ด้วงกว่าง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ด้วงกว่าง
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: Eocene–Recent
Dynastinae.jpg
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ e
อาณาจักร: สัตว์
ไฟลัม: สัตว์ขาปล้อง
ชั้น: แมลง
อันดับ: อันดับด้วง
วงศ์: Scarabaeidae
วงศ์ย่อย: ด้วงกว่าง
MacLeay, 1819
เผ่า

ดูในเนื้อหา[1]

ด้วงกว่าง กว่าง แมงกว่าง แมงกวาง[2] หรือ แมงคาม เป็นแมลงในวงศ์ย่อย Dynastinae จัดอยู่ในวงศ์ใหญ่ Scarabaeidae ในอันดับแมลงปีกแข็ง (Coleoptera) ปัจจุบันมีด้วงกว่างที่เป็นที่รู้จักมากกว่า 1500 ชนิดใน 225 สกุล[3]

ลักษณะ[แก้]

ด้วงกว่างมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากแมลงปีกแข็งจำพวกอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด คือ ตัวผู้มีขนาดที่ใหญ่ แลดูบึกบึน มีปีกที่พัฒนาเป็นเปลือกแข็ง 1 คู่หุ้มลำตัวด้านบนที่นูนอยู่เหมือนสวมชุดเกราะ มีสีดำคล้ำหรือน้ำตาลเข้มที่เงางาม ขณะที่บางชนิดอาจมีสีอ่อนกว่าหรือแม้กระทั่งสีทองก็มี มีจุดเด่นที่เห็นได้ชัด คือ มีอวัยวะบริเวณส่วนหัวที่งอกยาวออกมาคล้ายเขาจำนวนอย่างน้อย 1 คู่ อยู่ด้านบนและด้านล่างของส่วนหัว ซึ่งจะมีจำนวนและลักษณะสั้น-ยาวแตกต่างกันออกไปตามสกุลและชนิด ซึ่งพบมากที่สุดได้ถึง 5 เขา ขณะที่ตัวเมียจะมีขนาดเล็กกว่าและไม่มีเขา หรือมีแต่สั้นกว่ามาก มีผิวลำตัวที่ขรุขระหยาบและมีขีดร่องหรือเรียบกว่า จุดแทง ที่ส่วนปีกแข็งมาก ตามลำตัวในบางชนิดมีขนอ่อนคล้ายกำมะหยี่สีเหลืองหรือสีน้ำตาลปกคลุมอยู่บริเวณใต้ท้องทั้งตัวผู้และตัวเมีย ขาคู่หน้ามีช่องที่อยู่ในแนวขวางสามารถบิดขยับได้ มีหนวดเป็นรูปใบไม้[4]

ด้วงกว่างจะใช้เขานี้ในการต่อสู้ป้องกันตัวและต่อสู้กันเพื่อแย่งตัวเมียในการผสมพันธุ์ ซึ่งอาจจะต่อสู้กันข้ามสายพันธุ์หรือแม้แต่ต่างวงศ์กันได้ เช่น วงศ์ด้วงคีม (Lucanidae) ที่มีพฤติกรรมคล้ายกัน โดยจะใช้เขาอันนี้ขวิดและหนีบหรือแม้กระทั่งยกคู่ต่อสู้ให้ลอยพ้นพื้นได้ ซึ่งการต่อสู้ของด้วงกว่างนั้นไม่ดุเดือดจนถึงขั้นบาดเจ็บหรือล้มตายกันไปข้างเหมือนสัตว์ชนิดอื่น อย่าง ปลากัดหรือไก่ชน แต่อาจจะทำให้เขาหักกันได้

วงจรชีวิตด้วงกว่าง[แก้]

ด้วงกว่างทั้งหมดมีวงจรชีวิตที่คล้ายกัน คือ จะวางไข่และตัวอ่อน คือ ตัวหนอนและดักแด้ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธาตุอาหารทางระบบนิเวศ เช่น มีไม้ผุหรือมูลสัตว์ผสมอยู่ในนั้นเป็นจำนวนมากพอ ตัวหนอนของด้วงกว่างจะมีขนาดใหญ่และป้อมสั้นกว่าแมลงจำพวกอื่น มักมีลำตัวสีขาวหรือเหลืองอ่อนจะขดตัวเป็นรูปตัวซี (C) และจะมีความแตกต่างจากตัวหนอนของแมลงจำพวกอื่น คือ มีส่วนหัวขนาดใหญ่ที่มีสีเข้มกว่าลำตัวเรียกว่าหัวกะโหลก มีกรามหรือมีเขี้ยว และจะมีรูหายใจที่ข้างลำตัวโดยมีปล้องทั้งหมด 8 ปล้อง ปล้องละคู่ และจะมีขาจริงหลังส่วนหัวด้วยรวม 3 คู่ โดยปกติแล้วจะกินอาหารและอยู่เฉย ๆ ในดินเท่านั้นจะไม่เคลื่อนไหวเท่าใดนัก จึงมีลำตัวที่ใหญ่ ตัวหนอนจะกินธาตุอาหารต่าง ๆ ในดิน

