สงวน สุวรรณศรี
บิชอปกิตติคุณ ฟรังซิส เซเวียร์ สงวน สุวรรณศรี | |
|---|---|
| มุขนายกเกียรตินามแห่งโอเอโนอันดา (Titular Bishop of Oenoanda) | |
| ดำรงตำแหน่ง 8 มกราคม ค.ศ. 1953 – 18 ธันวาคม ค.ศ. 1965 | |
| มุขนายกแห่งมิสซังจันทบุรี (Vicar Apostolic of Chantaburi) | |
| ดำรงตำแหน่ง 8 มกราคม ค.ศ. 1953 – 18 ธันวาคม ค.ศ. 1965 | |
| ก่อนหน้า | ยาโกเบ อาลอยซีโอ แจง เกิดสว่าง |
| มุขนายกแห่งสังฆมณฑลจันทบุรี (Bishop of Chanthaburi) | |
| ดำรงตำแหน่ง 18 ธันวาคม ค.ศ. 1965 – 3 เมษายน ค.ศ. 1970 | |
| ถัดไป | ลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต |
| มุขนายกเกียรตินามแห่งเออชี (Titular Bishop of Urci) | |
| ดำรงตำแหน่ง 3 เมษายน ค.ศ. 1970 – 22 ธันวาคม ค.ศ. 1970 | |
| ถัดไป | Philip Sulumeti |
| มุขนายกกิตติคุณแห่งสังฆมณฑลจันทบุรี (Bishop Emeritus of Chanthaburi) | |
| ดำรงตำแหน่ง 22 ธันวาคม ค.ศ. 1970 – 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1983 | |
| ถัดไป | ลอเรนซ์ เทียนชัย สมานจิต |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 1 ธันวาคม ค.ศ. 1909 นครนายก ประเทศสยาม |
| เสียชีวิต | 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1983 (73 ปี) โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กรุงเทพฯ |
| เชื้อชาติ | ไทย |
| ศาสนา | โรมันคาทอลิก |
| บุพการี |
|
| ที่อยู่อาศัย | สำนักบิชอปแห่งสังฆมณฑลจันทบุรี |
| เว็บไซต์ | https://www.chandiocese.org/ |
บิชอปกิตติคุณ ฟรังซิส เซเวียร์ สงวน สุวรรณศรี มุขนายกองค์ที่ 2 แห่งเขตมิสซังจันทบุรี ได้รับแต่งตั้งเป็นมุขนายกเกียรตินามแห่งโอเอโนอันดา (Oenoanda) เมื่อวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1953[1] โดยสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพระสันตะปาปาปกครองเขตมิสซังจันทบุรี โดยเข้ารับการอภิเษกจากพระสมณทูตจอห์น จาร์ลัท ดูลี ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก กรุงเทพฯ ในวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 1953
ภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็นมุขนายกประจำมุขมณฑลเขตมิสซังจันทบุรี โดยมีพิธีขึ้นครองบัลลังค์อย่างเป็นทางการที่โบสถ์นักบุญฟิลิปและยากอบ หัวไผ่ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ.1965[1]
บั้นปลายชีวิต ท่านได้ลาเกษียณและได้รับแต่งตั้งเป็นมุขนายกเกียรตินามแห่งเออชี (Urci) และมุขนายกกิตติคุณเขตมิสซังจันทบุรีในวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1970[1]
ชีวิตวัยเยาว์
[แก้]บิชอปกิตติคุณ ฟรังซิส เซเวียร์ สงวน สุวรรณศรี เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1909 ตำบลเสาวภาผ่องศรี อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เป็นสัตบุรุษโบสถ์พระผู้ไถ่ เสาวภา[2]
การศึกษา
[แก้]ภายในประเทศ
[แก้]- โรงเรียนคริสตสงเคราะห์ เสาวภา นครนายก
- เซมินารีพระหฤทัย บางช้าง สมุทรสงคราม (โดยการสนับสนุนของบาทหลวงดือรังด์ อธิการโบสถ์พระวิสุทธิวงศ์ ลำไทร)
ต่างประเทศ
[แก้]- ค.ศ. 1930 - ค.ศ. 1936 ศึกษาต่อสาขาปรัชญา และเทวศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยปรอปากันดา ฟีเด กรุงโรม ประเทศอิตาลี
การทำงาน
[แก้]- 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1936 รับศีลอนุกรมเป็นบาทหลวง โดยพระคาร์ดินัล มาร์แคตตี ซัลเวคชานี
