หลวงพิสณฑ์ยุทธการ (ปึก โรจนกุล)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หลวงพิสณฑ์ยุทธการ
(ปึก โรจนกุล)
เกิดพ.ศ. 229?
กรุงเทพมหานคร
เสียชีวิตพ.ศ. 23??
กรุงเทพมหานคร
บุตรหลวงลิขิตปรีชา (ปลอบ โรจนกุล)
บิดามารดาไม่ปรากฏ

นายพันโท [1] หลวงพิสณฑ์ยุทธการ (พ.ศ. 229? - กลางพ.ศ. 23??) (ยศนิยมเรียกในขณะนั้นคือ “ลุตเตแนลคอลอเนล”) เดิมชื่อ ปึก เป็นนายทหารรักษาพระองค์ และทหารประจำกองพระพิเรนทรเทพ รักษาการนครจำปาศักดิ์ หัวเมืองลาวกาวหลังจากที่เมืองลาวกาวตกเป็นเมืองขึ้นของสยาม ใน พ.ศ. 2322 [2]หลวงพิสณฑ์ยุทธการ (ปึก) เกิดในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เริ่มรับราชการทหารสมัยกรุงธนบุรีจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ถือศักดินา 2000 บุตรชื่อหลวงลิขิตปรีชา (ปลอบ โรจนกุล)

ประวัติ[แก้]

ด้านครอบครัว[แก้]

หลวงพิสณฑ์ยุทธการ (ปึก) เมื่อเริ่มรับราชการทหารท่านมีบุตรปรากฏนามว่า ปลอบต่อมาบุตรเข้ารับราชการเป็นเจ้ากรมพระอาลักษณ์ร่วมกับพระสุนทรโวหาร (ภู่) จางวางกรมพระอาลักษณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2

ครั้นบิดารับราชการด้านการรักษาบ้านเมือง หลวงพิสณฑ์ยุทธการ (ปึก) จึงสนใจเอาเยี่ยงอย่างเช่นบิดาจึงรับราชการทหารบกตั้งแต่เยาว์วัยจนถึงบั้นปลายของชีวิต

ด้านราชการ[แก้]

เมื่อวันที่ 1 เดือน 8 อตราสาธ แรม 6 ค่ำปีชวดสัมฤทธิศก สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จออกขุนนาง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือน ให้นายปึกเลื่อนยศเป็นพันพิสณฑ์ยุทธการ กรมทหารบก

ต่อมาได้รับความดีความชอบจึงได้รับพระราชทานสัญญาบัตรในปีปีรกาสัปตศกให้พันพิสณฑ์ยุทธการเป็นหลวงอัคนีศรีพลารักษ์ (ปึก) ย้ายมาประจำกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ให้ถือศักดินา 1000 ตั้งแต่ ณ วันอังคาร เดือนสิบ แรม 13 ค่ำ ปีรกาสัปตศก หลังจากที่ได้รับราชการที่กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ต่อมาจึงได้เลื่อนยศเป็นขุนพิสณฑ์ยุทธการ (ปึก)[3] [4] [5] โดยย้ายเข้ากรมทหารบกตามเดิมและใช้บรรดาศักดิ์ ขุนพิสณฑ์ยุทธการ ตามกรมเดิมที่เข้ารับราชการมาก่อน

เมื่อ พ.ศ. 2322 อาณาจักรล้านช้างแตกแยกเป็น 3 อาณาจักรแล้วสูญเสียเอกราชตกเป็นเมืองขึ้นของสยาม ประกอบด้วยเมืองขึ้นต่างๆ ของหัวเมืองลาวกาวเช่น เมืองนครจำปาศักดิ์ เมืองขุขันธ์ เมืองกมลาสัย เมืองอุบลราชธานี เมืองศรีสะเกษ เมืองภูแล่นช้าง เมืองกาฬสินธุ์ เมืองเขมราฐ เมืองยโสธร เมืองสุวรรณภูมิ เมืองสุรินทร์ เมืองสังขะ และเมืองมหาสารคาม เป็นต้น

