เขตโซกซาร์เจน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เขตโซกซาร์เจน

เขตที่ 12
เซนทรัลมินดาเนา
Tuka Cove of Kiamba, Sarangani Rio Grande de Mindanao, Cotabato City
Shoreline of Lebak, Sultan Kudarat Asik-Asik Falls, North Cotabato
Aerial GenSan City Hall Koronadal City Hall
สถานที่สำคัญในเขตโซกซาร์เจน
แผนที่ของประเทศฟิลิปปินส์แสดงที่ตั้งของเขตโซกซาร์เจน
แผนที่ของประเทศฟิลิปปินส์แสดงที่ตั้งของเขตโซกซาร์เจน
ประเทศ ฟิลิปปินส์
หมู่เกาะมินดาเนา
ศูนย์กลางการบริหารเขตโคโรนาดัล
พื้นที่
 • ทั้งหมด22,513.30 ตร.กม. (8,692.43 ตร.ไมล์)
ประชากร (ค.ศ. 2015)[1]
 • ทั้งหมด4,545,276
 • ความหนาแน่น200 คน/ตร.กม. (520 คน/ตร.ไมล์)
เขตเวลาPST (UTC+8)
จังหวัด
เมือง
เทศบาล45
บารังไกย์1,195
ผู้แทนราษฎร6
ภาษา

เขตโซกซาร์เจน (SOCCSKSARGEN[2]) (สะกด แม่แบบ:IPA-tl) เป็นเขตหนึ่งของประเทศฟิลิปปินส์ อยู่ตอนกลางทางใต้ของเกาะมินดาเนา ถูกแต่งตั้งให้เป็น เขตที่ 12 โดยชื่อของเขตมากจากคำขึ้นต้นของจังหวัดและเมือง ได้แก่ South Cotabato, Cotabato City, North Cotabato, Sultan Kudarat, Sarangani, General Santos City ชื่อเดิมของเขตนี้คือ เซนทรัลมินดาเนา ศูนย์กลางของเขตอยู่ที่เมืองโคโรนาดัลในจังหวัดตีโมกโคตาบาโต ส่วนศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมอยู่ที่เมืองเฮเนรัลซันโตส ซึ่งมีประชากรมากที่สุดของเขต

ภูมิศาสตร์[แก้]

ติดกับเขตฮีลากังมินดาเนาทางทิศเหนือ, เขตดาเบาทางทิศตะวันออก และทะเลเซเลบีสทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ภายในเขตมีจังหวัดมากีนดาเนาซึ่งล้อมรอบด้วยโคตาบาโตซิตี, จังหวัดฮีลากังโคตาบาโต และจังหวัดซุลตันคูดารัต

เขตประกอบไปด้วยภูมิลักษณ์ต่าง ๆ ได้แก่ ชายฝั่ง, หุบเขา และภูเขา สำหรับในด้านแม่น้ำ เขตนี้ถือเป็นเขตต้นน้ำของเกาะมินดาเนา ต้นน้ำที่เป็นที่รู้จักคือต้นน้ำโกตาบาโต ซึ่งล้อมรอบด้วยแนวเขาทั้งสามด้าน[3][4] เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำมินดาเนา ซึ่งเป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดบนเกาะมินดาเนา และยาวเป็นอันดับที่สองของประเทศ แม่น้ำมินดาเนาจะไหลลงอ่าวอิลลานา ซึ่งเป็นอ่าวย่อยของอ่าวโมโร ทางด้านทิศตะวันตกของโคตาบาโตซิตี

ทางทิศใต้ของแหล่งต้นน้ำคือที่สูงติรูไรย์ ซึ่งเป็นแนวเขาที่กั้นจากชายฝั่งด้านทิศใต้[3]

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

แผนที่ทางรัฐกิจ

แบ่งเป็น 4 จังหวัด, 1 นครที่มีประชากรอาศัยอย่างสูง, 1 นครอิสระ, 3 นครทั่วไป, 45 เทศบาล และ 1,195 บารังไกย์

จังหวัดหรือนคร เมืองหลัก ประชากร (ค.ศ. 2015)[1] พื้นที่[5][6] ความหนาแน่น นคร เทศบาล บารังไกย์
ตร.กม. ตร.ไมล์ /ตร.กม. /ตร.ไมล์
โคตาบาโต คีดาปาวัน 30.4% 1,379,747 9,008.90 3,478.36 150 390 1 17 543
ซารังกานี‎ อาลาเบล 12.0% 544,261 3,601.25 1,390.45 150 390 0 7 141
ตีโมกโคตาบาโต โคโรนาดัล 20.1% 915,289 3,935.95 1,519.68 230 600 1 10 199
ซุลตันคูดารัต อีซูลัน 17.9% 812,095 5,298.34 2,045.70 150 390 1 11 249
โคตาบาโตซิตี 6.6% 299,438 176.00 67.95 1,700 4,400 37
เฮเนรัลซันโตส 13.1% 594,446 492.86 190.29 1,200 3,100 26
ทั้งหมด 4,545,276 22,513.30 8,692.43 200 520 5 45 1,195

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Census of Population (2015). "Region XII (Soccsksargen)". Total Population by Province, City, Municipality and Barangay. PSA. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2559.
  2. "Executive Order No. 36; Providing for the Reorganization of the Administrative Regions in Mindanao and for Other Purposes". Official Gazette of the Republic of the Philippines. Malacañang, Manila, Philippines. 19 September 2001. สืบค้นเมื่อ 29 March 2016. SECTION 4. Region XII is hereby reorganized to be known as SOCCSKSARGEN and shall be composed of the following provinces and cities: a. Provinces i. North Cotabato ii. Sarangani iii. South Cotabato iv. Sultan Kudarat b. Cities i. Cotabato City ii. General Santos City iii. Kidapawan City iv. Koronadal City v. Tacurong City
  3. 3.0 3.1 Wernstedt, Frederick L.; Spencer, Joseph Earl (1978). The Philippine Island World: A Physical, Cultural, and Regional Geography. Berkeley: University of California Press. pp. 32–37. ISBN 9780520035133. สืบค้นเมื่อ 27 January 2016.
  4. Hinz, Erhard (1985). Human Helminthiases in the Philippines the Epidemiological and Geomedical Situation. Berlin, Heidelberg: Springer Berlin Heidelberg. pp. 129–131. ISBN 9783642708411. สืบค้นเมื่อ 27 January 2016.
  5. "List of Provinces". PSGC Interactive. Makati City, Philippines: National Statistical Coordination Board. สืบค้นเมื่อ 20 March 2013.
  6. "List of Cities". PSGC Interactive. Makati City, Philippines: National Statistical Coordination Board. สืบค้นเมื่อ 20 March 2013.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]