ตำนานวีรบุรุษกาแล็กซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ตำนานวีรบุรุษกาแล็กซี
ปกภาครีเมคในปี 2018
ปกภาครีเมคในปี 2018
ชื่อ ตำนานวีรบุรุษกาแล็กซี
โรมาจิ Ginga Eiyū Densetsu
แนว อวกาศ, การเมือง, สงคราม, มนุษยนิยม, โศกนาฏกรรม
นวนิยายชุด
เขียนโดยโยชิกิ ทานากะ
ตีพิมพ์โดยTokuma Shoten
วางจำหน่ายตั้งแต่30 พฤจิกายน 198215 พฤจิกายน 1987
จำนวนรวมเล่ม10 เล่ม
โอวีเอ
Legend of the Galactic Heroes
กำกับโนโบรุ อิชิงูโระ
ฉาย ธันวาคม 1988 มีนาคม 1997
ยาว25 นาที (ตอนละ)
ตอน110 ตอน
อนิเมะโรง
  • LOGH: My Conquest is the Sea of Stars (1988)
  • LOGH: Golden Wings (1992)
  • LOGH: Overture to a New War (1993)
โอวีเอ
LOGH Gaiden
สตูดิโอJ.C.Staff
ฉาย 1998 2000
ตอน24+28
อนิเมะโทรทัศน์
LOGH: Die Neue These – Encounter
กำกับชุนซูเกะ ทาดะ
เขียนบทโนโบรุ ทากางิ
ดนตรีชิน ฮาชิโมโตะ
สตูดิโอProduction I.G
ฉาย 3 เมษายน 2018 26 มิถุนายน 2018
ตอน12
ภาพยนตร์โรง
LOGH: Die Neue These – Stellar War
กำกับชุนซูเกะ ทาดะ
เขียนบทโนโบรุ ทากางิ
สตูดิโอProduction I.G
ฉาย27 กันยายน 2019 (พาร์ท 1)
25 ตุลาคม 2019 (พาร์ท 2)
29 พฤศจิกายน 2019 (พาร์ท 3)
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

ตำนานวีรบุรุษกาแล็กซี (ญี่ปุ่น: 銀河英雄伝説, เยอรมัน: Die Legende der Sternhelden ,อังกฤษ: Legend of the Galactic Heroes) หรือย่อว่า LOGH เป็นบันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์ซึ่งแต่งโดยดร.โยชิกิ ทานากะ เป็นนิยายที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับ 5 ของญี่ปุ่น[1] นิยายนี้ถูกนำไปสร้างเป็นอนิเมะวางจำหน่ายในรูปแบบวีดีโอเทประหว่างปีค.ศ. 1988 ถึง 1997 และถูกนำไปดัดแปลงเป็นวีดีโอเกมอีกมากมาย และยังมีอิทธิพลต่อนิยายและอนิเมะแนวสงครามในเวลาต่อมาหลายเรื่อง อาทิ 12 อาณาจักรเทพยุทธ์, โค้ดกีอัส

ตำนานวีรบุรุษกาแล็กซีได้รับการยกย่องโดยหลายสำนักให้เป็นอนิเมะสเปซโอเปร่าที่ดีที่สุดตลอดกาล[2][3][4] อนิเมะการทหาร/สงครามที่ดีที่สุดตลอดกาล[5][6] บทวิจารณ์โดย ฟอบส์ ระบุว่าเป็น "สุดยอดสเปซโอเปร่าที่ต้องอ่าน" และเป็น "นิยายทรงเสน่ห์และงานเขียนชิ้นเอกสำหรับผู้ชื่นชอบบันเทิงคดีซับซ้อน"[7] บทวิจารณ์โดย Locus Magazine ยกย่องว่าวรรณกรรมชิ้นเป็น "ประวัติศาสตร์นิพนธ์แบบเจาะลึก" ของความขัดแย้งระหว่างมนุษย์ในอนาคต

