โมฮัมเหม็ด ดาวูด ข่าน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โมฮัมเหม็ด ดาวูด ข่าน
ดาวูด ข่าน ช่วงทศวรรษ 1960
ประธานาธิบดีแห่งอัฟกานิสถาน
ดำรงตำแหน่ง
17 กรกฎาคม ค.ศ 1973 – 28 เมษายน ค.ศ. 1978
ก่อนหน้า พระเจ้าโมฮัมหมัด ซาฮีร์ ชาห์
ถัดไป อับดุล ควาดิร์ ดาการ์วัล (รักษาการ)
นูร์ มูฮัมหมัด ตะรากี
นายกรัฐมนตรีอัฟกานิสถาน
ดำรงตำแหน่ง
7 กันยายน ค.ศ. 1953 – 10 มีนาคม ค.ศ. 1963
กษัตริย์ พระเจ้าโมฮัมหมัด ซาฮีร์ ชาห์
ก่อนหน้า ชาห์ มะห์มูด ข่าน
ถัดไป โมฮัมหมัด ยูซุฟ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1909(1909-07-18)
คาบูล, เอมิเรตอัฟกานิสถาน
เสียชีวิต 28 เมษายน ค.ศ. 1978 (68 ปี)
คาบูล, สาธารณรัฐอัฟกานิสถาน
พรรคการเมือง พรรคปฏิวัติแห่งชาติอัฟกานิสถาน
ศาสนา อิสลาม นิกายซุนนีย์

โมฮัมเหม็ด ดาวูด ข่าน (อังกฤษ: Mohammed Daoud Khan; พัชโต: سردار محمد داود خان‎; 18 กรกฎาคม ค.ศ. 190928 เมษายน ค.ศ. 1978) เป็นนักการเมืองชาวอัฟกานิสถาน เป็นประธานาธิบดีคนแรกของอัฟกานิสถาน (ค.ศ. 1973–1978)

โมฮัมเหม็ด ดาวูด ข่านเกิดที่กรุงคาบูล เมื่อ ค.ศ. 1909 เป็นโอรสของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด อะซิซ ข่าน ผู้ทรงเป็นลูกพี่ลูกน้องพระเจ้าโมฮัมหมัด นาดีร์ ชาห์ ในวัยเด็ก ดาวูด ข่านสนใจด้านการเมือง หลังจบการศึกษาจากฝรั่งเศส เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอัฟกานิสถาน ในปี ค.ศ. 1953 เขามีนโยบายเป็นมิตรกับสหภาพโซเวียตและสนับสนุนการรวมชาวพัชตุนในปากีสถาน ซึ่งนโยบายดังกล่าวทำให้อัฟกานิสถานต้องประสบปัญหาเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถานดำเนินไปจนกระทั่งดาวูด ข่านถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งในปี ค.ศ. 1963[1] 10 ปีต่อมา (ค.ศ. 1973) ดาวูด ข่านที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาธิปไตยประชาชนอัฟกานิสถาน (PDPA)[2] ก็ยึดอำนาจจากพระเจ้าโมฮัมหมัด ซาฮีร์ ชาห์ เปลี่ยนอัฟกานิสถานเป็นสาธารณรัฐ และแต่งตั้งตนเองเป็นประธานาธิบดี เขาเริ่มนโยบายสมัยใหม่หลายอย่าง และในขณะเดียวกันก็กำจัดกลุ่มคนที่เป็นภัยต่ออำนาจของเขา ความขัดแย้งระหว่างดาวูด ข่านกับพรรค PDPA มาถึงจุดแตกหักในปี ค.ศ. 1978 เมื่อผู้นำฝ่ายซ้ายคนหนึ่งของพรรคถูกสังหาร ทำให้เกิดการลุกฮือจนกระทั่งวันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 1978 เกิดการปฏิวัติเซาร์ (Saur Revolution) นำโดยพรรค PDPA[3] ตัวดาวูด ข่านและครอบครัวถูกสังหารในวันต่อมา[4]

ในปี ค.ศ. 2008 มีการค้นพบหลุมศพของดาวูด ข่านและครอบครัวที่นอกกรุงคาบูล[5] และมีการจัดงานศพแบบรัฐพิธีในปีต่อมา[6]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]