เซเบอร์ (มหาสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เซเบอร์
ตัวละครใน มหาสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์
ปรากฏครั้งแรกเฟต/สเตย์ไนต์ (2547)
คนสร้างคิโนโกะ นาสุ
คนพากย์ญี่ปุ่น
คาวาสุมิ อายาโกะ[1]
ไทย
วิภาดา จตุยศพร
อังกฤษ
เคท ฮิกกิ้นส์[2]
มิเชลล์ รัฟฟ์[3]
คาริ วาลกรัน[4]

เซเบอร์ (ญี่ปุ่น: セイバー โรมาจิSeibā) คือหนึ่งในตัวละครหลักของเฟต/ซีโร่ และเป็นหนึ่งในสามตัวละครหญิงหลักในเฟต/สเตย์ไนต์ เธอคือเซอร์แวนท์คลาสเซเบอร์ของ เอมิยะ คิริซึงุ ในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สี่และ เอมิยะ ชิโร่ ในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ห้า เธอเป็นเซอร์แวนท์ของนอร์มา กู๊ดเฟลโล่ว์ (ซึ่งถูกสิงโดย มานากะ ไซโจว) ในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ของเฟต/ลาบรินธ์ แล้วก็ยังเป็นหนึ่งในเหล่าเซอร์แวนท์ของตัวละครหลักในเกมเฟต/แกรนด์ออเดอร์

ความสามารถ[แก้]


  • ความต้านทานเวทมนตร์
ระดับ: A
ความสามารถในการต่อต้านหรือทำให้ผลกระทบที่ได้รับจากเวทมนตร์จากคู่ต่อสู้นั้นน้อยลงหรือไร้ผลไปเลย สำหรับเซเบอร์แล้ว เวทมนตร์ที่มีระดับต่ำกว่า A จะไม่สามารถก่อให้เกิดผลกระทบอะไรได้เลยกับเธอ, ซึ่งหมายความว่าศาสตร์เวทของยุคปัจจุบันจะไม่สามารถทำภยันตรายใดๆให้เธอได้


  • ควบคุม
ระดับ: B (A)
ความสามารถในการควบคุมสัตว์หรือขับขี่จักรกลต่างๆ ไว้ใช้เป็นพาหนะ ซึ่งเธอสามารถควบคุมสัตว์ได้หลากหลายชนิด เว้นแต่สัตว์เหล่านั้นเป็นระดับอสูรปิศาจหรืออสูรศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ยังสามารถขับขี่ยานพาหนะได้ทุกชนิดอีกด้วย จะพบได้ใน เฟต/ซีโร่ ที่เธอใช้ความสามารถนี้ในการควบคุมเครื่องบินขนาดเล็กหรือยามาฮ่า วี-แมกซ์ในเนื้อเรื่อง


  • สัญชาตญาน
ระดับ: A
ความสามารถในการควบคุมความรู้สึกให้ "รู้สึก" ถึงการทำให้ตัวเองอยู่ในสภาวะที่ดีที่สุดในการต่อสู้ คล้ายกับสัมผัสที่ 6 ที่เหมือนกับการคาดการณ์ล่วงหน้า และยังช่วยเสริมในการมองเห็นและการได้ยินอีกด้วย ซึ่งความสามารถนี้ในระดับ A จะอยู่ในขั้นที่คาดเดาอนาคตได้