วรรณกรรมนี้นำเสนอด้านลบของผู้มีอำนาจในระบอบการเมืองทั้งสอง ตัวละครในเรื่องสะท้อนธรรมชาติของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะธรรมชาติของประชาชน, ทหาร, นักการเมือง, นายทุน และอภิสิทธิ์ชน มีการเชิญชวนให้ผู้อ่านตั้งคำถามตามและเฉลยคำตอบในทันที กล่าวถึงอนาคตของมนุษยชาติซึ่งแบ่งออกเป็นสองขั้วการเมืองได้แก่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย ทั้งสองฝ่ายอยู่ในสงครามอันยาวนานที่ไม่รู้จักจบสิ้น เนื้อเรื่องมุ่งเน้นไปที่สองตัวละครหลักจากสองขั้วทางการเมืองคือไรน์ฮาร์ด ฟอน โลเอินกรัมม์ และหยางเหวินหลี่ นอกจากทั้งคู่ต้องต่อสู้กันเอง ยังต้องต่อสู้กับระบอบการเมืองอันเน่าเฟะในประเทศของตน ตลอดจนต่อสู้กับองค์กรศาสนาในคราบนายทุนที่พยายามปลุกปั่นความขัดแย้งจากเงามืด

เนื้อเรื่อง[แก้]

ประวัติศาสตร์พัฒนาการอวกาศ[แก้]

ครั้งหนึ่ง มนุษยชาติเคยอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลก ในปีค.ศ. 2039 ขั้วอำนาจทั้งสองของดาวโลก ได้แก่สหรัฐยูราฟริกา (United States of Eurafrica) และคอนโดมิเนียมเหนือ (Northern Condominium)[8] ได้กระทำสงครามเบ็ดเสร็จต่อกันเป็น "สงครามสิบสามวัน" มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์จนเมืองหลักของโลกถูกทำลายล้างลงทั้งหมด เก้าสิบปีจากนั้นเป็นยุคของความขัดแย้งและความวุ่นวาย ประชากรของมนุษยชาติร่วงเหลือเพียงหนึ่งพันล้าน ผู้คนที่เหลือรอดต้องการสถาบันรัฐบาลที่รวมเป็นหนึ่ง ทำให้ในปีค.ศ. 2129 พวกเขาตั้งรัฐบาลเอกภาพโลก (Earth Unity Government) และในปีค.ศ. 2166 มนุษยชาติสร้างฐานการสำรวจไว้ที่ไอโอ ดาวบริวารของดาวพฤหัสบดี มีการขนาดมหึมาไว้ที่พื้นผิวดวงจันทร์ ซึ่งในทศวรรษที่ 2200 ประชากรบนดวงจันทร์ก็พุ่งเหนือกว่าบริสเบน เมืองหลวงของโลก ในตอนนั้น มนุษยชาติมีประชากรราวสี่พันล้านคนจากนิคมที่อยู่อาศัยต่างๆในระบบสุริยะ

สงครามสิบสามวัน ในปีค.ศ. 2039

ค.ศ. 2360 ด้วยทฤษฎีของดร.ยาโนเชอร์ มนุษย์ค้นพบวิธีเดินทางเร็วกว่าแสง ในช่วงแรก การวาร์ปสามารถทำได้ในระยะทางสั้นๆเท่านั้น แต่ในค.ศ. 2391 เทคโนโลยีที่ว่านี้ก็พร้อมใช้งานจริง ในปีค.ศ. 2402 ดาวเคราะห์พร้อมอยู่อาศัยถูกค้นพบในระบบดาวคาโนปัส ยุคสมัยแห่งการย้ายถิ่นฐานจึงเริ่มต้นขึ้น มีการจัดตั้ง "กองทัพอวกาศ" (Space Force) ขึ้นในค.ศ. 2484 มีวัตถุประสงเพื่ออำนวยความปลอดภัยให้แก่การสัญจรของพลเรือน, ปราบปรามอาชญากรรม, คุ้มครองสิทธิมนุษยชน และปกป้องฟันเฟืองทางเศรษฐกิจ แต่กองทัพนี้กลับใหญ่โตขึ้นอย่างไร้ควบคุม กว่าจะรู้ตัว สถาบันทหารก็ใหญ่โตจนไม่มีใครแตะต้องได้[8]

