ข้ามไปเนื้อหา

เรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ประวัติ
กองทัพเรือสหภาพโซเวียตกองทัพเรือยูเครนสหภาพโซเวียตยูเครน
ชื่อรีกาวาร์ยัก
ตั้งชื่อตามRussian cruiser Varyag (1899)
Ordered1983
อู่เรือlist error: <br /> list (help)
Nikolayev South
Nevskoye Planning and Design Bureau
ปล่อยเรือ6 ธันวาคม 1985
เดินเรือแรก4 ธันวาคม 1988
สร้างเสร็จสมบูรณ์ (100%)
ความเป็นไปยุติโครงการในปี ค.ศ. 1995
ประวัติ
กองทัพเรือประชาชนจีนจีน
ชื่อlist error: <br /> list (help)
เหลียวหนิง
(จีน: 中国人民解放军海军辽宁舰)
ตั้งชื่อตามมณฑลเหลียวหนิง
อู่เรือบริษัทอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือต้าเหลียน
สร้างเสร็จค.ศ. 2011
เข้าประจำการ25 กันยายน ค.ศ. 2012
สถานะในประจำการ
ลักษณะเฉพาะ แบบดั้งเดิมของ วาร์ยัก
ชั้น: เรือบรรทุกเครื่องบินชั้นพลเรือเอกคุซเนตซอฟ
ขนาด (ระวางขับน้ำ): 59,100 ตัน (บรรทุกเต็ม)[1]
67,500 ตัน (บรรทุกเต็มที่) [2]
ความยาว: 304.5 เมตร (999 ฟุต) o/a
270 เมตร (890 ฟุต) w/l
ความกว้าง: 75 เมตร (246 ฟุต) o/a
35 เมตร (115 ฟุต) w/l
กินน้ำลึก: 8.97 เมตร (29.4 ฟุต)
ระบบพลังงาน: ไอน้ำ
ระบบขับเคลื่อน: กังหันไอน้ำ, 8 หม้อต้ม, 4 เพลา, 200,000 แรงม้า (150 เมกะวัตต์)
2 กังหัน ขนาด50,000 แรงม้า (37 เมกะวัตต์)
9 เครื่องกำเนิดเทอร์โบ ขนาด2,011 แรงม้า (1,500 กิโลวัตต์)
6 เครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล ขนาด2,011 แรงม้า (1,500 กิโลวัตต์)
4 × fixed pitch propellers
ความเร็ว: 32 นอต (59 กิโลเมตรต่อชั่วโมง; 37 ไมล์ต่อชั่วโมง)
พิสัยเชื้อเพลิง: 3,850 ไมล์ทะเล (7,130 กิโลเมตร; 4,430 ไมล์) ที่ 32 นอต
พิสัยปฏิบัติการ: 45 วัน
อัตราเต็มที่: 1,960 ลูกเรือ
626 กลุ่มงานอากาศยาน
40 นายธง
3,857 ห้อง
ยุทโธปกรณ์:


After refit:
3 × Type 1030 CIWS
3 × HQ-10 (18 Cell Missile system)
2 × ASW 12 tube rocket launchers


As designed:
8 × AK-630 AA guns (6 × 30 mm, 6,000 round/min/mount, 24,000 rounds)
8 × CADS-N-1 Kashtan CIWS (each 2 × 30 mm Gatling AA plus 16 3K87 Kortik SAM)
12 × P-700 Granit SSM
18 × 8-cell 3K95 Kinzhal SAM VLS (192 vertical launch missiles; 1 missile per 3 seconds)
RBU-12000 UDAV-1 ASW rocket launchers (60 rockets)
อากาศยาน: 24 Shenyang J-15
6 Changhe Z-18
4 Ka-31
2 Harbin Z-9
Total of 36 fixed wing and rotary wing aircraft.

เรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิง (จีน: 中国人民解放军海军辽宁舰; อังกฤษ: Liaoning) เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน

เรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิง เดิมชื่อว่า เรือบรรทุกเครื่องบินวาร์ยัก (รัสเซีย: Варяг; อังกฤษ: Varyag) เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นคุซเนตซอฟของโซเวียต ต่อขึ้นที่อู่ต่อเรือที่เมืองไมโคเลฟ ติดทะเลดำ ทางตอนใต้ของยูเครน ปล่อยลงน้ำเมื่อปี ค.ศ. 1988 เดิมมีชื่อว่า "รีกา" [3] ตามชื่อกรุงรีกา เมืองหลวงของลัตเวีย ซึ่งในขณะนั้นเป็นหนึ่งใน 15 สาธารณรัฐของโซเวียต แต่ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วาริยัก" ตามชื่ออดีตเรือลาดตระเวนหุ้มเกราะของรัสเซีย ชื่อ "วาริยัก" มาจากภาษายูเครน หมายถึง วารันเจียน