  • ปลดปล่อยมานา
ระดับ: A
ความสามารถในการถ่ายทอดพลังเวทเข้าสู่ร่างกายและอาวุธที่ใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ให้กับผู้ใช้ กล่าวอย่างง่ายคือเหมือนกับการเร่งพลังเวทนั่นเอง ซึ่งเธอก็ได้ใช้พลังเวทเหล่านี้ในการเสริมประสิทธิภาพให้กับทักษะการใช้ดาบต่อสู้ และในการเคลื่อนไหวของเธอ เพราะด้วยพลังเวทเหล่านี้ จึงทำให้เธอสามารถต่อกรกับเบอร์เซิร์กเกอร์ได้ถึงแม้ว่าเธอจะมีร่างกายเป็นหญิง และตัวเล็กกว่าก็ตาม และอาวุธที่สามารถรองรับพลังเวทเหล่านี้ได้นั้นจำเป็นต้องเป็นอาวุธที่ได้รับการคุ้มครองจากพลังศักดิ์สิทธิ์ มิฉะนั้น อาวุธธรรมดาจะไม่สามารถรองรับพลังเวทเหล่านั้นได้ และพังไปในที่สุด


  • คาริสมา
ระดับ: B
พรสวรรค์ในการควบคุมกองทหาร ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกองกำลังรบในการต่อสู้ และพรสวรรค์นี้ยังเป็นสิ่งที่หาได้ยาก ถึงแม้จะมีอยู่แค่ในระดับ B แต่ก็เพียงพอสำหรับการเป็นผู้นำประเทศได้

โนเบิล แฟนตาซึ่ม (ศาสตราแห่งตำนาน)[แก้]


ระดับ: C[5]
ประเภท: ต่อต้านศัตรู[5]
ศาสตรานี้นั้นสามารถสรุปได้ว่าเป็นฝักดาบแห่งสายลมที่คลุมเอกซ์คาลิเบอร์เอาไว้เพื่อไม่ให้เหล่ามาสเตอร์หรือเซอร์แวนท์คนอื่น ๆ ล่วงรู้ถึงดาบศักดิ์สิทธิ์ที่มองก็รู้เลยว่าเป็นของกษัตริย์อาเธอร์ผู้โด่งดังและเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอ ลักษณะของมันโดยตรงก็คือเขตแดนเวท, และมีความใกล้เคียงกับศาสตร์เวทปัจจุบันมากกว่าศาสตราแห่งตำนาน, หลายคนสันนิษฐานว่าบุคคลที่สร้างมันขึ้นมาก็คือพ่อมดเมอร์ลิน สายลมแรงดันสูงที่อยู่รอบ ๆ ใบดาบก็หักเหแสงโดยรอบ, ทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถที่จะล่วงรู้ถึงลักษณะรูปแบบของดาบของเธอได้เลย, หรือถึงระดับที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออาวุธชนิดไหน แต่ถ้าหากคู่ต่อสู้รู้แล้วว่ามันคืออะไร, ก็จะทำให้เป้าหมายในการปกปิดรูปร่างไร้ผลไปเลย มันยังช่วยเพิ่มความคมของเอกซ์คาลิเบอร์, และเซเบอร์สามารถใช้มันเพื่อก่อสร้างกำแพงลมที่ใหญ่พอที่จะปกปิดอาคารทั้งหลังได้อีกด้วย หลังจากที่เขตแดนเวทถูกปลดปล่อย, วายุแรงดันสูงก็จะหมุนอยู่รอบ ๆ ตัวเธอและสามารถปลดปล่อยมันเป็นการโจมตีที่รุนแรงในครั้งเดียว, การโจมตีนั้นมีนามว่า ‘การโจมตีแห่งสายลม – ค้อนแห่งราชันวายุ (สไตรค์ แอร์)’ เธอยังสามารถที่จะใช้มันเพื่อพุ่งตัวเองไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงถึงสามเท่าของความเร็วปกติของเธอ