- ค.ศ. 1937 - ค.ศ. 1940 ผู้ช่วยอธิการโบสถ์นักบุญเทเรซา เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงใหม่
- ค.ศ. 1940 - ค.ศ. 1944 ผู้ช่วยอธิการโบสถ์กาลหว่าร์ กรุงเทพฯ
- ค.ศ. 1940 ดูแลโบสถ์นักบุญอันนา ท่าจีน สมุทรสาคร และ รักษาการอธิการโบสถ์อัครเทวดามีคาแอล ปราจีนบุรี (แทนบาทหลวงแปร์รัวย์)
- ค.ศ. 1942 ดูแลโบสถ์อัครเทวดาราฟาแอล ปากน้ำ สมุทรปราการ
- ค.ศ. 1944 - ค.ศ. 1946 อธิการเซมินารีพระหฤทัย ศรีราชา ชลบุรี
- ค.ศ. 1945 - ค.ศ. 1946 รักษาการอธิการโบสถ์พระหฤทัย ศรีราชา ชลบุรี (แทนคุณพ่อดือรังด์)
- ค.ศ. 1946 - ค.ศ. 1953 อธิการโบสถ์พระหฤทัย ศรีราชา ชลบุรี
โทษคดีกบฏและการถูกตัดสินจำคุก
[แก้]ในปี ค.ศ. 1941 ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โบสถ์ที่จังหวัดปราจีนบุรีไม่มีบาทหลวง เพราะบาทหลวงแปร์รัวอธิการโบสถ์รับคำสั่งให้เข้ากรุงเทพฯ ฐานเป็นคนต่างด้าว พระคุณเจ้าเรอเน แปร์รอส จึงมอบหมายให้คุณพ่อสงวนให้ไปเตรียมสัตบุรุษแก้บาป รับศีลในโอกาสฉลองคริสต์มาส
ด้วยความกังขาของฝ่ายตำรวจต่อตัวบาทหลวงสงวน (ในเวลานั้น) ถึงความเกี่ยวพันกับฝรั่งเศส ที่สุดท่านถูกจับกุมพร้อมกับบาทหลวงมีแชล ส้มจีน อธิการโบสถ์อารักขเทวดา โคกวัด ฐานฉายไฟนำทางเครื่องบินศัตรู เป็นการกบฏภายในและภายนอกประเทศ แต่ได้รับปล่อยตัวในภายหลังเนื่องจากสืบทราบว่าเป็นการใส่ความ[2]
การปกครองเขตมิสซังจันทบุรีและดำรงตำแหน่งมุขนายก
[แก้]
หลังเสร็จสิ้นการเข้าเงียบคณะบาทหลวงที่ศรีราชาเมื่อวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 1952 บิชอป ฟรังซิส เซเวียร์ สงวน สุวรรณศรี ได้รับโทรเลขจากกรุงโรม ส่งผ่านมาทางฮานอย ซึ่งเลขานุการประจำสำนักเอกอัครสมณทูต โทรเลขส่งข่าวด่วนต่อมายังท่านสมณทูตขณะเดินทางไปจังหวัดนครพนม เพื่อเยี่ยมเยียนเขตมิสซังท่าแร่-หนองแสง ความว่า
พระสันตะปาปาแต่งตั้งคุณพ่อเป็นบิชอปแห่งโอเอโนอันดา ผู้แทนพระสันตะปาปาประจำมิสซังจันทบุรี โปรดโทรเลขยอมรับไปยังสำนักสมณทูต
ขอแสดงความยินดี และ อวยพร
ดูลี่— เอกอัครสมณทูต ยอห์น ดูลี่
ในวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1953 บาทหลวงสงวน สุวรรณศรี ได้รับแต่งตั้งเป็นมุขนายกเกียรตินามแห่งโอเอโนอันดา ผู้แทนพระสันตะปาปาเขตปกครองมิสซังจันทบุรี จากสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 12 และเมื่อวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 1953 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ บิชอป ฟรังซิส เซเวียร์ สงวน สุวรรณศรี ก็ได้เข้ารับพิธีอภิเษกเป็นมุขนายก โดยพระสมณทูต จอห์น จาร์ลัท ดูลี ร่วมกับบิชอปหลุยส์ โชแรง และบิชอปเกลาดีอุส บาเยต์
บิชอป ฟรังซิส เซเวียร์ สงวน สุวรรณศรี ปกครองเขตมิสซังจันทบุรีจนถึงปี ค.ศ. 1970 จึงขอลาจากหน้าที่ เนื่องจากสุขภาพ ต้องพักรักษาตัวตลอดมาจนถึงวาระสุดท้าย รวมเวลาที่ปฏิบัติภารกิจในฐานะมุขนายกประจำมุขมณฑลถึง 17 ปี
พิธีปลงศพ
[แก้]บิชอปกิตติคุณ ฟรังซิส เซเวียร์ สงวน สุวรรณศรี มรณภาพที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กรุงเทพฯ ในวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1983 เวลา 20.10 น. สิริอายุ 74 ปี
พินัยกรรมของท่านตอนหนึ่งระบุว่า "งานศพของท่านอย่าได้หรูหราใหญ่โต ดอกไม้-พวงหรีด เทียน ให้ใช้แต่น้อย..." และ "...ข้าพเจ้ากราบขอโทษทุกคน ที่ข้าพเจ้าได้ทำผิด หรือคิดว่าข้าพเจ้า ทำผิด และกรุณาสวดอุทิศให้ข้าพเจ้าบ้าง" ตลอดจนความศรัทธาของท่านต่อแม่พระ ท่านสั่งไว้ว่าขอให้เอารูปแม่พระตั้งไว้ที่ศพ แทนรูปของท่านเอง