การก่อสร้างเรือหยุดลงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 โดยยังไม่ได้ติดตั้งระบบอิเลคทรอนิกส์ เนื่องจากขาดงบประมาณ และเมื่อโซเวียตล่มสลายลง เรือลำนี้ก็ตกเป็นของประเทศยูเครนและถูกจอดทิ้งไว้โดยไม่ได้บำรุงรักษา ถูกนำออกมาประมูลในปี ค.ศ. 1998 ในฐานะเรือเปล่า ไม่มีเครื่องยนต์ หางเสือ และระบบควบคุม และประมูลได้ไปในราคา 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ [4] โดยบริษัทท่องเที่ยวจากมาเก๊า ซึ่งระบุว่าจะนำเรือลำนี้ไปสร้างเป็นคาสิโนลอยน้ำที่ท่าเรือมาเก๊า [5] เช่นเดียวกับเรือบรรทุกเครื่องบินลำอื่นๆ ของโซเวียตที่เคยถูกบริษัทจีนประมูลไปเป็นสถานที่ท่องเที่ยว คือ เรือบรรทุกเครื่องบินเคียฟทอดสมออยู่ที่เทียนจิน และเรือบรรทุกเครื่องบินมินสค์ทอดสมออยู่ที่เซินเจิ้น

ช่วงปี 2001-2002 เรือถูกชักลากมายังประเทศจีน และเข้าเทียบท่าที่เมืองต้าเหลียน ปัจจุบันเรือลำนี้อยู่ในการครอบครองของกองทัพเรือปลดแอกประชาชน [6] อยู่ระหว่างการปรับปรุงให้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของจีน มีกำหนดทดสอบการเดินเรือในปี ค.ศ. 2011 เพื่อเตรียมเข้าประจำการ [7][8] โดย Jane's Information Group ระบุว่าเรือลำนี้อาจใช้ชื่อว่า ชี หลาง [9] (จีน: 施琅; พินอิน: Shī Láng) ตามชื่อแม่ทัพเรือจีนในช่วงต้นราชวงศ์ชิง ผู้นำทัพเรือจีนสู้กับดัตช์และพิชิตเกาะไต้หวันได้ในปี ค.ศ. 1681 [10]

ลักษณะเรือ

[แก้]
ดาดฟ้าของเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงในปี 2565

เรือบรรทุกเครื่องบินแบบ Type 001 ถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยโครงเรือที่ยังสร้างไม่เสร็จของเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Kuznetsov ที่ชื่อ Varyag โดยเรือในชั้น Type 001 ของจีนนี้ได้รับการออกแบบและปรับปรุงให้ทำหน้าที่เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินโดยเฉพาะ ระบบแท่นยิงขีปนาวุธร่อนซึ่งเคยมีในแบบเดิมถูกถอดออก เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการขยายโรงเก็บอากาศยาน (hangar bay) เพื่อรองรับจำนวนเครื่องบินให้มากขึ้น ส่วนระบบป้องกันติดตั้งขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ FL-3000N ร่วมกับระบบป้องกันระยะประชิด Type 1130 CIWS[11]

รายงานจากหนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้ มอนิ่ง โพสต์รายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน เหลียวหนิงจะบรรทุกอากาศยานจำนวน 36 ลำ ประกอบด้วย เครื่องบินขบไล่ Shenyang J-15 จำนวน 24 ลำ เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ Changhe Z-18F จำนวน 6 ลำ เฮลิคอปเตอร์เตือนภัยทางอากาศล่วงหน้า Changhe Z-18J จำนวน 4 ลำ และเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย Harbin Z-9C จำนวน 2 ลำ โดบการจัดองค์ประกอบของอากาศยานประจำเรือบรรทุกเครื่องบินของจีนดังกล่าวมีลักษณะใกล้เคียงกับแนวคิดการจัดกำลังอากาศยานแบบสมดุลระหว่างภารกิจการรบและการสนับสนุนของเรือบรรทุกเครื่องบินสหภาพโซเวียต ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการของเรือดำน้ำนิวเคลียร์ เรือผิวน้ำขนาดใหญ่ และการสนับสนุนจากกำลังทหารทางบก ในบริบทของยุทธศาสตร์การต่อต้านการเข้าถึงและการปฏิเสธพื้นที่