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีตรัสสั่งให้พระยาจ่าแสนบดี กรมมหาดไทย จัดข้าราชการทหารเพื่อออกไปรักษาการหัวเมืองลาวกาว พระยาจ่าแสนบดีจึงนำข้าราชการทหารรวมทั้งสิ้น 47 นาย พร้อมกำลังทหารรวม 6 กองร้อย เข้าเฝ้าถวายบังคมลาสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โดยขุนพิสณฑ์ยุทธการ (ปึก) เข้ากองพระพิเรนทรเทพ รักษาการเมืองนครจำปาศักดิ์ หัวเมืองลาวกาวเป็นต้นมาจนได้เลื่อนยศและบรรดาศักดิ์เป็นหลวงพิสณฑ์ยุทธการ (ปึก) (เป็นยศบรรดาศักดิ์สุดท้ายที่ได้รับ) ให้ถือศักดินา 2000 [6] ภายหลังจึงได้ถูกปลดเป็นทหารกองหนุน กรมทหารบกเนื่องจากรับราชการครบวาระ จึงกลับมาใช้ชีวิตที่พระนคร กรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อสถานการณ์หัวเมืองลาวกาวปกติดีแล้ว หัวเมืองลาวกาวจึงมีข้าหลวงต่างพระองค์ประจำหัวเมืองซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคัคณางคยุคล กรมหลวงพิชิตปรีชากรได้รับโปรดเกล้าฯ ให้มาประจำหัวเมืองลาวกาวเป็นพระองค์แรก

การสืบสกุล[แก้]

หลวงพิสณฑ์ยุทธการ (ปึก) เป็นผู้ได้รับการสืบทอดสกุลโรจนกุลพร้อมกับหลวงลิขิตปรีชา (ปลอบ โรจนกุล) บุตรของตน [7] ตามประกาศพระราชทานนามสกุลครั้งที่ 5 [8] ในฐานะข้าราชการเก่า กรมทหารบก

อ้างอิง[แก้]

  1. เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มียศทหาร เข้าใจว่าอาจได้รับพระราชทานในภายหลังหรือได้รับยศเทียบเท่ายศทหารระดับนายพันโท ตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง ประกาศพระราชนามสกุล ครั้งที่ 5
  2. ปฏิรูปปกครองลาวฝั่งขวา “ให้ใช้สัญชาติสยามเท่านั้น”.
  3. จวง เสนีวงศ์, หม่อมหลวง. กรมพระราชวังหลัง. กรุงเทพฯ : คุณหญิงจามรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยาม, 2534. 167 หน้า.
  4. สุจิตต์ วงษ์เทศ. ศิลปวัฒนธรรม เล่มที่ 22 ฉบับที่ 7-9. กรุงเทพฯ : [ม.ป.ท.], 2544.
  5. สุรศัลย์ แพ่งสภา. สงครามอินโดจีน ไทยรบฝรั่งเศส พ.ศ. 2483. [ม.ป.ป.] : 2545.
  6. ราชกิจจานุเบกษา. พระราชบัญญัติศักดินาทหารทหารบกและศักดินาทหารเรือ. ประกาศ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท วันที่ 1 เดือน 9 ขึ้น 5 ค่ำ ปีชวดสัมฤทธิศกศักราช 1250 เป็นวันที่ 7215 ในรัชกาลปัจจุบัน
  7. อมรดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช), จมื่น. กำเนิดนามสกุล เล่ม 2 พระราชกรณียกิจสำคัญในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ : องค์การค้าคุรุสภา : 2511.
  8. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติขนามนามสกุล พุทธศักราช 2456, เล่ม 30 14 กันยายน พ.ศ. 2456, หน้า 1238
  • ดำรงราชานุภาพ สมเด็จฯ กรมพระยา. “เรื่องล้านช้าง” นิทานโบราณคดี. พระนคร : ศิลปาบรรณาคาร, 2513 หน้า 304-306.
  • เติม สิงหัษฐิต. ฝั่งขวาแม่น้ำโขง. กรุงเทพฯ : ไทยสัมพันธ์, 2499. หน้า 120.
  • มหาสิลา วีรวงส์. ประวัติศาสตร์ชาติลาวตั้งแต่โบราณถึงปี 1946. เวียงจันทร์ : มันตาตุลาด, 2544.
  • กฤตภาส โรจนกุล. โรจนกุล ชีวประวัติและเชื้อสายสัมพันธ์. กรุงเทพฯ : [ม.ป.ท.], 2554.