กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก กิ๊กดู๋)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กิ๊กดู๋
Kikduu Logo 2019.jpeg
ประเภทวาไรตี้เกมโชว์
พัฒนาโดยเจเอสแอลโกลบอลมีเดีย
ทริปเปิ้ลทู
เสนอโดยเกียรติ กิจเจริญ
สัญญา คุณากร
ประเทศแหล่งกำเนิดประเทศไทย
ภาษาต้นฉบับไทย
การผลิต
สถานที่ถ่ายทำเจเอสแอลโกลบอลมีเดีย
ความยาวตอน105 นาที (พ.ศ. 2553 - 2556, 2562 - ปัจจุบัน)
100 นาที (พ.ศ. 2556 - 2560)
60 นาที (พ.ศ. 2560 - 2561)
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่องช่อง 7 สี (พ.ศ. 2553 - 2561)
ไลน์ทีวี-เฟซบุ๊ก (พ.ศ. 2561)
พีพีทีวี (พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน)
การออกอากาศแรก24 ตุลาคม พ.ศ. 2553 – ปัจจุบัน
ลำดับเวลา
รายการที่เกี่ยวข้องกิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงาเสียง

กิ๊กดู๋ เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทวาไรตี้เกมโชว์ ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ในเริ่มแรกออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 15:45 - 17:30 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ผลิตโดย บริษัท เจเอสแอลโกลบอลมีเดีย จำกัด และ บริษัท ทริปเปิ้ล ทู จำกัด โดยมีรูปแบบรายการเป็นวาไรตี้เกมโชว์ที่มีความหลากหลาย โดยปัจจุบันใช้ชื่อว่า กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 20:15 - 22:00 น. ทางช่องพีพีทีวี


เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

กิ๊กดู๋ เกิดจากการรวมเวลารายการของสองบริษัทคือรายการ 07 โชว์ ของ เจเอสแอลโกลบอลมีเดีย ที่อยู่คู่กับสถานีมานานถึง 23 ปี (นับตั้งแต่รายการ วิก 07) ซึ่งอยู่ในช่วงเวลา 15:45 - 17:00 น. และรายการ แฟนคลับ ของ ทริปเปิ้ลทู ซึ่งอยู่ในช่วงเวลา 17:00 - 17:30 น. ทำให้ทั้งสองบริษัทตัดสินใจผลิตรายการใหม่และกลายเป็นผู้เช่าเวลารายการร่วมกัน ซึ่ง กิ๊กดู๋ นับเป็นรายการที่สองต่อจาก กลมกิ๊ก ที่ทั้งสองบริษัทผลิตรายการร่วมกัน [1]

ต่อมา เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการใหม่ โดยใช้ชื่อรายการว่า กิ๊กดู๋ สงครามเพลง เป็นการแข่งขันร้องเพลงระหว่างชุมชนต่อชุมชน เพื่อหาผู้ชนะประจำสัปดาห์ และผู้ชนะเลิศประจำฤดูกาล[2]หลังจากนั้นรายการก็หลุดผังไป 1 เดือน เพราะช่อง 7 สี เตรียมรายการอื่น ๆ ที่จะลงแทนในเวลาเดิมของรายการ ซึ่งเจเอสแอลนั้นมีสัญญาเช่ารายการในเย็นวันอาทิตย์ มานานเกือบ 26 ปี จึงทำให้รายการออกอากาศครั้งสุดท้าย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556

ต่อมา รายการก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อวันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 โดยใช้ชื่อใหม่ว่า กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน โดยย้ายมาออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 22:30 - 00:10 น. ทางช่อง 7 สี เช่นเดิม ซึ่งเป็นการแข่งขันร้องเพลงเช่นเดิมทุกประการ แต่เพิ่มเติมคือ แจกเงิน 1 ล้านบาท สำหรับผู้ชนะเลิศประจำฤดูกาล