ระดับ: A++[5]
ประเภท: ต่อต้านปราการ[5]
ดาบศักดิ์สิทธ์ที่ทรงพลังที่สุด, และเป็นศาสตราแห่งตำนานที่มีชื่อเสียงและพลังมากที่สุดของกษัตริย์อาเธอร์ มันคือ ศาสตราที่ถูกรังสรรค์โดยเทพเจ้า (ดีไวน์ คอนสตรัคท์), หรือถ้าจะให้เจาะจงมากกว่านั้นก็คือ ‘ศาสตราชิ้นสุดท้าย’ (ลาสต์ แฟนตาซึ่ม), หนึ่งในอาวุธขั้นสุดยอดที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้า; หรือถ้าตามเคสนี้ก็คือ, สร้างขึ้นจากการตกผลึกของความหวังของหมู่มวลมนุษยชาติเอาไว้[6] ในการต่อสู้นั้น, มันคือดาบที่จะแปรผันพลังเวททั้งหมดของอาธูเรียให้กลายเป็นแสงและปลดปล่อยออกมาจากดาบเป็นคลื่นพลังงานที่มีพลังทำลายล้างมหาศาล มีเพียงแค่คลื่นตรงปลายดาบเท่านั้นที่สร้างความเสียหาย; และลำแสงส่วนที่เหลือก็คือการเคลื่อนย้ายของทุกสิ่งทุกอย่างที่มันทำลายลง มีหลายคนที่คิดว่าเอกซ์คาลิเบอร์นั้นต้องการเวลาในการชาร์จการโจมตี แต่ว่ามันไม่ใช่ความจริงเลยแม้แต่น้อย, ซึ่งพิสูจน์ได้จากที่เซเบอร์ใช้มันภายในไม่ถึงวินาทีตอนที่สู้กับไรเดอร์

หลังจากสูญเสียคาลิเบิร์นไปเซเบอร์ก็ได้รับดาบเล่มนี้มาจากสตรีแห่งทะเลสาบ (Lady of the Lake) ซึ่งเธออนุญาตให้เซเบอร์ใช้ดาบนี้ได้ตลอดอายุขัยของเธอ มันเป็นหนึ่งในศาสตราแห่งตำนานที่ทรงพลังที่สุด (ระดับ A++) ที่ไม่อาจพบเจอได้จากผลงานของมนุษย์ทั่วไป ตัวอักษรบนดาบนั้นเป็นภาษาโบราณของเหล่าพรายที่สาบสูญ (เรื่องภาษาโบราณจะได้เห็นอีกในหลายๆเรื่องของไทป์มูนเช่น คะระ โนะ เคียวไก บทที่6) ตัวดาบเอกซ์คาลิเบอร์นั้นได้รับพรที่แข็งแกร่ง และจะคมกล้าตลอดเวลา แต่โดยปกติแล้วเซเบอร์จะใช้ ม่านอากาศซ่อนเร้น (อินวิซิเบิ้ล แอร์) ปกปิดไว้เพื่ออำพรางรูปร่างแท้จริงของดาบ ไม่ให้คู่ต่อสู้สังเกตได้โดยง่าย ศาสตรานี้มาจากชื่อดาบในตำนานของ กษัตริย์อาเธอร์ ที่ได้รับมาจาก วิเวียน


