เอมิยะ คิริซึงุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา


เอมิยะ คิริซึงุ (ญี่ปุ่น: 衛宮切嗣 Emiya Kiritsugu) ตัวละครจากเกมซาวนด์โนเวลของ ไทป์-มูน และการ์ตูนเรื่อง เฟท/สเตย์ ไนท์
เขาเป็นจอมเวทย์ผู้ที่รอดชีวิตจากสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 และเป็นพ่อบุญธรรมของ เอมิยะ ชิโร่ เด็กชายผู้ที่เขาได้ช่วยเหลือออกมาจากกองไฟ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนั้น ตลอดชีวิตของเขา เขามีชีวิตอยู่เพื่อผดุงคุณธรรม ปกป้องและช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า แม้ว่าเขาเองจะรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นการยากที่จะทำได้ และเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันคงไม่สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้สั่งสอนลูกชายบุญธรรมของเขาเพียงคนเดียวให้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ฮีโร่ควรกระทำ เพื่อปกป้องความยุติธรรม และปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า ซึ่งตามจริงแล้วเขาก็เป็นนักเวทย์ แต่เขากลับไม่เคยสอนให้ชิโร่ใช้เวทมนตร์อย่างจริงจัง และบอกให้เขาพยายามฝึกเวทย์จำลองวัตถุของเขาให้ใช้ได้คล่องแคล่ว สุดท้ายเขาก็ได้เสียชีวิตไปใน 3 ปี ก่อนเหตุการณ์ใน เฟท/สเตย์ ไนท์ โดยไม่ทราบสาเหตุ

สำหรับ เสียงพากย์ ของคิริซึงุนั้นคือเสียงของ ริกิยะ โคยามะ ในภาษาญี่ปุ่น ส่วนภาษาอังกฤษนั้นเป็นของ เคิร์ก ทอร์นตัน[1]

ประวัติ[แก้]

เอมิยะ คิริซึงุ เข้าสู่สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 โดยการว่าจ้างของตระกูลเอนซ์เบิร์นให้เป็นตัวแทนของการต่อสู้ โดยข้ารับใช้ของเขาคือเซเบอร์ ที่เขาได้อัญเชิญมาโดยอวาลอน ที่เขาได้รับมาจากตระกูลเอนซ์เบิร์นที่คอร์นวอล ประเทศอังกฤษ โดยที่ตระกูลเอนซ์เบิร์นยังใช้สเปิร์มของคิริซึงุในการสร้างโฮมุนครุสอย่างอิลิยาสเวียล ฟอน เอนซ์เบิร์นขึ้นมาด้วย จึงทำให้เขาเป็นบิดาของอิลลิยาสเวียลอย่างไม่ต้องสงสัย แต่อย่างไรก็ตาม เขาได้ต่อสู้โดยที่ไม่สนใจใคร และไม่ยอมฟังใครนอกจากตระกูลเอนซ์เบิร์นเท่านั้น อย่างใน เฟท/ซีโร่ เขาได้ต่อสู้กับมาสเตอร์คนอื่นๆ ในรูปแบบของเขาเอง พร้อมกับอาวุธคู่กายของเขา ปืนพก Thompson Contender,ปืนกลCalico 960 และ Walther WA 2000 สไนเปอร์ ไรเฟิล ที่ดัดแปลงด้วยการติดกล้องส่องในความมืดรุ่น AN/PVS04 พร้อมกับกล้องตรวจจับความร้อน IR ในการตรวจหามาสเตอร์จากความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวมาสเตอร์แต่ละคน ซึ่งจะแตกต่างจากมนุษย์ธรรมดา เพราะนักเวทย์ย่อมมีการเดินพลังเวทย์อยู่เสมอ ซึ่งก่อให้เกิดความร้อนสูงกว่าคนทั่วไป และเขายังได้รับการช่วยเหลือจาก ไมยะ ฮิซาอุ ผู้ช่วยของเขาด้วย


ทุกสิ่งทุกอย่างที่คิริซึงุทำไปนั้น ล้วนยึดถือด้วยคำว่าคุณธรรม ดังที่เขาต้องการที่จะปกป้องทุกๆคน ให้พ้นจากอันตรายและไม่ต้องเดือดร้อน เรื่องเรียกง่ายได้ว่า "ผู้ผดุงคุณธรรม" ถึงเขาจะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะปกป้องทุกสิ่งไว้ก็ตาม ในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 เขาได้พยายามที่จะทำให้มีผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในสงครามนี้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยการสังหารมาสเตอร์คนอื่นๆ อย่างไร้ความปราณี แม้ว่าเขาจะต้องบิดเบือนหนทางนักเวทย์ของเขาก็ตามด้วยการหันมาพึ่งเครื่องยนต์กลไก แต่ตัวเขาก็หวังไว้ว่าสิ่งที่เขาทำนี้ จะช่วยทำให้เกิดความเสียหายต่อทุกสิ่งทุกอย่างน้อยที่สุด


ในช่วงท้ายของสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 เขาได้เอาชนะ โคโตมิเนะ คิเรย์ มาสเตอร์คนสุดท้าย และได้ครอบครองจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกครอบงำไปด้วยความชั่วร้าย ซึ่งจะเป็นผลร้ายต่อการขอพรต่อจอกที่ปนเปื้อนความชั่วร้ายนั้น คิริซึงุจึงได้หักหลังตระกูลเอนซ์เบิร์นด้วยการใช้มนตราอาคม บังคับให้เซเบอร์เข้าทำลายจอกศักดิ์สิทธิ์นั้น แต่ได้มีความชั่วร้ายที่ปนเปื้อนอยู่ในจอกศักดิ์สิทธิ์ มาติดที่ตัวเขา ซึ่งส่งผลทำให้เขาเสียชีวิตในอีก 4 ปีถัดมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ


หลังจากที่สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ได้จบลง คิริซึงุก็ได้ละทิ้งความไร้ความปราณีของเขา และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อชดเชยในสิ่งที่เขาได้ทำไปในสงครามครั้งนี้ เขาได้พบกับชิโร่นอนหมดสติอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของตึกซึ่งเป็นผลพวงจากการระเบิดในช่วงสุดท้ายของสงคราม เขาดีใจมากที่ยังมีชีวิตน้อยๆ หลงเหลืออยู่ เขาจึงได้ช่วยเหลือชิโร่ไว้ด้วยการฝังอวาลอน สื่ออัญเชิญข้ารับใช้ซึ่งมีคุณสมบัติในการรักษาอาการเจ็บปวดได้อย่างรวดเร็วไว้ในร่างกายของชิโร่ และรับเขาเป็นลูกบุญธรรม เพื่อทดแทนในสิ่งที่เขาได้ทำไปในสงคราม

อ้างอิง[แก้]

  1. "เฟท/สเตย์ ไนท์ (ทีวี)". Anime News Network. December 2006. สืบค้นเมื่อ 2006-12-01.