จำลอง สารพัดนึก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดร.จำลอง สารพัดนึก

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.จำลอง สารพัดนึก เกิดเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2475 ในครอบครัวชาวนาเชื้อสายมอญ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เป็นบุตรของนายทวน และนางลิ้นจี่ สารพัดนึก เป็นนักวิชาการด้านภาษาตะวันออกและภาษาโบราณ ได้แก่ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาฮินดี ภาษามอญ และศาสนาพุทธ เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันเกษียณอายุราชการและได้เป็นอาจารย์พิเศษรับเชิญของหลายสถาบัน มีผลงานปรากฏเป็นหนังสือและตำราเรียนกว่าร้อยเล่ม

ประวัติ[แก้]

ดร.จำลอง สารพัดนึก เป็นชาว ต.บ้านกลาง อ.เมือง จังหวัดปทุมธานี เกิดเมื่อพ.ศ. 2475 ในครอบครัวซึ่งประกอบอาชีพทำนา และมีฐานะยากจนมากครอบครัวหนึ่งในละแวกนั้น ภายหลังเนื่องจากการทำนาได้รายได้น้อยไม่พอจุนเจือครอบครัว บิดาของท่านจึงเปลี่ยนมาขายข้าวสาร โดยซื้อข้าวใส่เรือแจวล่องมาขายที่กรุงเทพมหานคร ในย่านคลองผดุงกรุงเกษม แต่เมื่อบวกกับภาระหนี้สินแล้วฐานะของครอบครัวก็ไม่ได้ดีขึ้นแต่อย่างใด

ในวัยเด็ก ดร.จำลองได้เริ่มการศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนประชาบาลวัดมะขาม ใกล้กับบ้าน และบิดาก็ได้นำมาฝากเป็นศิษย์วัดไว้กับพระอธิการพลาย ถาวโร เจ้าอาวาสในขณะนั้นซึ่งมีศักดิ์เป็นตาของดร.จำลองด้วย ดังนั้นนอกจากภาระการศึกษาเล่าเรียนแล้ว จึงต้องคอยปรนนิบัติหลวงตาตามกำลังของตน กระนั้นเมื่อเสร็จจากภาระที่โรงเรียนและวัดแล้วก็ยังต้องรีบกลับบ้านเพื่อช่วยเหลือภาระงานทางบ้านอีก ทำให้ชีวิตในวัยเด็กต้องประสบกับความยากลำบาก และไม่ได้เล่นสนุกสนานเช่นเด็กอื่น ๆ

หลังจากจบชั้น ป.4 จึงได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อ พ.ศ. 2487 โดยมีกำหนดการแรกเริ่มจะบวชเพียง 15 วันเท่านั้น แต่ด้วยจิตที่ใฝ่ในทางพระศาสนามาแต่เล็กทำให้มีศรัทธาจะอยู่ในเพศบรรพชิตต่อมา และได้ศึกษาเล่าเรียนนักธรรมด้วยความพากเพียรมาก ถึงจะสอบตกก็หาได้ทำให้ความมุ่งมั่นของสามเณรจำลองลดถอยลงไม่ ในภาวะหลังสงครามโลกขณะนั้นที่วัดมะขามไม่มีไฟฟ้าใช้ ทั้งยังขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจุดตะเกียง ในยามกลางคืนที่อัตคัดบางครั้งพระเณรถึงกับต้องใช้ธูปจุดไฟรวมเป็นกำแล้วเป่าไฟส่องหนังสืออ่านแล้วท่องจำเป็นตอน ๆ ไป ในช่วงที่บวชเป็นสามเณรที่วัดมะขามนั้นท่านได้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษโดยขอร้องให้ผู้รู้ช่วยสอนให้ แม้จะเริ่มได้อย่างกระท่อนกระแท่นแต่ก็ได้พยายามฝึกฝนต่อมาอย่างสม่ำเสมอ

พ.ศ. 2491 พระอธิการพลาย ถาวโร ได้นำสามเณรจำลองมาฝากให้ศึกษาต่อที่วัดอนงคารามวรวิหาร ในสมัยที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม พุทฺธสโร) เป็นเจ้าอาวาส ได้ศึกษานักธรรมชั้นเอกและภาษาบาลีในสำนักเรียนวัดอนงคาราม รวมทั้งได้ซื้อตำราภาษาอังกฤษมาศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเอง ขณะเป็นสามเณรเปรียญสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค ได้สอบเข้าศึกษาต่อที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร โดยเป็นนิสิตรุ่นแรก ๆ ของมหาวิทยาลัยนั้นจนอายุครบบวชเมื่อ พ.ศ. 2496 ได้อุปสมบทที่วัดมะขาม จ.ปทุมธานี โดยมีพระครูบวรธรรมกิจ (เทียน ปุปฺผธมฺโม) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "ภูริปญฺโญ" กระทั่ง พ.ศ. 2498 สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ช่วงที่ศึกษาในมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ศึกษาวิชาความรู้หลายอย่าง แต่มีวิชาหนึ่งที่ชอบและสนใจเป็นพิเศษคือวิชาภาษาสันสกฤต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากอาจารย์ผู้ทรงความรู้ได้มีวิธีการสอนที่ดีและให้กำลังใจเป็นอันมาก คือ ท่านอาจารย์กรุณา กุศลาสัย และท่านศาสตราจารย์แสง มนวิทูร รวมถึงได้ศึกษากับอาจารย์ชาวอินเดียคือพราหมณ์สัตยนารายณ์ ตริปาฐิ ส่วนในด้านภาษาบาลีนั้นก็ได้รับคำชมเชยจากอาจารย์ผู้สอนเป็นอย่างดีเช่นกัน