ระดับ: EX[5][7]
ประเภท: บาเรีย[5][7]
ฝักดาบที่แท้จริงของเอกซ์คาลิเบอร์, และเป็น ศาสตราที่ถูกรังสรรค์โดยเทพเจ้า (ดีไวน์ คอนสตรัคท์) เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม, อวาลอนก็ยังคงสามารถที่จะมอบความเป็นอมตะและการฟื้นฟูร่างกายให้กับผู้ใช้ได้; ผู้ใช้นั้นจะไม่มีวันแก่ลง, และยังสามารถฟื้นฟูตนเองจากการโจมตีที่ทำลายเนื้อตัวเกือบทั้งหมดรวมถึงหัวใจได้อีกด้วย ถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถที่จะฟื้นฟูการทำลายลงของสมองได้ก็ตาม แต่จริง ๆ แล้วนั้นความสามารถที่แท้จริงของอวาลอนก็คือ, การป้องกันที่ไร้เทียมทาน เมื่อเรียกใช้แล้วมันจะปกป้องอาธูเรียในอวาลอน, ดินแดนแห่งเหล่าภูตพราย, และเป็นสรวงสวรรค์ (ยูโทเปีย) ที่ไม่มีวันเอื้อมไปถึงได้ที่เธอต้องการที่จะไปในตอนที่เธอยังมีชีวิตอย่างสมบูรณ์ มันคือพลังปกป้องอันเป็นที่สุดของโลกที่เหนือไปกว่าแค่การสกัดกั้นหรือสะท้อนการโจมตีกลับ แต่จะปลีกตัวผู้ใช้ไปยังอีกมิติหนึ่งที่แยกออกจากโลกของเราโดยสัมบูรณ์ เมื่อเรียกใช้แล้วมันจะแตกตัวเองเป็นอณูเวทนับไม่ถ้วนในอากาศและคลุมตัวของผู้ใช้เพื่อเป็น “ปราการที่ขยับได้” ที่ปิดกั้นการแทรกแซงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพ ทางเวทมนตร์ ทางจิตใจ หรือแม้แต่ทางโลกคู่ขนานไปจนถึงมิติที่หกเลยทีเดียว[8] (จักรวาลที่เราอยู่ ณ ตอนนี้คือ มิติที่สาม และการไหลของเวลาคือ มิติที่สี่ เพราะฉะนั้น อวาลอนจะสามารถป้องกันการโจมตีมิติเวลาได้ทั้งหมดยกเว้นว่ามันจะทะลุมิติที่หกไปได้นั่นเอง) ถือได้ว่าศาสตราในตำนานชิ้นนี้นั้นอยู่ในระดับเดียวกับ เวทมนตร์แท้จริง (ทรู เมจิค), และแม้แต่ มหาเวททั้งห้า (ไฟว์ เมจิค) ก็ยังมิอาจที่จะทะลุผ่านการป้องกันนี้ไปได้

ตัวตนที่แท้จริง[แก้]

ชื่อเต็มของเธอนั้นคือ อาโทเรีย เพนดรากอน ซึ่งต้นแบบตัวละครของเธอนั้นมีแรงบันดาลใจมาจากตำนานของ กษัตริย์อาเธอร์ อาโทเรียเป็นลูกสาวของกษัตริย์ ยูเธอร์ เพนดราก้อน แห่งอังกฤษ และ พระนางอิเกรน ดัชเชสแห่ง คอร์นวอล ด้วยตามการทำนายชะตาของเธอแล้ว ยูเธอร์ได้ตระหนักว่าเธอไม่เหมาะสมที่จะได้รับสิทธิ์ในการครองบัลลังก์ เขาจึงไม่บอกกับใครเกี่ยวกับเรื่องการเกิดของอาฑทเรีย และเพศของเธอ พร้อมทั้งมอบเธอให้กับ เมอร์ลิน ให้ไปมอบให้กับ เซอร์เอ็กเตอร์ นักรบผู้ที่ให้การเลี้ยงดูเธอในฐานะของบุตรชายบุญธรรม เมื่อกษัตริย์ยูเธอร์สวรรคตบัลลังก์ก็ได้ไร้ผู้สืบทอด อังกฤษในสมัยนั้นจึงได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพวก แซกซอน ต่อมาเมื่ออาโทเรียอายุ15 ปีเมอร์ลินก็ได้มาปรากฏตัวต่อหน้าเธอ และได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เธอได้ฟังว่าหากเธอเป็นผู้ที่ดึงดาบคาลิเบิร์นที่ปักอยู่ที่แท่นหินได้ ชาวอังกฤษทุกคนจะยกย่องเธอให้เป็นกษัตริย์องค์ต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม การที่ใครจะดึงดาบเล่มนั้นขึ้นมา ผู้นั้นจักต้องยอมรับในสิ่งต่างๆ ที่หนักหนาสาหัสที่จะถาโถมเข้ามาในฐานะของกษัตริย์ และอาโทเรียจะต้องรับผิดชอบที่จะต้องปกป้องประชาชนเหล่านั้นด้วย เมื่อปราศจากความลังเลและความกังขาในเรื่องเพศของตนแล้ว เธอก็ได้เลือกที่จะดึงดาบเล่มนั้นขึ้นมา และขึ้นเป็นผู้นำแห่งอังกฤษ