ระหว่างค.ศ. 2480 ถึง 2630 เขตอิทธิพลของมนุษยชาติขยายรัศมีจาก 60 ปีแสงเป็น 94 ปีแสงห่างจากดาวโลก แล้วหยุดชะงักเนื่องจากเริ่มใหญ่โตเกินควบคุม แต่กองทัพยังคงเติบโตต่อไป ในเวลานั้น ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมีความรุนแรงมาก ดาวโลกไม่เหลือทรัพยากรธรรมชาติอีกแล้ว เกษตรกรรมถูกละทิ้งไปเนิ่นนานและหันไปทำการเงินการธนาคารเสียหมด ดาวโลกกลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ใช้ควบคุมการผลิตในดาวนิคม ดาวโลกอยู่ได้ด้วยการสูบรีดทรัพยากรจากดาวดวงอื่น[8]

เมื่อดาวนิคมถูกกดขี่เกินความอดทน พวกเขาจึงรวมตัวกันและยื่นคำขาดต่อดาวโลกในปีค.ศ. 2682 ดาวโลกออกโฆษณาชวนเชื่อ "ภัยซิริอุส" เพื่อตอบโต้ หาว่าแกนนำจากดาวรอนโดลินาในระบบดาวซิริอุสเป็นพวกกระหายอำนาจ หวังสถาปนาตนเป็นศูนย์การปกครองของมวลมนุษย์เสียเองแทนที่ดาวโลก อย่างไรก็ตาม การออกโฆษณาชวนเชื่อเช่นนี้ทำให้ดาวนิคมอื่นคิดไปถึงขั้นว่า ซิริอุสมีอำนาจทหารขนาดจะต่อกรโลก พวกเขาจึงหันไปอยู่ข้างซิริอุส ท้ายที่สุด ซิริอุสสถาปนา "สภาปฏิวัติซิริอุส" (Sirius Revolutionary Congress) ขึ้นในปีค.ศ. 2685 และเริ่มสั่งสมกำลังทางทหารเพื่อเผชิญหน้ากับดาวโลก

ค.ศ. 2689 ดาวโลกทำทียอมอ่อนข้อให้แก่สภาปฏิวัติซิริอุส ยอมรับอำนาจการปกครองตนเองของดาวนิคม และขอส่งกองทัพรัฐบาลไปฝึกซ้อมทหารด้วยกันเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ แต่ในก่อนที่จะเริ่มฝึกซ้อม กองทัพโลกชิงทำลายกองทัพสหนิคมและเข้ายึดครองดาวเคราะห์ลอนดรินา ศูนย์กลางของระบบดาวซิริอุส แกนนำต่อต่านโลกหลบหนีออกจากลอนดรินา ในระหว่างการยึดครองนี้ กองทัพโลกได้กระทำทารุณฆาตต่อพลเมืองลอนดรินาอย่างมากจนมีผู้เสียชีวิต 6 แสนคน แต่รายงานเกินจริงเป็น 1.5 ล้านคน กองทัพรัฐบาลตัดชิ้นส่วนจาก 6 แสนศพเพื่อสร้างหลักฐานเสมือนว่ามีผู้เสียชีวิต 1.5 ล้านคน พวกเขายังรายงานตัวเลขผู้ตายฝ่ายตัวเองน้อยกว่าความเป็นจริง เพื่อที่พวกทหารระดับสูงจะได้กินเงินเดือนของทหารที่ตาย ต่อมามีการเปิดโปงเรื่องนี้และส่งฟ้องต่อศาลทหารในปีค.ศ. 2690 แต่จำเลยทั้งหมดกลับพ้นผิด[8]

ค.ศ. 2691 สี่ผู้นำแนวร่วมต่อต้านโลกพบปะกันบนดาวนิคมพรอสเพอรินา พวกเขาจัดตั้งกองเรือแบล็กแฟล็ก ซึ่งประกอบด้วยกำลังที่รวบรวมจากดาวนิคมทั้งหมดเพื่อโค่นล้มรัฐบาลเอกภาพโลก สงครามดาวโลก-ซิริอุสเริ่มขึ้นและดำเนินไปถึงปีค.ศ. 2704 สงครามครั้งนี้มีความรุนแรงพอๆกับสงครามสิบสามวัน ประชากรบนดาวโลกลดเหลือจำนวน 1 พันล้านคน สงครามจบลงด้วยชัยชนะของซิริอุส มีการสถาปนาสาธารณรัฐซิริอุสขึ้นมาแทน UEG ต่อมาในปีค.ศ.2706 เกิดรัฐประหารขึ้นในซิริอุสและนำไปสู่ระบอบเผด็จการ แต่ในปีค.ศ. 2707 ได้เกิดระเบิดนิวตรอนขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาลซิริอุส ทำให้เกิดยุคของการชิงอำนาจอีกเกือบศตวรรษ[8]

