เหลก๊าเส่ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ลี กาชิง)
The Honourable Sir
เหลก๊าเส่ง
李嘉誠爵士

Grand Bauhinia Medal, Order of the British Empire, Justice of the Peace
Li Ka Shing.jpg
เหลก๊าเส่งในเดือนกันยายน 2553
ชื่อจริง 李嘉誠爵士
เกิด 29 กรกฎาคม ค.ศ. 1928 (88 ปี)
เมืองแต้จิ๋ว, ประเทศจีน
ความเป็นพลเมือง  Hong Kong,  จีน
 Canada
การศึกษา ลาออกจากโรงเรียน[1]
อาชีพ ประธานบริษัท CK Hutchison Holdings, Cheung Kong Property Holdings, และประธานมูลนิธิ Li Ka Shing Foundation
สินทรัพย์สุทธิ Increase 61,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,148,360 ล้านบาท เมื่อเดือนมีนาคม 2559)[2]
ศาสนา พุทธศาสนา
คู่สมรส Chong Yuet Ming (เสียชีวิตแล้ว)
บุตร Victor Li
Richard Li
บำเหน็จ Justice of the Peace (1981)
Doctor of law (1986)
Doctor of Social Science (1995)
เหลก๊าเส่ง
จีนตัวเต็ม 李嘉誠
จีนตัวย่อ 李嘉诚

เหลก๊าเส่ง (ตามเสียงภาษากวางตุ้ง[3][4]) หรือ ลี่เกียเซ้ง (ตามเสียงภาษาแต้จิ๋ว[5][6][7]) หรือ ลี่จ๊าเฉิง (ตามเสียงภาษาจีนกลาง[8][9]) เซอร์, GBM, KBE[10], JP (เกิดวันที่ 29 กรกฎาคม 2471 ณ เมืองแต้จิ๋ว, ประเทศจีน)[11][12] เป็นนักธุรกิจใหญ่ชาวฮ่องกง นักลงทุน และนักการกุศล ตามนิตยสารฟอบส์ โดยเดือนพฤศจิกายน 2558 เขาเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในเอเชีย โดยมีประเมินทรัพย์สินสุทธิที่ 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,190,167 ล้านบาท)[13] เขาเป็นประธานกรรมการของบริษัท CK Hutchison Holdings โดยปี 2558 ซึ่งเป็นบริษัทที่บริหารจัดการสถานีคอนเทนเนอร์ (container terminal ซึ่งเป็นที่ที่ตู้คอนเทนเนอร์จะเปลี่ยนพาหนะเพื่อการขนส่ง) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และร้านขายผลิตภัณฑ์สุขภาพและเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในโลก[14] นิตยสาร เอเชียวีก จัดเขาว่าเป็น "คนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย" ในปี 2544[ต้องการอ้างอิง]

กลุ่มบริษัทของเขาประเมินว่ามีค่าถึง 15% ของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง[15] นิตยสาร ฟอบส์ และตระกูลฟอบส์ให้รางวัล Malcolm S. Forbes Lifetime Achievement Award แก่เขาเป็นคนแรกในปี 2549 ในประเทศสิงคโปร์[16] แม้ว่าจะร่ำรวยมาก แต่เขากลับมีชื่อเสียงในการใช้ชีวิตอย่างสมถะ โดยมักจะใส่รองเท้าสีดำธรรมดาและนาฬิกาไซโก้ที่มีราคาไม่แพงมาก แต่เขาก็มีบ้านอยู่ในเขตที่แพงที่สุดที่หนึ่งในเกาะฮ่องกง และเป็นนักการกุศลที่ใจกว้างที่สุดคนหนึ่งในเอเชีย คือได้บริจาคทรัพย์เกินกว่า 2,180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 77,843 ล้านบาท) โดยเดือนสิงหาคม 2558 ให้แก่การกุศลต่าง ๆ[17] เป็นผู้ที่คนฮ่องกงบ่อยครั้งเรียกว่า ซูเปอร์แมนเพราะความเก่งกาจทางธุรกิจของเจา[18][19]