อาโทเรียได้ปกครองบริเทน ซึ่งปราสาทของเธอนั้นอยู่ที่กรุงคาเมล็อต และได้รับการยกย่องสรรเสริญจากประชาชนของเธอเป็นอย่างมาก เธอได้รับการสั่งสอนจากเมอร์ลิน และได้รับความช่วยเหลือต่างๆ จาก อัศวินโต๊ะกลม ซึ่งเธอก็ได้ทำให้อังกฤษอยู่ในยุคที่เฟื่องฟูและสงบสุข ต่อมาดาบคาลิเบิร์นของเธอก็ได้ถูกทำลายลง แต่เธอก็ได้รับดาบเล่มใหม่ เอกซ์คาลิเบอร์ และอวาลอน(ฝัก ดาบ) ซึ่งได้รับมาจาก วิเวียน ซึ่งอานุภาพของอวาลอนยามที่มันอยู่ในร่างกายของเธอ อาโทเรียจะไม่มีวันแก่ และเป็นอมตะ ในสงครามเลยทีเดียว อายุของเธอจึงถูกหยุดลง

ตลอดรัชสมัยของเธอ อาโทเรียได้พบกับสิ่งเลวร้ายและความรุนแรงมาโดยตลอด จึงทำให้เธอได้ละทิ้งอารมณ์ความรู้สึกของเธอไปเพื่อความสงบสุขของบริเทน กระนั้นการกระทำของเธอหลายๆ อย่างนั้นยังส่งผลให้ความเมตตากรุณาของเธอนั้นลดลงด้วยฝักดาบอวาลอนนั้นได้ถูกขโมยไปในระหว่างที่เธอออกไปรบอยู่รอบๆเขตแดนประเทศของเธอ ในขณะที่เธอได้กลับเข้ามาในเมือง เธอได้พบว่าบริเทนนั้นได้ถูกแบ่งแยกโดยสงครามกลางเมือง ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร แต่แล้วเธอก็ได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจากนักรบที่ทรยศเธอ เซอร์มอร์เดร็ด ซึ่งเป็น มนุษย์เทียม ที่เกิดจากเลือดของเธอเอง ในระหว่าง การต่อสู้ที่เคมลันน ร่างที่อ่อนแรงของเธอได้ถูกช่วยเหลือมาไว้ที่เกาะศักดิ์สิทธิ์ โดย มอร์แกน เลอ เฟย์ และ เซอร์เบดิเวียร์ อาโทเรียก็ได้สั่งให้เบดิเวียร์นำดาบเอกซ์คาลิเบอร์ไปคืนแก่วิเวียนที่ทะเลสาบ ในขณะที่สติของเธอเริ่มที่จะเลื่อนลอยนั้น เธอได้ค้นพบว่าตัวเองนั้นได้เลือกเดินทางผิดมาตลอดชีวิต ที่ยอมรับตัวเองในฐานะของกษัตริย์ ก่อนที่เธอจะสิ้นใจ เธอได้อ้อนวอนต่อโลก ในการที่จะขอเป็นวิญญาณวีรชน เพื่อที่จะได้บรรลุในสิ่งที่เธอต้องการ นั่นคือการกลับไปเปลี่ยนแปลงอดีตของเธอ คือการที่เธอจะไม่ดึงดาบเล่มนั้น เพื่อที่จะให้คนอื่นที่เหมาะสมต่อการเป็นผู้นำของบริเทนมากกว่าเธอได้เข้ามาปกครองบริเทนแทนที่เธอ แม่แบบ:NP

บทบาท[แก้]

