สงครามในดอนบัสส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สงครามในดอนบัสส์
เป็นส่วนหนึ่งของ ความขัดแย้งของฝ่ายนิยมรัสเซียในยูเครน และ การแซกแซงทางทหารของรัสเซียในยูเครน

Map of the war in Donbass.svg
สถานการณ์ทางทหารล่าสุด: พื้นที่สีชมพูครอบครองโดย สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์/สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์, พื้นที่สีเหลืองครอบครองโดยรัฐบาลยูเครน
วันที่ 6  เมษายน 2014 (2014-04-06) - ปัจจุบัน
(4 ปี 4 เดือน 6 วัน)
สถานที่ ดอนบัสส์, รวมถึง:
แคว้นโดเนตสค์ และ แคว้นลูฮันสค์ ของยูเครน
สถานะ เอาชนะกันไม่ได้
คู่ขัดแย้ง
 ยูเครน  สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์
 สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์

 รัสเซีย[note 1]

ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
เปโตร โปโรเชนโก Donetsk People's Republic flag.png Alexander Zakharchenko (ผู้บัญชาการของ สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์)
สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ Igor Plotnitsky (ผู้บัญชาการของ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์)
สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ Sergey Kozlov

วลาดีมีร์ ปูติน (ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย) [note 1]

กำลัง
40,000–45,000 นาย[11]
(อาสาสมัครชาวรัสเซีย 3,000–4,000 นาย)[12]
ทหารรัสเซีย 9,000–12,000 นาย (ประมาณการโดยยูเครนและสหรัฐ)[13][14]
64,000 นาย[15]
กำลังพลสูญเสีย
เสียชีวิต 3,946 คน (ประมาณการ)[16] เสียชีวิต 3,611 คน,[17][18][19] สูญหาย 153 คน[20] และบาดเจ็บ 11,208+ คน[21][22]
พลเรือนเสียชีวิต 2,383 คน[23]
รวมทั้งหมดเสียชีวิต 9,940 คน และบาดเจ็บ 23,455 คน[24]

ชาวยูเครนพลัดถิ่น 1,414,798 คน; หนีออกนอกประเทศ 925,500 คน[25]

สงครามในดอนบัสส์ (หรือเรียก สงครามในยูเครน หรือสงครามในยูเครนตะวันออก) เป็นความขัดแย้งมีอาวุธในภูมิภาคดอนบัสส์ของประเทศยูเครน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 เกิดการเดินขบวนโดยกลุ่มนิยมรัสเซียและต่อต้านรัฐบาลในมณฑลโดเนตสค์และลูฮันสค์ของยูเครน มักเรียกรวมกันว่า "ดอนบัสส์" หลังการปฏิวัติยูเครน พ.ศ. 2557 และขบวนการยูโรไมดาน การเดินขบวนเหล่านี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มการประท้วงนิยมรัสเซียที่เกิดคู่ขนานที่กว้างกว่าทั่วทางใต้และตะวันออกของยูเครน ตามด้วยการผนวกไครเมียโดยสหพันธรัฐรัสเซีย แล้วลุกลามเป็นความขัดแย้งมีอาวุธระหว่างกำลังนิยมการแยกตัวออกของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์และลูฮันสค์ (DPR และ LPR ตามลำดับ) ที่ประกาศเอง และรัฐบาลยูเครน[26][27] ก่อนการเปลี่ยนแปลงผู้นำสูงสุดในเดือนสิงหาคม[28] ผู้นิยมการแยกตัวออกมีพลเมืองรัสเซียนำเป็นส่วนใหญ่[29] มีรายงานว่า กำลังกึ่งทหารรัสเซียประกอบเป็นตั้งแต่ 15% ถึง 80% ของพลรบ[29][30][31][32][33]

ระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 สิงหาคม มีรายงานว่าปืนใหญ่ กำลังพลรัสเซีย และสิ่งที่รัสเซียเรียก "ขบวนมนุษยธรรม" ข้ามพรมแดนเข้าสู่ดินแดนยูเครนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลยูเครน มีรายงานว่าเกิดการข้ามชายแดนทั้งในดินแดนในการควบคุมของกำลังนิยมรัสเซียและพื้นที่ซึ่งไม่อยู่ในการควบคุม เช่น ส่วนตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลโดเนตสค์ ใกล้กับโนอวาซอฟสค์ (Novoazovsk) เหตุการณ์เหล่านี้ตามด้วยการระดมยิงที่ตั้งของยูเครนจากชายแดนฝั่งรัสเซียตามรายงานในห้วงเดือนก่อน[34][35][36][37][38] หัวหน้าราชการความมั่นคงยูเครน วาเลนติน นาลีเวเชนโค (Valentyn Nalyvaichenko) กล่าวว่า เหตุการณ์วันที่ 22 สิงหาคมเป็น "การบุกครองยูเครนโดยตรงโดยรัสเซีย"[39] ข้าราชการตะวันตกและยูเครนอธิบายเหตุการณ์เหล่านี้ว่าเป็น "การบุกครองลับ" ซึ่งยูเครนโดยรัสเซีย[38] ผลคือ ผู้ก่อการกำเริบ DPR และ LPR ได้ดินแดนมากที่เสียไประหว่างการรุกทางทหารของฝ่ายรัฐบาลก่อนหน้านี้ มีการลงนามข้อตกลงเพื่อสถาปนาการหยุดยิง เรียก พิธีสารมินสค์ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2557[40] ทั้งสองฝ่ายละเมิดการหยุดยิงเป็นปกติ ท่ามกลางการผนึกแนวระหว่างดินแดนผู้ก่อการกำเริบและยูเครนระหว่างการหยุดยิง ขุนศึกเข้าควบคุมแผ่นดินฝั่งผู้ก่อการกำเริบ นำให้ขาดเสถียรภาพยิ่งขึ้น[41] การหยุดยิงล่มอย่างสมบูรณ์ในเดือนมกราคม 2558 ด้วยการต่อสู้อย่างหนักตลอดเขตขัดแย้งรอบใหม่ ซึ่งรวมท่าอากาศยานนานาชาติโดเนตสค์และเดบอลท์เซฟ (Debaltseve)