เขาเป็นคนแต้จิ๋วเกิดในเมืองแต้จิ๋ว ในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนในปี พ.ศ. 2471 แล้วมาอาศัยอยู่ที่ฮ่องกง และเพราะว่าบิดาของเขาเสียชีวิตตั้งแต่อายุน้อย ๆ ทำให้เขาต้องออกจากโรงเรียนก่อนอายุ 15 ปี แล้วทำงานในบริษัทขายพลาสติกซึ่งเขาต้องทำงานกว่า 16 ชม.ต่อวัน ต่อมาในปี 2493 (อายุ 22 ปี) เขาจึงตั้งบริษัทของตนเองชื่อว่า Cheung Kong Industries[20] เริ่มต้นจากการผลิตพลาสติกโดยเฉพาะดอกไม้ประดิษฐ์ ต่อมาเขาได้ทำธุรกิจหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ท่าเรือ โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ ประกันชีวิต โทรศัพท์มือถือ และเหลได้สร้างบริษัทของเขาให้เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในฮ่องกงแล้วเริ่มขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2515[21][22]

อาชีพทางธุรกิจ[แก้]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

บุตรชายทั้งสองของเขาคือ วิกเตอร์ ลี และริชาร์ด ลี เป็นนักธุรกิจคนสำคัญเช่นกันในฮ่องกง โดยวิกเตอร์ทำงานกับบิดาของเขาเป็นกรรมการผู้จัดการและรองประธานบริษัทของ CK Hutchison Holdings ในขณะที่ริชาร์ดเป็นประธานบริษัท PCCW ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง โดยบุตรทั้งสองถือสัญชาติของประเทศแคนาดา

เหลก๊าเส่งมีชื่อเสียงในการแต่งตัวแบบธรรมดา ๆ ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 เขาใส่นาฬิกาซิติเซ่นและเน็กไทพื้น ๆ แล้วต่อมาจึงเปลี่ยนมาเป็นนาฬิกาไซโก้[23] เขาเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยกล่าวว่า ไม่ว่าเขาจะนอนดึกแค่ไหน เขาจะตื่นก่อน 6 น. ทุก ๆ เช้าเพื่อเล่นกอล์ฟประมาณชั่วโมงครึ่ง และกล่าวว่า "เวลา 90 นาทีนี่ที่ผมมีเป็นของ ๆ ผม" ระยะเวลานอนที่ดีที่สุดสำหรับเขาคือ 8 ช.ม. และเขาเดินออกกำลังกายใช้เครื่องสายพานเป็นเวลาสิบห้านาทีในช่วงเที่ยงวัน

รางวัลและเกียรติยศ[แก้]

การกุศล[แก้]

