มุฮัมมัด อุมัร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก มุฮัมมัด โอมาร์)
มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร
ملا محمد عمر
ประมุขสภาสูงสุดแห่งอัฟกานิสถาน
ดำรงตำแหน่ง
27 กันยายน พ.ศ. 2539 – 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
นายกรัฐมนตรี มุฮัมหมัด รับบานี
อับดุล คาบีร์ (รักษาการ)
ก่อนหน้า บูร์ฮานุดดีน รับบานี (ประธาน)
ถัดไป บูร์ฮานุดดีน รับบานี (ประธาน)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด ประมาณ พ.ศ. 2493 - 2505
จังหวัดอูรอซกันหรือจังหวัดกันดะฮาร์ ประเทศอัฟกานิสถาน
เสียชีวิต 23 เมษายน พ.ศ. 2556[1][2]
การาจี ประเทศปากีสถาน[3]
พรรคการเมือง ขบวนการปฏิวัติอิสลามแห่งชาติอัฟกานิสถาน
ฏอลิบาน
ศิษย์เก่า ดารุล อูลูม ฮักกาเนีย
ศาสนา ศาสนาอิสลาม นิกายซุนนีย์
การเข้าเป็นทหาร
สวามิภักดิ์ Flag of Jihad.svg มุญาฮิดีน (พ.ศ. 2526–2534)[4]
Flag of Taliban.svg ฏอลิบาน (พ.ศ. 2537–2556)[5]
สงคราม สงครามโซเวียตในอัฟกานิสถาน
สงครามกลางเมือง
สงครามอัฟกานิสถาน

มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร มุญาฮิด (พัชโต: ملا محمد عمر مجاهد, Mullah Mohammed Omar Mujahid‎) เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของฏอลิบานซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายในประเทศอัฟกานิสถาน เกิดเมื่อราว พ.ศ. 2493–2505[6][7] ที่จังหวัดกันดะฮาร์ ในครอบครัวชาวนาที่ยากจน บิดาเสียชีวิตไปเมื่อเขายังเป็นเด็กหนุ่ม เขาจึงต้องดูแลครอบครัว เริ่มทำงานเป็นผู้สอนศาสนาในมัดเราะซะฮ์เล็ก ๆ ใกล้บ้าน ซึ่งถูกรบกวนจากการรุกรานของสหภาพโซเวียต อุมัรได้เข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้านนาญิบุลลอฮ์ ผู้นำอัฟกานิสถาน โดยเข้าเป็นสมาชิกพรรคฮิซบี อิสลามี เขาได้รับบาดเจ็บจนตาขวาบอดสนิท มีภรรยา 3 คน มีบุตร 5 คน

การเกิดขึ้นของฏอลิบานที่เขาเป็นผู้นำนั้น เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2537 เมื่อมีเพื่อนบ้านมาบอกเขาว่ามีขุนศึกในเมืองกันดะฮาร์มาลักพาหญิงไปข่มขืนหลายครั้ง อุมัรจึงรวบรวมนักเรียนศาสนา 30 คน มีปืนไรเฟิลเพียง 10 กระบอก เข้าโจมตีค่ายของขุนศึกและช่วยชีวิตหญิงสาวกลับคืนมาได้ ทำให้กองกำลังฏอลิบานเกิดขึ้น ณ จุดนั้น หลังจากที่ยึดอาวุธของผู้มีอิทธิพลได้แล้ว จึงเข้ายึดครองพื้นที่ต่างๆ เริ่มจากกันดะฮาร์ มีคนหนุ่มอัฟกานิสถานมาร่วมด้วยมากมาย จนอุมัรสามารถนำกองกำลังฏอลิบานเข้ายึดกรุงคาบูลได้ในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2539 และจับนาญิบุลลอฮ์แขวนคอกลางกรุงคาบูล และเขาขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภาสูงสุดแห่งอัฟกานิสถานซึ่งถือเป็นประมุขรัฐในสมัยฏอลิบานปกครองประเทศ

อุมัรเป็นผู้นำที่ลึกลับที่สุด ไม่เคยถ่ายรูปหรือพบกับนักหนังสือพิมพ์ชาวตะวันตก เขาพบกับตัวแทนจากสหประชาชาติครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2541 เขาพ้นจากตำแหน่งเมื่อสหรัฐและพันธมิตรฝ่ายเหนือโจมตีอัฟกานิสถาน เขาได้ตัดสินใจนำกองกำลังฏอลิบานออกจากกรุงคาบูลไปสู้พื้นที่ที่เป็นเทือกเขา

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 เราะฮ์มาตุลลอฮ์ นาบิล รักษาการหัวหน้าหน่วยข่าวกรองอัฟกานิสถานกล่าวว่า "ไม่แน่ใจว่าอุมัรยังมีชีวิตอยู่หรือไม่" เนื่องจากในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีกระแสข่าวในหมู่ผู้นำของฏอลิบานว่าอุมัรเสียชีวิตแล้ว[8] ในขณะที่รายงานล่าสุดกล่าวว่าอุมัรซ่อนตัวในเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน หน่วยข่าวกรองชาวยุโรปกล่าวว่าอุมัรยังมีชีวิตอยู่[9]

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 มีรายงานว่าอุมัรได้เสียชีวิตแล้วเมื่อ พ.ศ. 2556[10] ด้วยวัณโรค[11] รายงานดังกล่าวได้รับการยืนยันจากหน่วยข่าวกรองอัฟกานิสถานและกลุ่มฏอลิบานในวันต่อมา[12] โดยตำแหน่งผู้นำฏอลิบานสืบทอดต่อโดยอัคตาร์ มันซูร์[13]

อ้างอิง[แก้]

  1. Death of Mullah Omar Exposes Divisions Within Taliban
  2. Nikhil Kumar (29 July 2015). "Mullah Omar Taliban Death". Time. สืบค้นเมื่อ 29 July 2015. 
  3. "Afghan intelligence: Taliban leader Mullah Omar dead". The Press Democrat. July 29, 2015. Archived from the original on July 31, 2015. สืบค้นเมื่อ July 31, 2015. 
  4. "Commemorating the nineteenth anniversary of the historical gathering and selection of Ameer-ul-Momineen on 4th April 1996 in Kandahar". 
  5. Goodson (2001) p. 107
  6. Matthew Rosenberg (28 December 2014). "Around an Invisible Leader, Taliban Power Shifts". The New York Times. p. A3. 
  7. Shane, Scott (10 October 2009). "Dogged Taliban Chief Rebounds, Vexing U.S.". สืบค้นเมื่อ 6 September 2014. 
  8. "Taliban Supreme leader Mullah Omar has possibly died". 19 November 2014. สืบค้นเมื่อ 2015. 
  9. "Around an Invisible Leader, Taliban Power Shifts". 28 December 2014. สืบค้นเมื่อ 2015. 
  10. Mullah Omar: Taliban leader 'died in Pakistan in 2013'
  11. "Afghan intelligence says Taliban's Mullah Omar died two years ago". The Globe and Mail. July 29, 2015. สืบค้นเมื่อ July 31, 2015. 
  12. "Afghanistan says Taliban leader Mullah Omar died 2 years ago". msn.com. 
  13. "Mullah Omar: Taliban choose deputy Mansour as successor". BBC News. 30 July 2015. 
  • จรัญ มะลูลีม. อิสลามการเมืองในการเมืองตะวันออกกลาง. กทม. ศยาม. 2555. หน้า 183 - 187

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]


บทสัมภาษณ์
บทความ