ต่อมา รายการ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ได้แยกออกเป็น 2 รายการ คือช่วงประชันเงาเสียง โดยใช้ชื่อใหม่ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงาเสียง และช่วงประชันจังหวัด ใช้ชื่อ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน เช่นเดิม และได้ย้ายกลับมาออกอากาศในช่วงเวลากลางวันอีกครั้ง โดยออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 15:45 - 16:45 น. ซึ่งออกอากาศแทนช่วงเวลาของรายการ สับขาหลอก ของผู้ผลิตเดียวกัน ซึ่งออกอากาศครั้งแรกวันเสาร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2560 อนึ่ง สำหรับ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงาเสียง ได้ออกอากาศแทนเวลาเดิมของรายการ แต่ลดเวลาลงจากเดิม 100 นาที เป็น 85 นาที ซึ่งออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 22:30 - 23:55 น. ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ต่อมา รายการได้เปลี่ยนรูปแบบใหม่อีกครั้ง ในชื่อใหม่กิ๊กดู๋ ซุปตาร์เงินล้าน โดยยังคงเป็นการแข่งขันร้องเพลงระหว่างชุมชนต่อชุมชนเช่นเดิม แต่จะมีโอกาสได้ 1 ล้านบาทเป็นทุกสัปดาห์ จากการให้ซุปตาร์ดำน้ำหาเหรียญให้ชุมชนที่ชนะ ต่อมาเปลี่ยนเป็นซุปตาร์ประจำจังหวัดที่ชนะ โดยออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ต่อมา ทั้ง 2 รายการก็หลุดผังประจำเดือนธันวาคม พ.ศ. 2561 ของช่อง 7 เอชดี เนื่องจากกระแสข่าวที่ว่ารายการจะย้ายไปออกอากาศทางพีพีทีวี เนื่องจากผู้ผลิตแบกรับภาระค่าเช่าเวลาของสถานีไม่ไหว ซึ่งค่าเช่าเวลาเท่าเดิม แต่รายได้จากค่าโฆษณาลดลง เนื่องจากรายการออกอากาศดึกเกินไป ทำให้ขายโฆษณาได้ไม่มากเท่าเดิม ทำให้ผู้ผลิตรับข้อเสนอของ พีพีทีวี ที่จะจ้างผลิตรายการ ในขณะที่รายการนั้นยังมีสัญญาของ ช่อง 7 เอชดี อยู่ ส่งผลให้ช่องเดิมยกเลิกสัญญารายการอย่างกะทันหัน ทำให้มีเทปรายการของ กิ๊กดู๋ ซุปตาร์เงินล้าน จำนวน 4 เทป และ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงาเสียง อีก 2 เทป ที่ยังไม่ได้ออกอากาศ ส่งผลให้ต้องออกอากาศทางไลน์ทีวี และเฟซบุ๊กไลฟ์ ในวันและเวลาเดิมไปก่อน เนื่องจากมีนักแสดงบางท่านติดสัญญาช่อง 7 เอชดี อยู่ในเทปดังกล่าว ส่งผลให้รายการออกอากาศทางช่อง 7 เอชดี ครั้งสุดท้าย เมื่อวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

และปัจจุบันรายการได้ย้ายไปออกอากาศทางช่อง พีพีทีวี รวมถึงยุบรวมรายการ กิ๊กดู๋ ซุปตาร์เงินล้าน และ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงาเสียง เป็นรายการเดียวกันอีกครั้ง และกลับมาใช้ชื่อเดิม กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ในวันเดิมแต่เลื่อนเวลามาเร็วขึ้นเป็น 20:15 - 22:00 น. โดยออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันอังคาร ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 พร้อมกับเปลี่ยนผู้ผลิตหลักเป็น บริษัท บางกอกมีเดียแอนด์บรอดคาสติง จำกัด และให้ เจเอสแอลโกลบอลมีเดีย และ ทริปเปิ้ลทู ผู้ผลิตเดิม เป็นผู้รับจ้างผลิตรายการ เพื่อให้ทั้งสองบริษัทมีรายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณามากขึ้นและลดภาระค่าเช่าเวลา นับเป็นรายการแรกจาก ช่อง 7 เอชดี ที่ย้ายช่องมาออกอากาศทาง พีพีทีวี อย่างเป็นทางการ

ชื่อรายการ[แก้]

