หม่อมหลวงรุจิรา อิศรางกูร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หม่อมหลวงรุจิรา อิศรางกูร
ชื่อเกิดหม่อมหลวงรุจิรา อิศรางกูร
เกิด 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2456
กรุงเทพ
เสียชีวิต 17 มิถุนายน พ.ศ. 2527 (70 ปี)
คู่สมรส มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา
ชื่ออื่น มนุษย์ 6 เสียง
อาชีพ นักแสดงโขน - ละครหลวง - ตลกหน้าม่าน - วิทยุ - ละครเวที
นักพากย์ภาพยนตร์
ดาราภาพยนตร์ /ทีวี
ปีที่แสดง พ.ศ. 2466 - 2523
ผลงานเด่น นักพากย์
ศพอาบยา ,ไอ้โจรนกกระจอก ,ธรณีกรรแสง
นักแสดง
มหาเถรกุโสดอ (ผู้ชนะสิบทิศ ) ,ท่านขุน (เป็ดน้อย )

หม่อมหลวงรุจิรา อิศรางกูร เป็นศิลปินชาย ชาวไทยที่รู้จักกันทั่วไปในฐานะนักพากย์ ฉายา มนุษย์ 6 เสียง ทั้งในเมืองไทย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2456 บุตรของ หม่อมราชวงศ์สุดใจ และ นางสะอาด อิศรางกูร ณ อยุธยา[1]

เป็นนักแสดงมากความสามารถนับแต่ปลายสมัยรัชกาลที่ 6 เริ่มจาก เล่นโขน-ละครหลวง นักแสดงเดี่ยว ตลกหน้าม่าน นักแสดงละครวิทยุ นักพากย์หนัง นักแสดงละครเวที จนถึง ดาราหนัง/ละครทางจอเงินและจอแก้ว

โขน - ละครหลวง[แก้]

ช่วงปลายรัชกาลที่ 6 - ต้นรัชกาลที่ 7 ขณะมีอายุได้ 10 ขวบ เริ่มหัดโขน ละครหลวง ฝึกโขน 8 ปี ได้ออกแสดงหน้าพระที่นั่งนับร้อยครั้ง และยังรับจ้างเล่นโขนตามงานวัดและหัวเมืองแถวกรุงเทพ เมื่อว่าง

นักแสดงเดี่ยว[แก้]

เมื่อเริ่มเป็นที่รู้จักของผู้ชมไม่นานนัก ได้ไปแนะนำตัวกับ แม่เลื่อน (เลื่อน ไวนุนานิน) พระเอกยอดนิยมของ ละครคณะแม่เลื่อน ชื่อดังแห่งยุค ที่เวิ้งนาครเขษม[2] ขอแสดงละครเดี่ยวหน้าม่านสลับฉาก ประมาณ 20 นาที โดยใช้เพียงแก้วใบเดียวกับกล้องยานัตถุ์สำหรับเคาะแทนระฆังเริ่มแสดงบทรัก โศก ตลก ด้วยเสียงต่าง ๆ ไม่ซ้ำกันเป็น พระเอก นางเอก พ่อ แม่ ยาย และ เด็ก ผู้ชมปรบมือให้ยาวนานด้วยความพอใจอย่างยิ่ง

ตลกหน้าม่าน[แก้]

เริ่มก้าวสู่เวทีใหญ่ชั้นนำของเมืองไทย ในฐานะนักแสดงจำอวดหน้าม่าน โรงละครศาลาเฉลิมกรุง ทำให้มีชื่อเสียงมากขึ้น

นักแสดงเดี่ยวละครวิทยุ[แก้]

ตามด้วยละครสั้นชุด มนุษย์ 6 เสียง กระจายเสียงแพร่หลายโด่งดังทั่วเมืองไทย

นักพากย์หนัง[แก้]

จากความแรงของชื่อเสียงทำให้ มร.เค แอลลี ผู้จัดการโรงหนังศาลาเฉลิมนคร (โรงหนังวังเจ้าปรีดา ใกล้กองปราบสามยอด) เชิญเป็นนักพากย์หนังฝรั่งประจำโรง เมื่ออายุได้ราว 19-20 ปี เริ่มด้วยหนังรายได้สูงสุดของฮอลลีวู้ด ศพอาบยา ทางโรงขึ้นป้ายรองจากชื่อเรื่องว่า "พากย์โดย มนุษย์ 6 เสียง " ผลปรากฏว่า โปรแกรมยืนโรงยาวนานมากเพราะคนดูมืดฟ้ามัวดินแน่นทุกรอบทุกวัน [3](เข้าใจว่าจะเป็นภาพยนตร์สยองขวัญของยูนิเวอร์แซล The Mummy ค.ศ. 1932 / พ.ศ. 2475 ที่กำลังโด่งดังมากในขณะนั้น)