บทนำ[แก้]

หลังมนุษยชาติฟื้นฟูตนเองจากสงครามกาแล็กซีครั้งที่หนึ่ง ในค.ศ. 2801 มนุษยชาติย้ายศูนย์กลางทางการเมืองจากดาวโลกไปยังไปยังเธโอเรีย ดาวเคราะห์ดวงที่ 2 ในระบบดาวอัลดิบาแรนที่อยู่ห่างออกไป 65 ปีแสง[9] และจัดตั้งสมาพันธ์กาแล็กซี (Galactic Federation) พร้อมประกาศใช้ปีอวกาศที่ 1 เป็นการเริ่มยุคสมัยรุ่งโรจน์อันยาวนาน

ปีอวกาศ 292 เกิดภาวะตกต่ำครั้งใหญ่ทางเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของมนุษย์เสื่อมถอยลง ในปีอวกาศ 296 รูดอล์ฟ ฟอน โกลเดินบาม อดีตนายทหารชื่อดังได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาและสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ เขากลายเป็นทั้งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี[9] ถือเป็นบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ในปี 308 เขาได้ประกาศตนเป็น "กงสุลตลอดชีพ"

ปีอวกาศ 310 รูดอล์ฟยุบสมาพันธ์กาแล็กซีและตั้งเป็นจักรวรรดิกาแล็กซี เขาปราบดาตนเป็นจักรพรรดิ และประกาศใช้ปีจักรวรรดิ การปกครองของรูดอล์ฟมีประสิทธิภาพมาก สามารถปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นได้อย่างหมดจด รูดอล์ฟได้กลายเป็น "ไคเซอร์ผู้ศักดิ์สิทธิ์และละเมิดมิได้" ในปีอวกาศ 318 รูดอล์ฟได้ประกาศใช้ "พระราชบัญญัติขจัดความบกพร่องทางพันธุกรรม" ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายแต่กำเนิดจะถูกนำไปกำจัดทิ้ง มีการระงับสวัสดิการสังคม คนจนถูกบังคับให้ทำหมัน ผู้ป่วยโรคจิตเวชถูกทำการุณยฆาต[9] สมาชิกรัฐสภาออกมาโจมตีรูดอล์ฟ รูดอล์ฟสั่งยุบสภาและปราบปรามผู้วิจารณ์ รูดอร์ฟตั้งทบวงรักษาความสงบเรียบร้อยขึ้นมาเพื่อกำจัดศัตรูและผู้เห็นต่าง และตั้งระบบขุนนางขึ้นมาเพื่อค้ำจุนราชวงศ์

การเทียบระบบปี
คริสต์ศักราช
(A.D.)
ปีอวกาศ
(Universal Calendar)
ปีจักรวรรดิ
(Reichskalender)
3110 310 1

การก่อตั้งเสรีพันธมิตรดาวเคราะห์[แก้]

ปีอวกาศที่ 473 (ปีจักรวรรดิที่ 164) นักสาธารณรัฐนิยมหนุ่มที่ชื่อ อาร์เลอ ไฮเนสเซิน (Arle Heinessen) พร้อมพวกจำนวน 4 แสนคนหลบหนีจากดาวเคราะห์อัลแทร์ 7 (Altair VII) ซึ่งเป็นเสมือนค่ายแรงงานของจักรวรรดิ พวกเขาใช้ยานอวกาศที่ชื่อว่า อีออน ฟาเซคัซท์ (Ion Fazekath) ซึ่งสร้างมาจากน้ำแข็งแห้งขนาด 122 กิโลเมตร หลังไฮเนสเซินเสียชีวิต พวกผู้อพยพยังก่อตั้งกองเรืออพยพ ประกอบด้วยเรือเดินอวกาศ 80 ลำ พวกเขาร่อนเร่นานหลายปี จนไปพบอวกาศส่วนที่ยังไม่เคยถูกค้นพบซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ "ระเบียงอีเซอร์โลน" และสามารถข้ามระเบียงนั้นจนไปถึงแขนคนยิงธนู–กระดูกงูเรือ จนกระทั่งในปีอวกาศที่ 527 หลังจากเดินทางกว่าครึ่งศตวรรษ พวกเขาตั้งรกรากในระบบดาวบาอลัต ซึ่งได้ตั้งชื่อดาวนั้นว่า "ไฮเนสเซิน" ผู้อพยพที่ตั้งรกรากคราวนั้นมีจำนวนราว 160,000 คนและได้สถาปนาเสรีพันธมิตรดาวเคราะห์ขึ้น พวกเขายังนำระบบปีอวกาศกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ถือเป็นการเปิดฉากศตวรรษอันรุ่งโรจน์อีกครั้ง