หลังจากจบการศึกษาปริญญาตรีพุทธศาสตรบัณฑิตแล้ว พ.ศ. 2507 ได้รับทุนมูลนิธิเอเชีย (The Asia Foundation) ไปศึกษาต่อด้านภาษาสันสกฤตระดับปริญญาโท ที่ Banaras Hindu University เมืองพาราณสี ประเทศอินเดียได้รับปริญญา M.A. (Sanskrit) เมื่อจบการศึกษาในปี 2509 ได้กลับเข้ามาทำงานในมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ปรับปรุงหลักสูตรและตำราเรียนภาษาสันสกฤตหลายเล่ม จนปี พ.ศ. 2511 ได้ดำรงตำแหน่งรักษาการคณบดีคณะครุศาสตร์ และได้รับนิมนต์ไปช่วยสอนภาษาสันสกฤต ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

การทำงาน[แก้]

พ.ศ. 2512 ได้ลาสิกขา หลังจากนั้นศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ได้รับไว้เป็นอาจารย์พิเศษด้านภาษาสันสกฤต ที่คณะโบราณคดีต่อมา จนได้บรรจุเข้ารับราชการ และศึกษาต่อระดับปริญญาเอกด้านภาษาสันสกฤตที่ มหาวิทยาลัยสัมปูรณานันท สันสกฤต เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง ฤคเวทียปฺรถมมณฺฑลสฺย สมาโลจนาตฺมกมฺ อธฺยยนมฺ (พ.ศ. 2523-2525) จากนั้นได้กลับมารับราชการต่อที่คณะโบราณคดี จนกระทั่งได้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2527 และลาออกจากตำแหน่งคณบดี เมื่อ พ.ศ. 2529 ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้สอนเพียงอย่างเดียวนับแต่นั้น

ดร.จำลอง สารพัดนึกเป็นผู้มีชื่อเสียงด้านภาษาสันสกฤต มีความชำนาญภาษาสันสกฤตสมัยพระเวท วรรณคดีสันสกฤต ภาษาบาลี ภาษาฮินดี และภาษามอญ เคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปสัมมนาด้านภาษาสันสกฤตพร้อมกับศาสตราจารย์ หม่อมหลวงจิรายุ นพวงศ์ ที่ประเทศอินเดีย และได้ร่วมเป็นผู้พิจารณาร่างหลักสูตรปริญญาโทอักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาภาษาบาลีและสันสกฤต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญและอาจารย์พิเศษด้านภาษาสันสกฤตให้กับหลายสถาบัน นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการจัดทำพจนานุกรมพระไตรปิฎกของราชบัณฑิตยสถาน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโครงการจัดทำพจนานุกรมพุทธศาสนาจีน-สันสกฤต-อังกฤษ-ไทย ฉบับเฉลิมพระเกียรติ ของคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย ดร.จำลอง สารพัดนึกได้รับรางวัลเข็มเกียรติคุณ "พระเกี้ยวทอง" จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อพ.ศ. 2531

วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ศาสตราจารย์พิเศษ สาขาภาษาสันสกฤต ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2546[1]

ด้านชีวิตครอบครัวได้สมรสกับ อ.สุรีย์ สารพัดนึก มีธิดาหนึ่งคนคือ ดร.จิตตาภา สารพัดนึก ไชยปัญญา ปัจจุบันเป็นอาจารย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

ผลงาน[แก้]

ดร.จำลอง สารพัดนึก เป็นนักวิชาการที่มีความพากเพียรมาก มีผลงานวิชาการทั้งที่เป็นตำรา งานแปล และงานวิจัยมากกว่า 100 เรื่อง นับว่าเป็นนักวิชาการด้านภาษาบาลีสันสกฤตที่มีผลงานปรากฏในวงวิชาการมากที่สุดผู้หนึ่งของไทย ปัจจุบันโครงการสำคัญที่กำลังทำอยู่คือพจนานุกรมสันสกฤต-ไทยซึ่งยังต้องใช้ระยะเวลาอีกพอสมควร

ผลงานที่สำคัญ ได้แก่

  • แบบเรียนภาษาบาลี
  • แบบเรียนภาษาสันสกฤต
  • ตำราภาษาอังกฤษ
  • แบบเรียนภาษามอญ
  • พจนานุกรมบาลี-ไทย
  • ตำราวรรณคดีสันสกฤต
  • สัทธรรมปุณฑรีกสูตร (แปล)
  • ปรัชญาปารมิตาหฤทยสูตรและสุขาวดีสูตร (แปล)
  • ศิลาจารึกอโศก (แปล)
  • ตำราภาษาฮินดี
  • สุภาษิตสันสกฤต
  • ประวัติวรรณคดีสันสกฤต
  • อิทธิพลของสันสกฤตอันมีต่อภาษาไทย (งานวิจัย)
  • อิทธิพลของคำบาลีอันมีต่อภาษาไทย (งานวิจัย)

อ้างอิง[แก้]

  1. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งศาสตราจารย์พิเศษ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 121 (ตอนที่ 52 ง): หน้า 1. 29 มิถุนายน 2547. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2560.
  • ดร.จำลอง สารพัดนึก. ชีวิตที่ไม่คาดฝัน อัตชีวประวัติของลูกชาวนายากจนคนหนึ่ง. กรุงเทพฯ : มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2535.