Notes[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Ukraine and pro-Russia rebels sign ceasefire deal". BBC. 5 September 2014. สืบค้นเมื่อ 5 September 2014. 
  2. "Putin's shadow government for Donbass exposed". Bild. 
  3. Gregory, Paul R. "Putin's Government in Donbas". สืบค้นเมื่อ 14 April 2016. 
  4. Thomas Gibbons-Neff (3 September 2015). "Three-day-old ceasefire in Ukraine broken as fighting resumes in some areas". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ 25 January 2016. 
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ 10thcDd6117
  6. East Ukraine ceasefire due to take effect, BBC News (20 February 2017)
    ATO HQ: Truce disrupted, no conditions for withdrawal of arms, UNIAN (20 February 2017)
    In the area of ATU decreased military activity - Staff, Ukrayinska Pravda (20 February 2017) (ยูเครน)
  7. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ rfe22217Znc
  8. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ cf24J17id
  9. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ btsc17
  10. "Lithuania says it supplies ammunition to Ukraine for first time in two years". Reuters. 3 September 2016. สืบค้นเมื่อ 31 July 2017. 
  11. "Pro-Russian rebels have 40,000-strong army, sufficient for 'mid-sized European state': Ukraine defence minister". ABC AU. 9 June 2015. สืบค้นเมื่อ 26 June 2015. 
  12. Around 3-4 thousand Russian volunteers fighting for Donetsk People’s Republic militia. Information Telegraph Agency of Russia. 28 August 2014
  13. "Kyiv Says 42,500 Rebels, Russian Soldiers Stationed in East Ukraine". RadioFreeEurope/RadioLiberty. สืบค้นเมื่อ 25 June 2015. 
  14. "Some 12,000 Russian soldiers in Ukraine supporting rebels - U.S. commander". London: Dailymail.co.uk. 4 March 2015. Archived from the original on 26 June 2015. สืบค้นเมื่อ 6 March 2015. 
  15. "Probability of full-scale Russian invasion remains high - Ukrainian army general". Ukraine Today. 28 July 2015. สืบค้นเมื่อ 29 July 2015. 
  16. With the UN putting the overall death toll at 9,940 by mid-March,[1] of which 3,611 were confirmed as soldiers [2][3][4] and 2,383 as civilians,[5][6][7][8] an estimate of 3,946 rebel dead can be made
  17. "Книга пам'яті загиблих" [Memorial Book to the Fallen]. Herman Shapovalenko, Yevhen Vorokh, Yuriy Hirchenko (ใน Ukrainian). สืบค้นเมื่อ 31 January 2015. 
  18. The Museum of Military History also lists separately 164 currently unidentified soldiers who were killed: 86 at Krasnopolye cemetery,[9] 66 at Kushugum cemetery[10] and 12 at Starobilsk cemetery.[11]
  19. At least 23 Ukrainian soldiers killed in Russia’s war in February-March
    Russia’s war against Ukraine has killed at least 2,700 soldiers
  20. "Russian-backed militants hold 107 Ukrainians hostage, including 64 troops". uatoday.tv. 8 August 2016. Archived from the original on 9 August 2016. สืบค้นเมื่อ 15 September 2016. 
  21. "Ukraine Today: Over 3000 Ukrainian servicemen killed in Donbas war". KyivPost. 6 December 2016. สืบค้นเมื่อ 6 December 2016. 
  22. At least 22 Ukrainian soldiers killed in Russia’s war in December-January
    Poroshenko: Some 69 Ukrainian servicemen killed in Donbas in 2017
  23. Ukrainian: 2,000 killed (April 2014–June 2016),[12] 85 killed (July 2016–March 2017),[13][14] Foreign: 298;[15] Total of 2,383 reported killed
  24. "Escalation of hostilities has exacerbated civilian suffering – UN report". OCHA. 15 March 2017. สืบค้นเมื่อ 15 March 2017. 
  25. "Ukraine" (PDF). OCHA (Situation update No. 7 as of 14 August 2015). August 2015. สืบค้นเมื่อ 15 September 2015. 
  26. Grytsenko, Oksana (12 April 2014). "Armed pro-Russian insurgents in Luhansk say they are ready for police raid". Kyiv Post. 
  27. Leonard, Peter (14 April 2014). "Ukraine to deploy troops to quash pro-Russian insurgency in the east". Yahoo News Canada. Associated Press. Archived from the original on 2014-04-14. สืบค้นเมื่อ 26 October 2014. 
  28. Strelkov/Girkin Demoted, Transnistrian Siloviki Strengthened in 'Donetsk People's Republic', Vladimir Socor, Jamestown Foundation, 15 August 2014
  29. 29.0 29.1 "Pushing locals aside, Russians take top rebel posts in east Ukraine". Reuters. 27 July 2014. สืบค้นเมื่อ 27 July 2014. 
  30. Представитель ДНР назвал процент российских добровольцев в местной армии. 27 June 2014.
  31. "Российский Наемник: "Половина Ополченцев - Из России. Мне Помогают Спонсоры. Мы Возьмем Львов"". M.censor.net.ua. 26 July 2014. สืบค้นเมื่อ 26 August 2014. 
  32. "Interview: I Was A Separatist Fighter In Ukraine". Radio Free Europe/Radio Liberty. สืบค้นเมื่อ 29 August 2014. 
  33. "Whisked Away for Tea With a Rebel in Ukraine". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 29 August 2014. 
  34. Denver Nicks (22 August 2014). "NATO: Russia Artillery Fires on Ukraine Forces". Time. สืบค้นเมื่อ 26 August 2014. 
  35. "Ukraine crisis: 'Column from Russia' crosses border". BBC. 25 August 2014. สืบค้นเมื่อ 26 August 2014. 
  36. [16]
  37. JIM HEINTZ Associated Press. "Ukraine: Russian Tank Column Enters Southeast - ABC News". ABC News. Archived from the original on 25 August 2014. สืบค้นเมื่อ 26 August 2014. 
  38. 38.0 38.1 "Ukraine Reports Russian Invasion on a New Front". The New York Times. 27 August 2014. สืบค้นเมื่อ 27 August 2014. 
  39. "Ukraine accuses Russia of invasion after aid convoy crosses border". Reuters. 22 August 2014. Archived from the original on 22 August 2014. สืบค้นเมื่อ 22 August 2014. 
  40. "Ukraine and pro-Russia rebels sign ceasefire deal". BBC News. 5 September 2014. สืบค้นเมื่อ 5 September 2014. 
  41. Ukraine rebels warlords "Ukraine rebels a disunited front run by warlords". Associated Press. 10 November 2014. สืบค้นเมื่อ 10 November 2014.