ปรากฏการณ์ผู้ชมล้นหลามอีกครั้ง คือเมื่อโรงหนังที่จังหวัดปราจีนบุรี เชิญไปพากย์เรื่อง สวรรค์ในอก นรกในใจ รอบพิเศษโดยยินดีออกค่าใช้จ่ายและค่าเดินทางให้ทั้งหมด ในวันฉายมีคนดูรวมทั้งจากจังหวัดใกล้เคียงมารอหน้าโรงนับเป็นชั่วโมง

หลังสงครามมหาเอเซียบูรพา ผลงานเด่น (ในนาม รุจิรา - มารศรี) เช่น หนังญี่ปุ่น ไอ้โจรนกกระจอก ที่โรงหนังโอเดียน เรียกเสียงฮาตั้งแต่ตราบริษัทนำไตเติ้ล และหนังอินเดีย ธรณีกรรแสง ฉายนานถึงสองเดือนเศษ ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง ทำรายได้ถล่มถลายราว 4 ล้านบาท (ตั๋วราคา 5 - 12 บาท) ทางโรงมอบ แหวนเพชร ให้หนึ่งวงเป็นรางวัลพิเศษนอกจากค่าพากย์รายสัปดาห์ ส่วนหนังฝรั่งก็ยังพากย์นับแต่หนังฮอลลีวู้ดกลับมาฉายในเมืองไทยอีกครั้ง ซึ่งมีผู้นิยมไม่แพ้หนังเสียงในฟิล์มต้นฉบับ

ดาราละครเวที[แก้]

ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ความรุ่งโรจน์ในอาชีพการแสดงมาถึงจุดสูงสุดเมื่อรับบทพระเอกละครเวทีเรื่อง วนิดา ที่ศาลาเฉลิมนคร ขณะทำงานควบคู่กับอาชีพนักพากย์ไปพร้อม ๆกัน และได้พบรักกับ มารศรี อิศรางกูร ซี่งเป็นนักแสดงละครเวที หลังจากแต่งงาน ทั้งคู่ยังเป็นนักพากย์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทยมาโดยตลอดในนาม รุจิรา - มารศรี จนถึงยุคภาพยนตร์ ช่วงต้นทศวรรษ 2500

ดาราภาพยนตร์[แก้]

หนังเรื่องแรก ๆ เช่น พระเจ้ากรุงธนบุรี (2495) ร่วมกับ ถนอม อัครเศรณี ,สวลี ผกาพันธุ์ ,วายร้ายตลาดเก่า (2504) ร่วมกับ พันคำ และ ส.อาสนจินดา ระยะต่อมามักแสดงแนวตลก เช่น ม้ามืด (2513) ,มันมากับความมืด (2514) และอีกหลายเรื่องก่อนเกษียณวงการ เช่น ยิ้มสวัสดี (2521),[4]เครือฟ้า (2523)

บทออกแนวตลกที่แสดงได้อย่างโดดเด่น ได้แก่ มหาเถรกุโสดอ ใน ผู้ชนะสิบทิศ (2509-2510) ,ท่านขุนชราอดีตทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ใน เป็ดน้อย (2511) ,ท่านขุนเพลย์บอยรุ่นใหญ่พ่อพระเอกหนุ่มเพลย์บอย ใน เกาะสวาทหาดสวรรค์ (2512) ฯลฯ

งานพากย์ (ลงฟิล์ม) แทนเสียงดารานักแสดงบทต่างๆ เช่น เขาชื่อกานต์ (2516)

ชีวิตครอบครัว[แก้]

หม่อมหลวงรุจิรา สมรสกับ มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา มีบุตร-ธิดา 3 คน ซึ่งอยู่ในวงการบันเทิง ได้แก่ อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา ,จีรศักดิ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และ จิระวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา ระยะหลังเกษียณการทำงาน ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2520 ป่วยและเสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2527 สิริอายุได้ 70 ปี

อ้างอิง[แก้]

  1. ธนาทิพ ฉัตรภูมิ ,ตำนานโรงหนัง ,เวลาดี 2547 ISBN 974-9659-11-2 หน้า 148-149
  2. ธนาทิพ ฉัตรภูมิ ,หน้า 53
  3. ธนาทิพ ฉัตรภูมิ ,หน้า 53
  4. thaifilmdb.com