จักรวรรดิค้นพบระเบียงอีเซอร์โลนและค้นพบการดำรงอยู่ของเสรีพันธมิตร กองทัพของทั้งสองประเทศได้เปิดฉากสู้รบกันในปีอวกาศที่ 640 ที่ระบบดาวดากอน (Dagon) ในยุทธการครั้งนั้น แม้จักรวรรดิจะมีจำนวนมากกว่าแต่ก็พ่ายแพ้อย่างยับเยินให้แก่เสรีพันธมิตร เมื่อแรกที่ถูกจักรวรรดิค้นพบ เสรีพันธมิตรมีประชากรไม่เกิน 150 ล้านคนเท่านั้น เมื่อข่าวการค้นพบแพร่ออกไปในเขตแดนจักรวรรดิ ก็ทำให้ชาวจักรวรรดิจำนวนมากลี้ภัยครั้งใหญ่ไปยังเสรีพันธมิตร ประชากรของเสรีพันธมิตรก้าวกระโดดอย่างมโหฬาร ในปีอวกาศที่ 798 มีประชากรอยู่ที่ราว 1.3 หมื่นล้านคน

ตัวละครหลัก[แก้]

เป็นนายทหารจักรวรรดิกาแล็กซี เขาเกิดในตระกูลขุนนางระดับล่าง หลังจากที่พี่สาวถูกรับเข้าไปเป็นหม่อมในองค์ไคเซอร์ เขาก็ตัดสินใจเข้าเรียนในโรงเรียนทหารตั้งแต่เด็ก และยังเป็นคนชักชวนเคียร์ชไอส์ให้เข้าเป็นทหารเหมือนเขาด้วย ความสามารถของเขาก้าวหน้าทางหน้าที่การงานอย่างรวดเร็วจนเป็นที่อิจฉาของทหารและขุนนางมากมาย
เป็นนายทหารเสรีพันธมิตรดาวเคราะห์ บิดาเป็นเจ้าของบริษัทพาณิชยนาวีอวกาศ เขาเป็นคนชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก เขาเคยคิดจะศึกษาต่อในภาควิชาประวัติศาสตร์ แต่เมื่อบิดาเสียชีวิตโดยไม่ได้ทิ้งอะไรให้เลยนอกจากหนี้ เขาจำต้องเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยเพื่อที่จะทำให้เขาสามารถเรียนประวัติศาสตร์ได้ฟรีฟรี หยางเป็นคนขี้เกียจและเรียนไม่เก่ง วิชาเดียวที่เขาเก่งคือวิชายุทธคดีศึกษา เขาไม่เคยแพ้ศึกใดๆจนมีฉายาว่า "พ่อมดไร้พ่าย" และก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ความฝันของเขาคือการเกษียณจากองทัพไวไว แล้วนอนอ่านหนังสือกินเงินบำนาญที่บ้าน
เป็นนายทหารจักรวรรดิกาแล็กซี เขามีบ้านอยู่ติดกับไรน์ฮาร์ด ทั้งสองจึงเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก ทั้งสองเรียนโรงเรียนเดียวกัน แต่เมื่อไรน์ฮาร์ดตัดสินใจย้ายไปโรงเรียนทหาร ไรน์ฮาร์ดเป็นคนชักชวนเคียร์ชไอส์ให้เข้าโรงเรียนทหารด้วย เคียร์ชไอส์คอยอยู่เคียงข้างไรน์ฮาร์ดเสมอ เมื่อไรน์ฮาร์ดประสบความสำเร็จทางหน้าที่การงานก็มักจะดึงเคียร์ชไอส์ตามขึ้นไปด้วยเป็นเงาตามตัว