อาคารเหลก๊าเส่งในฮ่องกง
  • การบริจาคในปี 2524 ของเขามีผลเป็นการจัดตั้งมหาวิทยาลัยซัวเถา (Shantou University) ใกล้บ้านเกิดของเขาในเมืองแต้จิ๋ว
  • เติ้ง เสี่ยวผิงได้เชิญให้เขาเป็นคณะกรรมการของ China International Trust and Investment Corporation เพื่อสนับสนุนการริเริ่มการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของจีน CITIC เป็นเครือบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในนประเทศจีนโดยมีรัฐบาลจีนถือหุ้น 42% เป็นองค์การการลงทุนหลักของรัฐบาลและมีสถานะเป็นกระทรวงในการปกครองของจีน แต่ว่า เหลทำงานเป็นกรรมการเพียงแค่ปีเดียวก่อนที่จะลาออก เขายังเป็นกรรมการบริษัทผู้ไม่ใช่บริหารของฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่นตั้งแต่ปี 2523 และกลายเป็นรองประธานในปี 2528 นอกจากแล้วเขายังเป็นรองประธานของ HSBC Holdings ในปี 2534-2535 อีกด้วย
  • ในเดือนกันยายน 2544 มีอาคารใหม่ที่มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกงที่ตั้งชื่อตามเขา หลังจากที่มหาวิทยาลัยได้บริจาคทรัพย์ 100 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 568 ล้านบาท)[24]
  • มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เปิดศูนย์เหลก๊าเส่งซึ่งส่วนหนึ่งใช้เพื่องานวิจัยโรคมะเร็ง (Cancer Research UK) หลังจากที่ได้รับทรัพย์บริจาคเป็นจำนวน 5.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 332 ล้านบาท)[25] และมูลนิธิเหลก๊าเส่งตั้งทุนเป็นจำนวน 2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 130 ล้านบาท) เพื่อตำแหน่งศาสตราจารย์วิทยามะเร็งที่มหาวิทยาลัยในปี 2550[26]
  • ในเดือนพฤศจิกายน 2545 มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัย Cheung Kong Graduate School of Business ในประเทศจีนโดยอาศัยทุนบริจาคขนาดใหญ่จากมูลนิธิเหลก๊าเส่ง[27]
  • มหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ (Singapore Management University) จัดตั้งห้องสมุดเหลก๊าเส่ง เพื่อยกย่องการบริจาคทรัพย์เป็นจำนวน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 474 ล้านบาท) ให้แก่มหาวิทยาลัย[28]
  • เพื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 เขาได้บริจาคทรัพย์เป็นจำนวน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 121 ล้านบาท)
  • ในปี 2548 เขาประกาศบริจาคทรัพย์จำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 5,183 ล้านบาท) ให้แก่คณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยฮ่องกง ซึ่งเปลี่ยนชื่อของคณะเป็นคณะแพทย์เหลก๊าเส่ง ซึ่งสร้างข้อโต้เถียงกับศิษย์เก่าของคณะที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ
  • ในปี 2548 เขาได้บริจาคทรัพย์ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ โดยอ้างว่าเขารู้สึกประทับใจกับความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ มหาวิทยาลัยจึงได้ตั้งชื่ออาคารใหม่ที่เปิดใช้เมื่อปี 2554 ว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชีวภาพและสุขภาพเหลก๊าเส่ง (Li Ka Shing Center for Biomedical and Health Sciences)[29]
  • โดยเป็นผู้สนับสนุนของ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดมานานแล้วตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1980 เขาได้เป็นผู้บริจาคหลักมีมูลค่า 90 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,875 ล้านบาท) เพื่อสร้างศูนย์การศึกษาและความรู้เหลก๊าเส่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นสำนักงานใหญ่ของคณะแพทยศาสตร์[30]
  • วันที่ 9 มีนาคม 2550 เขาได้บริจาคทรัพย์เป็นจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,261 ล้านบาท) ให้กับ Lee Kuan Yew School of Public Policy (คณะนโยบายรัฐ) ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และดังนั้น เพื่จะยกย่องการสนับสนุนและความใจกว้างของเขา มหาวิทยาลัยจึงตั้งชื่ออาคารหนึ่งให้เป็นชื่อเขา[31]
  • เขาได้บริจาคทรัพย์เป็นจำนวน 25 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 806 ล้านบาท) ให้แก่ ร.พ.เซนต์ไมเคิลส์ ในเมืองโทรอนโตประเทศแคนาดาเพื่อตั้งสถาบันความรู้เหลก๊าเส่ง (Li Ka-Shing Knowledge Institute) ซึ่งจะใช้เป็นศูนย์การศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ ในปี 2548[32]
  • เขาบริจาคทรัพย์ 25 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 804 ล้านบาท) ให้มหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตาในประเทศแคนาดาเพื่อตั้ง สถาบันวิทยาไวรัสเหลก๊าเส่ง[33]
  • มูลนิธิเหลก๊าเส่งได้บริจาคทรัพย์ 30 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 125 ล้านบาท) เพื่อช่วยผู้ประสบภัยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวน พ.ศ. 2551[34]
  • เขาบริจาคทรัพย์ 6.6 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 203 ล้านบาท) ให้แก่มหาวิทยาลัยแมคกิลล์ในปี 2556 เพื่อตั้งโปรแกรมการศึกษาระหว่างประเทศโดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยซัวเถา[35]
  • ในปี 2556 เขาบริจาคทรัพย์มูลค่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 59 ล้านบาท) ให้แก่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก เพื่อสนับสนุนโครงการการให้ยาที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อใช้สร้างเครือข่ายแพทย์และนักวิจัยทั่วโลก เริ่มโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างมหาวิทยาลัยและประเทศจีน และสร้างโปรแกรมเภสัชวิทยาที่จะพัฒนาการให้ยาอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น[36]

เชิงอรรถและอ้างอิง[แก้]

