ข้ามไปเนื้อหา

ธีโอฟิลลีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ธีโอฟิลลีน
ข้อมูลทางคลินิก
ชื่อทางการค้าTheolair, Slo-Bid
AHFS/Drugs.comโมโนกราฟ
MedlinePlusa681006
ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
    ช่องทางการรับยาoral, IV, rectal
    รหัส ATC
    กฏหมาย
    สถานะตามกฏหมาย
    ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
    ชีวประสิทธิผล100%
    การจับกับโปรตีน40%, primarily to albumin
    การเปลี่ยนแปลงยาhepatic to 1-methyluric acid
    ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ5–8 ชั่วโมง
    ตัวบ่งชี้
    • 1,3-dimethyl-7H-purine-2,6-dione
    เลขทะเบียน CAS
    PubChem CID
    IUPHAR/BPS
    DrugBank
    ChemSpider
    UNII
    KEGG
    ChEBI
    ChEMBL
    ECHA InfoCard100.000.350
    ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
    สูตรC7H8N4O2
    มวลต่อโมล180.164 g/mol g·mol−1
    แบบจำลอง 3D (JSmol)
    • Cn1c2c(c(=O)n(c1=O)C)[nH]cn2
    • InChI=1S/C7H8N4O2/c1-10-5-4(8-3-9-5)6(12)11(2)7(10)13/h3H,1-2H3,(H,8,9) checkY
    • Key:ZFXYFBGIUFBOJW-UHFFFAOYSA-N checkY
      (verify)
    สารานุกรมเภสัชกรรม

    ธีโอฟิลลีน (อังกฤษ: Theophylline) หรือ 1,3-ไดเมทิลแซนทีน (อังกฤษ: 1,3-dimethylxanthine) เป็นยาประเภทสารขยายหลอดลม ใช้ในการรักษาโรคระบบหายใจ อาทิ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และ โรคหืด

    ธีโอฟิลลีนเป็นสารที่สกัดได้จากใบชา ถูกค้นพบโดย อัลเบรชท์ ค็อดเซิล นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันในปี ค.ศ. 1888 จากนั้นมีการนำมาพัฒนาโดยสามารถสังเคราะห์ขึ้นภายในปี ค.ศ. 1900 ในครั้งแรกทีโอฟิลลีนถูกใช้เป็นยาขับปัสสาวะ จากนั้นก็นำมาใช้รักษาโรคหืด ด้วยมีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกและปอดคลายตัว ส่งผลให้ภาวะหลอดลมเกร็งตัวทุ เลาเบาบางลง หลังจากร่างกายได้รับยาธีโอฟิลลีน ยาจะถูกส่งไปเปลี่ยนโครงสร้างที่อวัยวะตับ และ 50% ของระดับยาในร่างกายจะถูกกำจัดออกโดยทางปัสสาวะภายในเวลา 5-8 ชั่วโมง ในต่างประเทศสามารถพบรูปแบบของการจัดจำหน่ายยานี้ ทั้งชนิดรับประทาน ชนิดฉีด และชนิดเหน็บทวาร

    ธีโอฟิลลีน จัดอยู่ในหมวดยาอันตราย การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ผู้ทำการรักษาเท่านั้น ไม่สมควรซื้อยามาใช้เอง

    การใช้งานทางการแพทย์

    [แก้]

    ผลจากการใช้ธีโอฟิลลีน มีดังต่อไปนี้:

    ข้อควรระวัง

    [แก้]

    การใช้ยาทีโอฟิลลีนร่วมกับยาแก้ปวดบางประเภท อาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอา การชัก โดยเฉพาะการนำมาใช้กับผู้ที่เคยมีประวัติด้วยโรคลมชัก ผู้ที่ติดเหล้า ผู้สูงอายุ ผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บที่สมอง หรือผู้ที่ป่วยเป็นเนื้องอกสมอง ยาแก้ปวดดังกล่าว เช่น Tramadol การใช้ทีโอฟิลลีนร่วมกับยาลดความดันโลหิตบางกลุ่ม สามารถลดประสิทธิภาพในการควบคุมความดันโลหิตของยาลดความดันโลหิตให้ด้อยประสิทธิภาพลงไป พร้อมกับมีอาการต่างๆเหล่านี้ตามมาเช่น คลื่นไส้ อาเจียน นอนไม่หลับ มือเท้าสั่น หายใจติดขัด เป็นต้น ยาลดความดันโลหิตที่กล่าวถึง เช่น Acebutolol, Atenolol, Esmolol, Metoprolol และ Nadolol เป็นต้น

    การใช้ทีโอฟิลลีนร่วมกับยาปฏิชีวนะ บางประเภทสามารถทำให้ปริมาณยาทีโอฟิลลีนในกระแสเลือดมีระดับสูงขึ้น จนอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงตามมา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ชัก ใจสั่น

    การใช้ทีโอฟิลลีนร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน สามารถกระตุ้นให้เกิดผลข้างเคียงของทีโอฟิลลีนติดตามมาเช่น คลื่นไส้ อาเจียน นอนไม่หลับ มือเท้าสั่น เป็นต้น จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาทีโอฟิลลีนร่วมกับการดื่มหรือรับประทานอาหารที่มีกาเฟอีนเป็นส่วนผสม

    อ้างอิง

    [แก้]