ขั้วอำนาจ[แก้]

ประเทศ จักรวรรดิกาแล็กซี
Galaktisches Reich (เยอรมัน)
เสรีพันธมิตรดาวเคราะห์
Free Planets Alliance (อังกฤษ)
ดาวหลัก โอดิน (Odin) ไฮเนสเซิน (Heinessen)
เขตอิทธิพล แขนนายพราน แขนคนยิงธนู–กระดูกงูเรือ
ภาษาทางการ เยอรมัน อังกฤษ
การปกครอง สหพันธรัฐแบบสมบูรณาญาสิทธิราช ประชาธิปไตยในระบบประธานาธิบดี
ก่อตั้งเมื่อ ปีอวกาศ 310 (ค.ศ. 3110) ปีอวกาศ 527 (ค.ศ. 3327)
ประมุขแห่งรัฐ ไคเซอร์ ประธานคณะมนตรีสูงสุด
หัวหน้ารัฐบาล นายกรัฐมนตรี ประธานคณะมนตรีสูงสุด
ประชากร
(ปีอวกาศ 796)
25,000 ล้าน 13,000 ล้าน
สกุลเงิน ไรชส์มาร์ค (Reichsmark) ดีนาร์ (Dinar)
  • แคว้นปกครองตนเองเฟซาน (อังกฤษ: Dominion of Fezzan) ก่อตั้งในปีอวกาศ 682 โดยพ่อค้าชื่อเลโอโพลด์ ลาพ (Leopold Laap) จากดาวเทร์ร่า (ดาวโลก) เขายอมรับพระราชอำนาจของไคเซอร์เหนือเฟซาน แลกกับการได้อำนาจปกครองตนเองและสิทธิประโยชน์ทางการค้ากับจักรวรรดิ อย่างไรก็ตาม เฟซานถือว่าเป็นรัฐบริวารที่มีอิสรภาพที่สุดในจักรวรรดิ มีอำนาจปกครองตนเองในทางพฤตินัยอย่างสมบูรณ์ เฟซานวางตัวเป็นกลางระหว่างจักรวรรดิและเสรีพันธมิตร และไม่มีกองทัพเป็นของตนเองเนื่องจากไม่มีประเทศศัตรู ตำแหน่งบริหารของเฟซานเรียกว่า "ลันเดสแฮร์" (Landesherr) หรือเจ้าแคว้น[9]

อนิเมะฉบับดั้งเดิม[แก้]

อนิเมะฉบับดั้งเดิมมีจำนวนตอนภาคหลักถึง 110 ตอนและภาคเสริมอีก 52 ตอน

My Conquest is the Sea of Stars (1988)[แก้]

Legend of the Galactic Heroes: My Conquest is the Sea of Stars (銀河英雄伝説 わが征くは星の大海) เป็นอนิเมะฉบับแรกสุดของวรรณกรรมนี้ ฉายครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 1988 เนื้อเรื่องกล่าวถึงยุทธการที่เล็กนีซาในปีอวกาศ 795 ซึ่งเป็นการประมือครั้งแรกระหว่างพลเอกไรน์ฮาร์ด ฟอน มือเซิล (ก่อนได้ราชทินนามโลเอินกรัมม์) กับพลจัตวาหยางเหวินหลี่

Legend of the Galactic Heroes (1988–1997)[แก้]

Legend of the Galactic Heroes (銀河英雄伝説) เป็นอนิเมะฉบับที่สองของวรรณกรรมนี้และถือเป็นภาคหลัก วางจำหน่ายเป็นเทปวีดีโอดูที่บ้านระหว่างธันวาคม 1988 ถึงมีนาคม 1997 ภาคหลักนี้มีความยาวทั้งหมด 110 ตอน คิดเป็นระยะเวลารวมกว่า 2,800 นาที ถือเป็น OVA ที่มีความยาวมากที่สุดในอุตสาหกรรมอนิเมะของญี่ปุ่นจวบจนถึงปัจจุบัน ต่อมาถูกทำเป็นฉบับวีซีดี, ดีวีดี และบลูเรย์

