พระครูบวรธรรมกิจ (เทียน ปุปฺผธมฺโม)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระครูบวรธรรมกิจ
(เทียน ปุบผธัมโม)
หลวงปู่เทียน ปุบผธัมโม
ภาพพระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) วัดโบสถ์ จ.ปทุมธานี
เกิด 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2419
มรณภาพ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2509
อายุ 90
อุปสมบท พ.ศ. 2439 (อายุ 21 ปี)
พรรษา 70
วัด วัดโบสถ์
ท้องที่ ปทุมธานี
ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ และอดีตเจ้าคณะตำบลบ้านกลาง

พระครูบวรธรรมกิจ (เทียน ปุปฺผธมฺโม) หรือ หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ เป็นพระเถราจารย์เชื้อสายรามัญผู้มีชื่อเสียงแห่งจังหวัดปทุมธานี

ประวัติ[แก้]

หลวงปู่เทียน ปุปฺผธมฺโม เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2419 (ตรงกับแรม 1 ค่ำ เดือน 12 ปีชวด) ต้นรัชกาลที่ 5 เกิดที่บ้านปากคลอง ตำบลกระแชงมอญ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เป็นบุตรของ นายน้อย - นางเล็ก ดุลยกนิษฐ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 8 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 3 เมื่ออายุ 11 ปีได้เริ่มศึกษาอักขระสมัยเบื้องต้นกับพระอธิการ วัดชัยสิทธาวาท (พัฒนสายบำรุง) อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ศึกษาได้ไม่นานก็ย้ายมาอยู่วัดโบสถ์ จังหวัดปทุมธานี กับพระอาจารย์นวน เรียนหนังสือไทย และภาษามอญ จนอ่านออกเขียนได้ และมีความรู้แตกฉานในด้านการคิดเลขเป็นอย่างดี

ครั้นพออายุได้ 14 ปี ได้เข้ามาศึกษาในกรุงเทพฯ เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดมหาพฤฒาราม จนสอบไล่ได้จบหลักสูตร แล้วจึงเข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กได้ 1 ปี จากนั้นลาออก ไปรับราชการเป็นเสมียนอยู่กับอธิบดีศาลอุทธรณ์ 1 ปี จนอายุ 21 ปี ท่านจึงลาออกจากราชการ และเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดปทุมธานี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2439 (ตรงกับขึ้น 2 ค่ำ เดือน 4) โดยมีท่านเจ้าคุณพระรามัญมหาเถระ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในขณะนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์ ให้ได้รับฉายาว่า "ปุบฺผธมฺโม" เมื่อทำการอุปสมบทแล้ว ได้ไปอยู่กับพระอุปัชฌาย์ที่วัดโบสถ์ จังหวัดปทุมธานี ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนภาษาบาลี และภาษามอญ ซึ่งท่านมีพื้นฐานอยู่บ้างแล้ว เรียนควบคู่กันไป หลวงปู่เทียนท่านได้ศึกษาอยู่กับพระอุปัชฌาย์ตลอดมา

หลวงปู่เทียนอยู่ที่วัดโบสถ์นี้มาจนได้ 6 พรรษา พระอุปชาฌาย์ของท่านคือท่านเจ้าพระรามัญมหาเถระก็ป่วยหนักด้วยโรคชรา และได้มรณะภาพลงด้วยโรคชรา รวมอายุท่านได้ถึง 92 ปี และในปีนั้นเอง หลวงปู่เทียนก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอธิการวัดโบสถ์ปทุมธานีทันที เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2445 (ในราวตอนปลายๆ สมัยรัชกาลที่ 5)

ในครั้งสงครามอินโดจีนท่านได้สร้างเครื่องรางของขลังแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน ทั้ง เสื้อยันต์ ประเจียด ตะกรุด จนมีอภินิหารเลื่องลือ มีผู้นับถือมาก และได้สร้างพระเครื่องเนื้อผงไว้หลายพิมพ์ด้วยกัน ใน พ.ศ. 2509 ท่านยังได้มีโอกาสเข้าเฝ้าถวายพระสมเด็จเนื้อผงแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ปัจจุบันพระเครื่องของหลวงปู่เทียนเป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมพระเครื่อง

จนมาถึงวันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 เวลา 02.00น. หลวงปู่เทียนก็ได้มรณภาพลงด้วยอาการอันสงบ รวมอายุท่านได้ถึง 89 ปี 8 เดือน 14 วัน และท่านได้อยู่ในสมณะเพศถึง 70 พรรษา

วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม[แก้]

  • เหรียญรุ่นแรก ปี 2490 ออกที่วัดบ่อเงิน เป็นเหรียญสี่เหลี่ยม เนื้อทองแดง
  • เหรียญรุ่นสอง ปี 2491 ออกวัดโบสถ์ ในวาระอายุครบ 6 รอบ เป็นเหรียญคล้ายรูปหยดน้ำ มี 2 เนื้อ คือ อะลูมิเนียม และเงิน
  • เหรียญรุ่นสาม ปี 2506 ลักษณะคล้ายเหรียญรุ่นแรก

เหรียญรุ่นสุดท้าย ปี2509 เหรียญรุ่นนี้ สร้างขึ้นเพื่อฉลอง อายุ 91 ปี สร้างก่อนหลวงพ่อมรณภาพ โดยกองกษาปณ์เป็นผู้แกะบล็อกเอง มีเนื้อทองแดง เงิน และทองคำ สำหรับทองคำนั้น สร้างเพียง 99 เหรียญ ตอกหมายเลขทุกเหรียญ เหรียญรุ่นสุดท้าย ปี 2509 ที่กองกษาปณ์แกะแม่พิมพ์ถวายนี้ ทุกเนื้อที่ปั๊มออกมา จะมีเส้นรัศมีวงกลมล้อมรอบหลายชั้น ตรงใต้คาง หรืออยู่บริเวณจีวรของท่าน สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากการปั๊มหลาย ๆ เหรียญแล้ว "บล็อกแตก" อีกอย่างหนึ่งก็คือ บล็อกที่กองกษาปณ์จัดทำนั้น ทำด้วยเหล็กกล้า ไม่มีวันที่จะแตกชำรุดง่าย ๆ ดังนั้น วงการพระเรียกพระรุ่นนี้ว่า “เหรียญบล็อกวงเดือน” มีผู้นำไปใช้แล้วได้ผลในด้านเมตตา โชคลาภ แคล้วคลาด ป้องกันภัย เหมือนมีรัศมีกำแพงแก้ว หรือวงเดือนล้อมรอบ เคยมีผู้ถูกลอบทำร้าย เอาปืนมาจ่อยิงที่ศีรษะชนิดเผาขน ยิงถึง 3 นัด กระสุนไม่ออกสักนัดเดียว คนร้ายตกใจ รีบขึ้นจักรยานยนต์หนีไป

  • พระเนื้อผงรุ่นแรก ปี 2490 ออกวัดบ่อเงิน ส่วนรุ่นแรกของวัดโบสถ์ สร้างปี พ.ศ. 2506 ประกอบด้วย พิมพ์สมเด็จ 3 ชั้น หลังงันต์ พระนางพญา พระขุนแผน พระรอด พระทุ่งเศรษฐี และพระปิดตา นอกจาก 2 รุ่นนี้แล้ว ยังมีสร้างอีกในปี 2507 และ 2508 ซึ่งพระเนื้อผงของท่านโดยเฉพาะพิมพ์สมเด็จต่าง ๆ ด้านล่างจะมีการฝังตะกรุดปรากฏให้เห็นเป็นเอกลักษณ์ หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ ปทุมธานี โดย อ.เล็ก พลูโต. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สมณศักดิ์[แก้]

  • พ.ศ. 2457 ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะตำบล ตำบลบ้านกลาง จังหวัดปทุมธานี
  • พ.ศ. 2469 ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
  • พ.ศ. 2477 ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูกรรมการศึกษา
  • พ.ศ. 2481 ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์รับพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศเป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท นาม "พระครูบวรธรรมกิจ"
  • พ.ศ. 2502 ท่านได้รับพระราชทานพัดยศพิเศษ (จ.ป.ร.)
  • พ.ศ. 2506 ท่านได้รับพระราชทานให้เลื่อนชั้นเป็นพระครูชั้นเอก ในพระราชทินนามเดิมคือ "พระครูบวรธรรมกิจ"

อ้างอิง[แก้]