อย่างไรก็ตามเรือรบลำนี้ก็มีข้อจำกัด เช่นกองบินที่ประจำอยู่บนเรือ เป็นกองบินที่ไม่ได้ระบบการตรวจจับเรดาร์ระยะไกลและไม่สามารถทำภารกิจปราบเรือดำน้ำได้ ทำให้เรือลำนี้จำเป็นต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากเครื่องบินและกำลังเสริมจากทางบกเป็นอย่างมาก[12] นอกจากนี้มีรายงายจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริการะบุว่า เครื่องบินขับไล่ Shenyang J-15 ที่ประจำการบนเครื่อง จะมีพิสัยปฏิบัติการและน้ำหนักการบรรทุกอาวุธต่ำกว่ามาตรฐานเมื่อปฏิบัติการจากเรือบรรทุกเครื่องบิน เนื่องจากข้อจำกัดของระบบขึ้นบินแบบทางลาด (ski-jump) นอกจากนี้บนเรือลำนี้ยังไม่มีข้อมูลการประจำการของเครื่องบินขนส่ง ซึ่งทำให้เรือลำนี้จะเป็นปัญหาด้านโลจิสติกหากปราศจากความช่วยเหลือจากภาคพื้นดิน

ด้วยเหตุนี้ เรือ เหลียวหนิง จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากฐานบนบกอย่างกว้างขวาง หากจะเผชิญหน้ากับกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของกองทัพเรือสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามเรือดังกล่าวยังคงมีศักยภาพสูงเมื่อเทียบกับกองทัพเรือเวียดนามและกองทัพเรือฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ คาดว่าข้อบกพร่องต่าง ๆ จะได้รับการแก้ไขในเรือบรรทุกเครื่องบินรุ่นต่อไป ซึ่งมีแนวโน้มจะมีขนาดใหญ่ขึ้น ใช้ดาดฟ้าขึ้นบินแบบปกติพร้อมระบบเครื่องยิง เพื่อรองรับเครื่องบินขับไล่ที่มีน้ำหนักมากขึ้น ตลอดจนสามารถปฏิบัติการอากาศยานปีกตรึงสำหรับเรดาร์และการลาดตระเวนปราบเรือดำน้ำได้

ปฏิบัติการด้านการทหาร

[แก้]

อู่เรือและรายงานการซ่อมบำรุง

[แก้]

จากภาพถ่ายทางอากาศของประเทศตะวันตก พบว่าเรือเหลียวหนิงมักจะประจำการอยู่ที่ฐานทัพเรือยูจิ บริเวณเมืองชิงเต่า[13] โดยภาพถ่ายทางอากาศพบว่าประจำการตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา และคาดว่านี่คืออู่เรือหลักของเรือลำนี้

ต่อมาหนังสือพิมพ์เซาท์ ไชนา มอนิ่ง โพสต์ ได้เขียนข่าวนึงขึ้นมาในปี 2561 ว่า เรือเหลียวหนิงได้เข้าเทียบท่าเพื่อทำการซ่อมบำรุงครั้งแรกในปี 2555 การปรับปรุงนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าปรับปรุงเพื่อถอดเรดาห์ที่ติดตั้งเหนือสะพานเดินเรือ และถอดระบบการควบคุมการจราจรทางอากาศบนหอบังคับการออกไป ต่อมามีการปรับปรุงครั้งใหญ่อีกครั้งในเดือนมกราคมปี 2562 โดยเป็นการปรับปรุงดาดฟ้าเรือโดยมอดิฟายด์ระบบการปล่อยเครื่องบินใหม่ทั้งหมด เพื่อทำให้การเทคออฟของเครื่องบินเป็นไปได้โดยมีประสิทธิภาพขึ้น

การฝึกซ้อมรบ

[แก้]

ตั้งแต่เริ่มประจำการ เรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิง ได้ปฏิบัติภารกิจซ้อมรบในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะหลังปี 2564 ที่เรือลำนี้ได้ปรับปรุงเสร็จสิ้น ก็ได้มีการฝึกซ้อมรบเพื่อจัดขบวนเรือ และลองประสิทธิภาพของตัวเรือ

โดยตลอดปี 2564 เรือลำนี้ได้ลาดตระเวรทั่วทั้งทะเลเหลือง ทะเลจีนตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิก ทั้งนี้ยังมีการซ้อมรบร่วมกับกองเรือพิฆาตเฉิงตู่ ไท่หยวน หนานชาง เรือฟริเกตฮวังกง ในพื้นที่รอบเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่น[14]

ต่อมาในปี 2565 เหลียวหนิงได้ซ้อมรบใกล้พื้นที่น่านน้ำญี่ปุ่น กองกำลังป้องกันตัวเองของญี่ปุ่นได้พบเจอเรือลำนี้และกองเรืออื่นซ้อมรบอยู่ และให้บทวิเคราะห์ที่สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายที่แข็งกร้าวของกองเรือจีนเพิ่มมากขึ้น