ขณะเข้าสู่ระยะดักแด้ จนกว่าจะเป็นตัวเต็มวัยผุดขึ้นมาจากดิน กินระยะเวลานานราว 1 ปี ขณะที่บางชนิดอาจนานกว่านั้น คือ 2-3 ปี ขณะที่ช่วงระยะเวลาของการเป็นตัวเต็มวัยจะมีอายุเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น แต่บางชนิดอาจอยู่ได้นานถึง 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย ด้วงกว่างจึงจะอาศัยอยู่ในป่าหรือพื้นที่ที่มีระบบนิเวศที่อุดมเท่านั้น โดยปกติแล้วจะพบชุกชุมในช่วงฤดูฝน อันเป็นช่วงที่ตัวเต็มวัยจะผุดขึ้นมาดินและผสมพันธุ์ เมื่อตัวเต็มวัยปริตัวออกจากเปลือกที่เป็นดักแด้จะเริ่มปริจากส่วนหัวก่อน และจะรูดตัวออกจากทางส่วนปลายท้องคล้ายกับผีเสื้อ แต่การออกมาของด้วงกว่างนั้นมักวางอยู่พื้นดินเพื่อให้ขยับตัวหรือพลิกตัวคล่ำลงได้ง่ายเพื่อให้ส่วนปีกยืดกางได้เป็นอิสระ ขณะที่ออกมาระยะแรกตัวจะยังขาวซีด ซึ่งต้องใช้เวลาอีกนานเป็นวันเพื่อพัฒนาสีและความแข็งของเปลือกลำตัวให้สมบูรณ์ ขณะที่บางชนิดอาจจะอยู่ในเปลือกดักแด้อีกระยะหนึ่ง จึงค่อยผุดขึ้นมา[5][pai]

พฤติกรรมหากินของด้วงกว่างและความผูกพันกับมนุษย์[แก้]

หากินในเวลากลางคืน โดยจะกินยางไม้จากเปลือกไม้ของต้นไม้ใหญ่ในป่า รวมถึงผลไม้หรือพืชบางชนิดเป็นอาหารด้วย จึงจัดเป็นแมลงศัตรูพืชอย่างหนึ่ง และเหมือนกับแมลงอย่างอื่น คือ เมื่อพบแสงไฟก็จะบินเข้าหา

ด้วงกว่างมีความผูกพันกับมนุษย์มาอย่างยาวนาน โดยใช้ทำเป็นเครื่องประดับหรือรับประทานเป็นอาหาร อีกทั้งยังเป็นที่นิยมในการเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงด้วยในหลายพื้นที่ เพราะเหตุที่สามารถต่อสู้กันได้ จนเกิดเป็นเทศกาลหรือประเพณีท้องถิ่น เช่น ที่ประเทศญี่ปุ่นและภาคใต้ของไทย

ตัวหนอนของด้วงกว่างญี่ปุ่น (Allomyrina dichotoma)

เผ่าพร้อมตัวอย่างสกุลและชนิด[แก้]

Agaocephalini[แก้]

Auth: Burmeister, 1847. ตัวอย่างสกุล:

Cyclocephalini[แก้]

Auth: Laporte, 1840. ตัวอย่างสกุล:

Dynastini[แก้]

Auth: MacLeay, 1819. ตัวอย่างสกุล:

Hexodontini[แก้]

ตัวอย่างสกุล:

Oryctini[แก้]

Auth: Mulsant, 1842. ตัวอย่างสกุล:

Oryctoderini[แก้]

ตัวอย่างสกุล:

Pentodontini[แก้]

Auth: Mulsant, 1842. ตัวอย่างสกุล:

Phileurini[แก้]

Auth: Burmeister, 1847; ตัวอย่างสกุล:

หมายเหตุ[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Bouchard, P., Y. Bousquet, A. Davies, M. Alonso-Zarazaga, J. Lawrence, C. Lyal, A. Newton, et al. (2011). "Family-group names in Coleoptera (Insecta)". ZooKeys, vol. 88, 1-972.
  2. [https://web.archive.org/web/20110926151725/http://rirs3.royin.go.th/new-search/word-1-search.asp Archived 2011-09-26 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน กว่าง ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542]
  3. Beutel, Rolf G.; Leschen, Richard A.B., บ.ก. (2016-03-21). Coleoptera, Beetles, Volume 1, Morphology and Systematics (Archostemata, Adephaga, Myxophaga, Polyphaga partim). De Gruyter. doi:10.1515/9783110373929. ISBN 978-3-11-037392-9.
  4. พิสุทธิ์ เอกอำนวย, คู่มือคนรักแมลง 2 การเลี้ยงด้วง (มีนาคม พ.ศ. 2552) หน้า 152 ISBN 978-974-660-832-9
  5. พิสุทธิ์ เอกอำนวย, คู่มือคนรักแมลง 1 ด้วงปีกแข็ง แมลงลึกลับ กับเทคนิคการเพาะเลี้ยง (สิงหาคม พ.ศ. 2551) หน้า 28-29 ISBN 978-974-8132-25-9
  6. สัตว์ ที่ แข็งแรงที่สุดในโลก (Strongest animal)
  7. "กว่างนักสู้ภาคสอง". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2011-10-16. สืบค้นเมื่อ 2011-09-29.
  8. Chalcosoma caucasus (Fabricius 1801)[ลิงก์เสีย]
  9. "ด้วงกว่างญี่ปุ่นหรือมูชิคิง". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2010-04-28. สืบค้นเมื่อ 2011-09-29.

อ่านเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]