงเป็นตัวจริงในเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศ ที่อาร์เซนอลเป็นฝ่ายเอาชนะจุดโทษ วีแกน ซึ่งเป็นแชมป์เก่าไป 2-4 โดยในเกม 120 นาทีทั้งคู่เสมอกัน 1-1 โดยแรมซีย์ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงเวลาพิเศษนาทีที่ 113 และเป็นคิม คัลสตอร์ม ที่ถูกเปลี่ยนตัวมาแทนที่ [6]
ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ กับ ฮัลล์ซิตี แรมซีย์เป็นผู้ยิงประตูให้กับอาร์เซนอลในนาทีที่ 109 ซึ่งเป็นช่วงเวลาพิเศษ หลังจากที่ทั้งคู่เสมอกัน 2-2 ทำให้อาร์เซนอลเป็นฝ่ายชนะไป 3-2 และยังถูกยกให้เป็นแมนออฟเดอะแมตช์ ทำให้อาร์เซนอลได้แชมป์เอฟเอคัพไปเป็นสมัยที่ 11 นับว่ามากที่สุดเทียบเท่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และถือว่าแชมป์รายการแรกของสโมสรด้วยในรอบ 9 ปี [7]
ในระดับทีมชาติ ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เวลส์ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย และนับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 60 ปีผ่านเข้ามาเล่นในรายการฟุตบอลระดับโลกรอบสุดท้ายเช่นนี้ เวลส์แม้จะเป็นเพียงทีมที่ถูกมองว่าเป็นรองหลาย ๆ ทีม แต่กลับสร้างผลงานได้อย่างดีเยี่ยม จนกระทั่งผ่านเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ โดยเฉพาะการเล่นของแรมซีย์ที่ได้รับคำชมว่าเล่นได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งจ่ายและยิงประตูเอง แม้ว่าในรอบรองชนะเลิศแรมซีย์จะไม่สามารถลงเล่นได้ก็ตามเพราะติดโทษห้ามลงแข่งขันจากการได้ใบเหลืองจากรอบ 8 ทีมสุดท้ายก่อนหน้านั้น[8]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ "Updated squads for 2017/18 Premier League confirmed". Premier League. 2 February 2018. สืบค้นเมื่อ 10 February 2018.
- ↑ แม่แบบ:Hugman
- ↑ "Aaron Ramsey". UEFA.com.
- ↑ "บิลิชยกแรมซี่ย์ตัวอันตรายของปืนใหญ่". สยามสปอร์ต. 18 August 2014.
- ↑ "Everton 3-0 Arsenal". BBC. 6 April 2014. สืบค้นเมื่อ 13 April 2014.
- ↑ "Wigan 1-1 Arsenal". BBC. 12 April 2014.
- ↑ Report "Aaron Ramsey steers Arsenal to victory in epic FA Cup Final" Check
|url=value (help). fifa. 19 May 2014. - ↑ หน้า 21 ต่อจากหน้า 1, กล้าที่จะฝัน โดย โต้ บ้านแหลม. "ลุ้นแชมป์ยูโร 2016". ไทยรัฐปีที่ 67 ฉบับที่ 21349: วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 แรม 15 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่อเกี่ยวกับ: แอรอน แรมซีย์ |
| ||||||