เซเบอร์ได้ทำลายจอกศักดิ์สิทธิ์ ไปในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 ซึ่งนั่นเป็นเพราะ เอมิยะ คิริซึงุ ได้ใช้ลายมนตรา (Reiju) บังคับให้เธอทำในสิ่งที่เธอไม่ต้องการ อย่างไรก็ตาม จอกที่เธอทำลายไปนั้นเป็นเพียงแค่รูปธรรมของจอกเท่านั้น ซึ่งความปรารถนาของเธอนั้นมีเพียงแค่การได้กลับไปแก้ไขอดีตของเธอ ที่จะไม่ขึ้นเป็นกษัตริย์ในขณะที่เธอยังมีชีวิตอยู่ ในบทเฟต ชิโร่ได้แนะนำให้เซเบอร์ควรที่จะยอมรับในสิ่งที่เธอเป็นอยู่ในปัจจุบัน ดีกว่าการที่จะย้อนกลับไปแก้อดีตที่ผ่านมา ในฉากจบแบบดีของบท อันลิมิเต็ด เบลด เวิร์คส นั้นเธอจะไม่เสียชีวิต และในทั้งบทเฟต และ อันลิมิเต็ด เบลด เวิร์คส เธอได้ใช้เอกซ์คาลิเบอร์ทำลายจอกศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองบท

ใน บท เฮฟเว่นส์ ฟีล เซเบอร์ได้ถูกครอบงำเข้าสู่ด้านมืดโดย อังรี มานยุ และกลายเป็นข้ารับใช้ของซากุระ ซึ่งสุดท้ายก็ได้ถูกสังหารโดยชิโร่นั่นเอง

ใน เฟต/ฮอลโล่ว์อาทาราเซีย เซเบอร์ยังคงอยู่กับชิโร่ ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ได้ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ เธอได้สังหารอาเชอร์ที่พยายามจะสังหารชิโร่เพื่อปกป้องเขาในช่วงแรกของการหวนกลับ ในช่วงการหวนกลับอื่นๆ เธอได้ถูกสังหารโดย ฟรากรัช ของ บาเซตต์ ในขณะที่เธอพยายามที่จะใช้เอกซ์คาลิเบอร์กับบาเซตต์ ในการหวนกลับครั้งสุดท้าย เธอได้ช่วยเหลือชิโร่/อเวนเจอร์ ในการเข้าถึงจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกคุ้มกันไว้ด้วยสัตว์ประหลาดลึกลับ (ที่เกิดจากเศษเสี้ยวของความปรารถนาที่ต้องการจะให้เกิดการหวนกลับอีกครั้งของอเวนเจอร์) พร้อมกับวิญญาณวีรชนตนอื่นๆ ใน เฟต/สเตย์ไนต์ เธอได้ตกหลุมรักกับชิโร่ แต่เธอก็ไม่สามารถแสดงออกมาได้นั่นเป็นเพราะเธอเป็นเพียงข้ารับใช้เท่านั้น

อ้างอิง[แก้]

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ fsn english credits
  2. แอนิเมชันทีวี เฟต/สเตย์ไนต์, โดย สตูดิโอ ดีน ในปี 2006
  3. หนังแอนิเมชัน เฟต/สเตย์ไนต์: อันลิมิเต็ด เบลด เวิร์คส์, โดย สตูดิโอ ดีน] ในปี 2010
  4. แอนิเมชันทีวี เฟต/ซีโร่, โดย บริษัท ยูโฟเทเบิล ในปี 2011-2012
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :0
  6. Fate/side material - Encyclopedia: Sword of Promised Victory [Noble Phantasm], p.076
  7. 7.0 7.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :1
  8. เฟต/คอมพลีท แมททีเรียล III: ข้อมูลโลก - ทฤษฎีเวทมนตร์ - ศาสตร์เวท: ผลลัพธ์บนระดับของเวทมนตร์แท้จริง, หน้าที่ 049

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]