ต่อมาในปี 2568 เรือลำนี้พร้อมด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินอีกลำของจีน ซานตง ถูกพบว่ากำลังปฏิบัติการทางทะเลในทะเลฟิลิปปินส์ โดยมีการพบเห็นการซ้อมการเทคออฟเครื่องบินจากเรือรบของเรือทั้งสองลำจำนวนกว่า 550 ครั้ง เป็นครั้งแรกที่พบเห็นปฏิบัติการที่แข็งกร้าวของจีน ในพื้นที่พิพาทเส้นปะ 9 เส้น เหนือทะเลจีนใต้ ต่อมาในเดือนธันวาคมพบว่าเรือเหลียวหนิงทำการฝึกซ้อมรบทางการทหารร่วมกับกองเรือพิฆาตซึ่งเต็มไปด้วยอาวุธจรวดนำวิถี อันประกอบไปด้วยเรือพิฆาตหนานซาง เรือพิฆาตซีหนิง และเรือพิฆาตไคเฟิง ในแถบเกาะโอกินาวา ทั้งหมดนี้ถูกพบโดนเครื่องบินขับไล่ Mitsubishi F-15J ของกองกำลังป้องกันตัวเองญี่ปุ่นที่บินสังเกตการณ์ จาเหตุการณ์นี้ จีนจึงได้ตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินขับไล่ Shenyang J-15จำนวนสองลำได้ขึ้นบินจากเรือเหลียวหนิงเพื่อสกัดกั้น และต่อมาได้ทำการล็อกเป้าหมายเครื่องบินของญี่ปุ่นด้วยเรดาร์ควบคุมการยิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ชินจิโร โคอิซูมิ ได้ออกมาประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็น “การกระทำที่อันตรายและเกินขอบเขตที่จำเป็นต่อความปลอดภัยในการบิน” ขณะที่โฆษกกองทัพเรือจีนโต้กลับว่า เครื่องบินของญี่ปุ่นได้เข้าใกล้กองเรือเฉพาะกิจของจีนซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมีเจตนาจงใจรบกวนการฝึกซ้อมทางทหารของจีน[15]


อ้างอิง

[แก้]
  1. Keene, The Battles of Coxinga: Chikamatsu's Puppet Play, Its Background and Importance, 45.
  2. John Pike. "Kuznetsov Class - Project 1143.5". Globalsecurity.org. สืบค้นเมื่อ 2014-08-26.
  3. Rochlin, G. I; La Porte, T. R; Roberts, H, "The Self-Designing High-Reliability Organization: Aircraft Carrier Flight Operations at Sea", Naval War College Review, vol. LI no. 3, Autumn, 1987, Footnote 39, เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-12-13, สืบค้นเมื่อ 2011-06-14
  4. varyagworld.com
  5. Storey, I; Ji, Y, China's Aircraft Carrier Ambitions: Seeking Truth from Rumors, vol. 57, Naval War College Review, เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-12-12, สืบค้นเมื่อ 2011-06-14
  6. "China to start construction of 1st aircraft carriers next year". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-05-26. สืบค้นเมื่อ 2009-05-26.
  7. Defense Writers Group (Jan 5, 2011), VAdm. David J. Dorsett, Deputy CNO for Information Dominance (PDF) (Transcript), airforce-magazine.com, คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2012-07-30, สืบค้นเมื่อ Apr 25, 2011
  8. Bitzinger, Richard A; Mitchell, Paul T (May 6, 2011), Soviet aircraft carrier Varyag: Shape of things to come? (PDF), RSIS Commentaries, S. Rajaratnam School of International Studies (RSIS), คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2013-03-27, สืบค้นเมื่อ 2011-06-14
  9. "Transformation of the Varyag into a PLAN Aircraft Carrier". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-09-20. สืบค้นเมื่อ 2011-06-14.
  10. Carrier set for maiden voyage China Daily, 2011-07-28
  11. "Type 001 aircraft carrier Liaoning". SinoDefence. 14 January 2017. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 February 2017. สืบค้นเมื่อ 24 February 2017.
  12. Annual Report to Congress: Military and Security Developments Involving the People's Republic of China 2013 (PDF) (Report). Office of the Secretary of Defense. 2013. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 5 September 2015. สืบค้นเมื่อ 23 October 2013.
  13. "Carrier Liaoning arrives at Qingdao home base". South China Morning Post (ภาษาอังกฤษ). 28 February 2013. สืบค้นเมื่อ 28 November 2020.
  14. "Chinese Type 055 destroyer joins aircraft carrier group for first time". South China Morning Post (ภาษาอังกฤษ). 2021-04-06. สืบค้นเมื่อ 2021-04-07.
  15. "Japan accuses Chinese jets of directing fire-control radar at its aircraft". Al Jazeera. 7 December 2025.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]