แย้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แย้
แย้ธรรมดา หรือแย้เส้น (Leiolepis belliana)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Reptilia
อันดับ: Squamata
อันดับย่อย: Lacertilia
วงศ์: Agamidae
วงศ์ย่อย: Leiolepidinae
Fitzinger, 1843
สกุล: Leiolepis
Cuvier, 1829
ชนิด
ดูในเนื้อหา

แย้ (อังกฤษ: Butterfly lizard, Small-scaled lizard, Ground lizard) เป็นสัตว์เลื้อยคลานจำพวกกิ้งก่าประเภทหนึ่ง จัดเป็นสัตว์ที่อยู่ในสกุล Leiolepis ในวงศ์ Agamidae วงศ์ย่อย Leiolepidinae พบกระจายทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะภูมิภาคอินโดจีน พบทั้งหมด 8 ชนิด สำหรับในประเทศไทยพบทั้งหมด 4 ชนิด มีลักษณะเด่นคือ มีสีสวยสด และลำตัวไม่มีปุ่มหนาม

ลักษณะ[แก้]

มีความแตกต่างจากกิ้งก่าในวงศ์ย่อย Agaminae ซึ่งเป็นวงศ์ย่อยที่มีจำนวนสมาชิกหลากหลายที่สุดของวงศ์ Agamidae คือ มีช่องเปิดบริเวณแอ่งเบ้าตาเล็ก และไม่มีช่องเปิดบริเวณกล่องหู[1] มีขนาดลำตัววัดจากปลายปากโดยตลอดยาวประมาณ 11.5 เซนติเมตร หางยาวประมาณ 23.8 เซนติเมตร ตัวแบนหางราบ โคนหางแบนและแผ่บานออก สีข้างแผ่ขยาย ไม่มีแผงหนามที่สันหลัง ช่องหูใหญ่ เยื่อหูจมใต้ผิวหนัง หนังข้างคอมีรอยพับตามขวาง รอบลำตัวมีเกล็ดประมาณ 40 แถว หัวและหลังสีเขียวมะกอก โดยมีจุดสีเหลืองขอบดำเรียงเป็นแนวข้างตัว มีแถบดำสลับเหลืองคอมีลวดลายร่างแหดำ ประกอบสีครีม ท้องและอกสีส้มสด ตัวผู้จะมีพังผืดด้านข้าง และสวยกว่าตัวเมีย โดยที่แย้ไม่สามารถปรับเปลี่ยนสีได้ตามสภาพแวดล้อมเหมือนสัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่น ๆ

พฤติกรรม[แก้]

แย้ทุกชนิดเป็นสัตว์ที่หากินและอาศัยอยู่ในพื้นดิน ไม่ขึ้นต้นไม้อย่างสัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่น โดยเฉพาะพื้นดินที่เป็นที่แห้งแล้งลักษณะดินปนทราย ที่อยู่ของแย้เป็นรู ลึกประมาณ 1 ฟุต เป็นโพรงข้างใน สามารถกลับตัวได้ ที่ปากรูจะมีรอยของหางแย้ เป็นรอยยาว ๆ และจะมีรูพิเศษอีกรูหนึ่ง ที่ใช้ป้องกันตัว เมื่อถูกศัตรูรุกรานเข้ารูด้านหนึ่ง แย้สามารถหลบรอดออกไปอีกรูหนึ่งได้อย่างแยบยล โดยรูนี้เรียกในภาษาไทยว่า "แปว"

แย้สามารถสืบพันธุ์ได้ทุกฤดูกาล กินแมลงต่าง ๆ เป็นอาหาร แย้ไม่สามารถที่จะว่ายน้ำได้

นอกจากนี้แล้วในพฤติกรรมการสืบพันธุ์ แย้บางชนิดเป็นสัตว์ที่เป็นกะเทยหรือมีเพศที่ไม่แน่นอน สามารถขยายพันธุ์ได้เองโดยไม่ต้องอาศัยเพศตรงข้าม [2] [3]

การจำแนก[แก้]

มีทั้งหมด 8 ชนิด ได้แก่

ความสัมพันธ์กับมนุษย์[แก้]

แย้จัดเป็นอาหารดั้งเดิมของมนุษย์มาช้านานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในถิ่นอีสานของไทย ชาวอีสานจะนิยมจับแย้กินเป็นอาหาร โดยมีรสชาติคล้ายเนื้อไก่ นิยมนำไปทำเป็นเมนูได้หลากหลาย เช่น ปิ้ง หรือ ลาบ

ปัจจุบัน สถานะของแย้เมื่อเทียบกับสัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่น ๆ แล้ว นับว่าใกล้สูญพันธุ์จากถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ ในบางพื้นที่จึงมีการส่งเสริมการเลี้ยงแย้ให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจและอนุรักษ์ไว้ด้วย เช่นที่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นต้น[4]

นอกจากนี้แล้ว จากพฤติกรรมที่อาศัยอยู่ในรู จึงทำให้การละเล่นพื้นบ้านที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการละเล่นที่เรียกว่า "แย้ลงรู"[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. วีรยุทธ์ เลาหะจินดา, วิทยาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก หน้า 374 (พ.ศ. 2552) ISBN 978-616-556-016-0
  2. Grismer, J.L. and Grismer, L.L. 2010. Who’s your mommy? Identifying maternal ancestors of asexual species of Leiolepis Cuvier, 1829 and the description of a new endemic species of asexual Leiolepis Cuvier, 1829 from Southern Vietnam. Zootaxa. 2433: 47–61. http://www.mapress.com/zootaxa/2010/f/z02433p061f.pdf
  3. 3.0 3.1 เลื้อยๆ คลานๆ วิวัฒนาการสูง “โคลนตัวเอง” แพร่พันธุ์ไม่ง้อเพศผู้ ผู้จัดการออนไลน์
  4. อนุรักษ์แย้..สัตว์ที่น่ารัก เพาะเลี้ยงไว้ ณ เขาเขียว จากไทยรัฐ
  5. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกรมศิลปากร. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์---. กรุงเทพ:ม.ป.ส., 2544. หน้า 85.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]