  1. "Li Ka-shing". Nndb.com. สืบค้นเมื่อ 2011-05-11. 
  2. http://www.celebritynetworth.com/richest-businessmen/richest-billionaires/li-ka-shing-net-worth/
  3. "pronouncekiwi - How To Pronounce 李嘉誠". pronouncekiwi. Chinese (Hong Kong) Pronunciation. Archived from the original on 2016-03-24. สืบค้นเมื่อ 2016-04-23. 
  4. "How to pronounce 李嘉誠". Forvo. 李嘉誠 pronunciation in Cantonese. สืบค้นเมื่อ 2016-04-23. 
  5. "李". Teochew Mogher. Archived from the original on 2016-04-25. สืบค้นเมื่อ 2016-04-26. 
  6. "嘉". Teochew Mogher. Archived from the original on 2016-04-25. สืบค้นเมื่อ 2016-04-26. 
  7. "誠". Teochew Mogher. Archived from the original on 2016-04-25. สืบค้นเมื่อ 2016-04-26. 
  8. "pronouncekiwi - How To Pronounce 李嘉誠". pronouncekiwi. Chinese (China) Pronunciation. Archived from the original on 2016-03-24. สืบค้นเมื่อ 2016-04-23. 
  9. "How to pronounce 李嘉誠". Forvo. 李嘉誠 pronunciation in Mandarin Chinese. สืบค้นเมื่อ 2016-04-23. 
  10. 10.0 10.1 "SUPPLEMENT No. 1 to Issue 55879". London Gazette. 2000-06-19. p. 24. 
  11. "Silobreaker: Biography for Li Ka-Shing". Silobreaker. 2006-09-26. สืบค้นเมื่อ 2008-06-12. 
  12. "Li Ka-shing". Encyclopædia Britannica. Chicago, Illinois: Encyclopædia Britannica, Inc. สืบค้นเมื่อ 2008-06-12. 
  13. "Li Ka-shing Net Worth". Cerebrity Net Worth. Archived from the original on 2015-09-28. สืบค้นเมื่อ 2015-09-28. 
  14. "The World's Billionaires No. 11 Li Ka-shing". Forbes. 2008-03-05. สืบค้นเมื่อ 2008-12-01. 
  15. Schuman, Michael (2010-02-24). "The Miracle of Asia's Richest Man". Forbes. สืบค้นเมื่อ 2012-02-28. 
  16. "Li Ka Shing Foundation :: Li Ka-shing Receives First Malcolm S. Forbes Lifetime Achievement Award". PR Newswire. 2006-09-05. 
  17. Wilhelm, Ian (2007-09-20). "Building a Spirit of Generosity". Philanthropy.com. Archived from the original on 2009-11-13. สืบค้นเมื่อ 2012-02-28. 
  18. Schuman, Michael (2010-02-24). "The Miracle of Asia's Richest Man". Forbes. 
  19. Studwell, Joe. "Money and Power in Hong Kong and South-East Asia". Asian Godfathers. สืบค้นเมื่อ 2012-07-16. 
  20. "CK Hutchison Holdings Limited - About Us > Milestones". ckh.com.hk. 
  21. "李嘉誠替唐英年解畫5分鐘 – 新浪網 – 新聞". Sina Corp. สืบค้นเมื่อ 2011-08-05. 
  22. "Profile - Ka-shing Li". Forbes. 
  23. Schuman, Michael (2010-02-24). "The Miracle of Asia's Richest Man". Forbes. สืบค้นเมื่อ 2010-06-09. 
  24. "PolyU names new tower after Li Ka-shing". Hutchison Whampoa Limited (HWL). 2001-09-19. สืบค้นเมื่อ 2012-10-10. 
  25. "State-of-the-Art Cancer Research Centre Opens in Cambridge Supported by a £5.3 million donation from Hutchison Whampoa". Lksf.org. Archived from the original on 2011-10-11. สืบค้นเมื่อ 2012-02-28. 
  26. Li Ka-shing endows new oncology professorship at Cambridge Archived มิถุนายน 16, 2012 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน.
  27. "About CKGSB". Archived from the original on 2012-02-09. 
  28. Donation to go towards Endowment in Support of the Library and SMU Scholarships Archived มีนาคม 9, 2007 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน.
  29. Sanders, Robert (2005-06-23). "$40 million gift from Li Ka Shing Foundation boosts health science research". UC Berkeley Media Relations. สืบค้นเมื่อ 2009-05-12. 
  30. "Stanford medical school building to promote high-tech learning - with comfort". Inside Stanford Medicine. 2010-05-10. สืบค้นเมื่อ 2013-12-08. 
  31. "LKY School of Public Policy receives $100 million from business leader". National University of Singapore. 2007-03-12. 
  32. "The St. Michael's Story - Milestone". St. Michael's Hospital. 2005. Archived from the original on 2015-03-04. สืบค้นเมื่อ 2016-04-30. 
  33. "Li Ka-shing donates C$28 million to the University of Alberta". 2010-04-23. Archived from the original on 2013-05-07. 
  34. "Hong Kong makes voluntary donations for Sichuan earthquake". Xinhua News Agency. 2008-05-14. Archived from the original on 2012-11-07. สืบค้นเมื่อ 2012-02-28. 
  35. "Building bridges across the Pacific". McGill University. 2013-09-12. Archived from the original on 2013-09-17. 
  36. "Li Ka Shing Gift Supports UCSF Quest for Precision Medicine". UCSF. 2013-03-22. Archived from the original on 2016-01-05. สืบค้นเมื่อ 2013-12-08. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]