Golden Wings (1992)[แก้]

Legend of the Galactic Heroes: Golden Wings (銀河英雄伝説外伝 黄金の翼) เป็นอนิเมะฉบับที่สามของวรรณกรรมนี้วางจำหน่ายเป็นม้วนวีดีโอดูที่บ้านในเดือนตุลาคม 1992 และเข้าโรงภาพยนตร์ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน เนื้อเรื่องกล่าวถึงอดีตของไรน์ฮาร์ดตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก จนถึงช่วงที่เขาและเคียร์ชไอส์เข้ารับราชการทหารใหม่ๆ

Overture to a New War (1993)[แก้]

Legend of the Galactic Heroes: Overture to a New War (銀河英雄伝説外伝 新たなる戦いの序曲) เป็นอนิเมะฉบับที่สี่ของวรรณกรรมนี้ วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อ 18 ธันวาคม 1993 เนื้อเรื่องกล่าวถึงช่วงเวลาสามเดือนก่อนถึงยุทธการอัสทาร์ท ซึ่งไรน์ฮาร์ดพึ่งได้รับยศเป็นพลเอกอาวุโส และเป็นช่วงที่ฌ็อง รอแบร์ แลปป์ บอกหยางว่าเขากำลังจะขอเจสสิก้าหมั้น

Gaiden (1998–2000)[แก้]

Legend of the Galactic Heroes Gaiden (銀河英雄伝説 外伝) ภาคปรินิพนธ์ เป็นอนิเมะฉบับที่ห้าของวรรณกรรมนี้ แบ่งออกเป็นซีรีส์สองชุด ชุดแรกมี 24 ตอน และชุดที่สองมี 28 ตอน เป็นภาคที่รวมเอาเนื้อเรื่องสั้นส่วนปลีกย่อยในหลายช่วงเวลาเอาไว้ อาทิ ช่วงที่ไรน์ฮาร์ดและเคียร์ชไอส์ไต่ยศในกองทัพจักรวรรดิ, ยุทธการติอามัตครั้งที่สาม, อดีตของกองพันโรเซินริทเทอร์, วีรกรรมของหยางในยุทธการเอลฟาซีล เป็นต้น

อนิเมะฉบับ นวนิพนธ์[แก้]

Legend of the Galactic Heroes: Die Neue These (銀河英雄伝説 DIE NEUE THESE) ภาคนวนิพนธ์ เริ่มทำการผลิตโดย Production I.G ในปีค.ศ. 2017 กำกับโดยชุนซูเกะ ทาดะ และตรวจทานบทโดยโนโบรุ ทากางิ ซีซั่นแรก (LOGH: Die Neue These Kaikō) เริ่มออกอากาศเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2018 มีจำนวน 12 ตอน ส่วนซีซั่นสอง (LOGH: Die Neue These Seiran) ถูกทำเป็นภาพยนตร์โรงจำนวนสามพาร์ท พาร์ทละสี่ตอน ฉายระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2019 และมีประกาศจะสร้างต่ออีก 24 ตอน[10]

รายชื่อตอน[แก้]

รายชื่อตอนของ Legend of the Galactic Heroes: Die Neue These

ตอนที่ ชื่อตอน ปีอวกาศ
ไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมัน
01 ในราตรีอันเป็นนิรันดร์ 永遠の夜の中で In the Eternal Night In ewiger Nacht UC796
02 ยุทธการอัสทาร์ท アスターテ会戦 The Battle of Astarte Die Schlacht von Astarte UC796
03 พรสวรรค์แห่งชัยชนะ 常勝の天才 An Indomitable Prodigy Das unbezwingbare Genie UC796
04 พ่อมดไร้พ่าย 不敗の魔術師 The Unbeatable Magician Der geborene Stratege UC796
05 กำเนิดกองเรือที่ 13 第十三艦隊誕生 Birth of the 13th Fleet Die Gründung der 13. Flotte UC796
06 บุกยึดอีเซอร์โลน [ปฐมบท] イゼルローン攻略[前編] The Capture of Iserlohn: Part 1 Die Einnahme Iserlohns – Teil 1 UC796
07 บุกยึดอีเซอร์โลน [ปัจฉิมบท] イゼルローン攻略[後編] The Capture of Iserlohn: Part 2 Die Einnahme Iserlohns – Teil 2 UC796
08 กบฎคัสทรอพ カストロプ動乱 The Castrop Rebellion Die Castrop – Rebellion UC796
09 ดาวของแต่ละคน それぞれの星 Each Person's Star Jeder findet seinen Stern UC796
10 สลับฉาก 幕間狂言 Interlude Ein kurzes Intermezzo UC796
11 เส้นชีวิต [ปฐมบท] 死線[前編] The Verge of Death: Part 1 Auf Messers Schneide - Teil 1 UC796
12 เส้นชีวิต [ปัจฉิมบท] 死線[後編] The Verge of Death: Part 2 Auf Messers Schneide - Teil 2 UC796
13 อมฤตสระ アムリッツァ Amritsar Die Niederlage UC796
14 ไคเซอร์สวรรคต 皇帝崩御 Demise of the Emperor Der Tod des Kaisers UC796
15 ก่อนพายุโหม 嵐の前 Before the Storm Vor dem Sturm UC797
16 จุดชวาล 発火点 Ignition Point Der Ausbruch des Feuers UC797
17 กองเรือหยางเคลื่อนพล ヤン艦隊出動 The Yang Fleet Mobilises Die Yang-Flotte rückt aus UC797
18 อวกาศเปื้อนเลือด 流血の宇宙 Bloodshed in Space Der Himmel voller Blut UC797
19 ยุทธการโดเรีย ドーリア星域の会戦 The Battle of Doria Starzone Die Schlacht von Doria UC797
20 โศกนาฏกรรม 惨劇 Tragedy Die Tragödie beginnt UC797
21 ชัยชนะเพื่อใคร? 誰がための勝利 Victory for Whose Sake? Ein Sieg um jeden Preis UC797
22 ต้นไม้ทองล่มลง 黄金樹は倒れた The Fall of Goldenbaum Der Fall der Goldenbaums UC797
23 ลาก่อนวันวาน さらば、遠き日 Farewell to the Days of Old Ein Wiedersehen in der Ferne UC797
24 สหายรักของฉัน わが友 My Dear Friend Mein Freund UC797

บลูเรย์/ดีวีดี[แก้]

การวางจำหน่ายบลูเรย์/ดีวีดี ของ Legend of the Galactic Heroes: Die Neue These ในประเทศญี่ปุ่น

แผ่น วันวางจำหน่าย[11] ตอนที่ รหัสผลิตภัณฑ์
BD DVD
1 4 กรกฎาคม 2018 1 ถึง 4 SHBR‐0496 DASH-0001
2 8 สิงหาคม 2018 5 ถึง 8 SHBR‐0497 DASH-0002
3 5 กันยายน 2018 9 ถึง 12 SHBR‐0498 DASH-0003
4 27 กันยายน 2019 13 ถึง 16 SHBR‐0592 DASH-0042
5 25 ตุลาคม 2019 17 ถึง 20 SHBR‐0590 DASH-0043
6 8 มกราคม 2020 21 ถึง 24 SHBR‐0594 DASH-0044

อ้างอิง[แก้]

  1. 25 อันดับ LIGHT NOVEL ขายดีที่สุดตลอดกาล 13 สิงหาคม 2018
  2. Best space opera anime anime-planet.com
  3. Top 10 Space Opera Anime [Best Recommendations] honeysanime.com
  4. Six of the Best 1980s Anime Space Operas Anime News Network
  5. Myanimelist.net Top 13 Best Military/War Anime of All Time 7 September 2016
  6. Adam Beach. Anime's 10 Best War Stories 15 June 2021.
  7. Barder, Ollie. "'Legend of the Galactic Heroes, Vol. 1: Dawn' Book Review: Overture To A New War". Forbes (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-07-10.
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 8.4 ประวัติศาสตร์พัฒนาการทางอวกาศ LOGH.fandom.com/th
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 ตำนานวีรบุรุษกาแล็กซี เล่ม 1. โยชิกิ ทานากะ
  10. Legend of the Galactic Heroes: Die Neue These to Receive Sequel Project! Sep. 16, 2020
  11. "ブルーレイ&DVD". アニメ「銀河英雄伝説 Die Neue These」公式サイト. สืบค้นเมื่อ 2018-04-05.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]