  • กิ๊กดู๋ (24 ตุลาคม พ.ศ. 2553 - 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554)
  • กิ๊กดู๋ สงครามเพลง (27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 - 27 มกราคม พ.ศ. 2556)
  • กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน (26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 - 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560 / 2 กันยายน พ.ศ. 2560 - 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 / 8 มกราคม พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน)
  • กิ๊กดู๋ ซุปตาร์เงินล้าน (17 กุมภาพันธ์ - 22 ธันวาคม พ.ศ. 2561)

ข้อมูลการออกอากาศ[แก้]

สถานีโทรทัศน์ที่ออกอากาศ ทุกวัน เวลา ช่วงระหว่าง
สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 อาทิตย์
15:45 - 17:30 น.
24 ตุลาคม พ.ศ. 2553 - 26 มกราคม พ.ศ. 2556
อังคาร
22:30 - 00:10 น.
26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 - 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
22:50 - 00:30 น.
27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558
22:30 - 00:10 น.
9 - 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558
22:40 - 00:20 น.
7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 - 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
22:25 - 00:05 น.
25 กรกฎาคม - 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560
เสาร์
15:45 - 16:45 น.
2 กันยายน พ.ศ. 2560 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
16:00 - 17:00 น.
3 มีนาคม - 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
พีพีทีวี
อังคาร
20:15 - 22:00 น.
8 มกราคม พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน
  • ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 - 2 มิถุนายน 2558 รายการจะออกอากาศไม่เท่ากันในแต่ละสัปดาห์ เนื่องจากในเวลา 18:00 น. มีรายการ เดินหน้าประเทศไทย ของ คสช. มาคั่น แต่ในผังรายการประจำเดือนของช่อง ยังคงระบุว่ารายการจะเริ่มในเวลา 22:30 น. เช่นเดิม

พิธีกรดำเนินรายการ[แก้]

พิธีกรประจำรายการ[แก้]

นักแสดงประจำรายการ[แก้]

กรรมการกิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน[แก้]

กรรมการประจำรายการ[แก้]

กรรมการรับเชิญ[แก้]

กรรมการกิ๊กดู๋ ซุปตาร์เงินล้าน[แก้]

กรรมการประจำรายการ[แก้]

กรรมการรับเชิญ[แก้]

รูปแบบรายการ[แก้]

กิ๊กดู๋ (24 ตุลาคม พ.ศ. 2553 - 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554)[แก้]

ทำทำไม[แก้]

ช่วงทดลองวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ว่าจะใช้ชีวิตประจำวันได้หรือไม่ โดยที่ผู้ชมทางบ้านได้เขียนจดหมายไปยังรายการ และให้รายการได้ทดลองวิทยาศาสตร์ที่ผู้ชมทางบ้านเขียนจดหมาย โดยการนำเสนอคล้ายคลึงกับรายการ จิกะไบต์

คนไทยก็ทำได้[แก้]

ช่วงที่คนไทยที่จะแสดงความสามารถ ความรอบรู้ต่างๆ ที่อยากจะออกรายการ อาทิเช่น จดจำหมายเลขไปรษณีย์ หรือ หมายเลขสายรถประจำทาง เป็นต้น

สนทนาหาเรื่อง[แก้]

ช่วงที่พิธีกรที่จะสนทนากับดารารับเชิญที่จะมาเชิญในแต่ละสัปดาห์นั้น ที่เคยมีประเด็นข่าวของวงการบันเทิงต่างๆ

ละคร จิกะดู๋[แก้]

ช่วงการแสดงละครตลก โดยนักแสดงจากทริปเปิ้ลทู ได้แก่ ติ๊ก กลิ่นสี, จาตุรงค์ มกจ๊ก, นุ้ย เชิญยิ้ม และนักแสดงจากเจเอสแอล ได้แก่ วรรธนะ กัมทรทิพย์, เชษฐวุฒิ วัชรคุณ และ เชาวลิต ศรีมั่นคงธรรม (เชาเชา)

รอบสุดท้าย (กิ๊กดวงจู๋ ดู๋ดวงดี)[แก้]

รอบสุดท้าย (Jackpot) ของรายการกิ๊กดู๋ มีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 16 แผ่นป้าย แบ่งเป็นแผ่นป้ายกิ๊ก 8 แผ่นป้าย เป็นแผ่นป้ายเปล่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด และแผ่นป้ายดู๋ 8 แผ่นป้าย มีเงินรางวัล 5,000 บาท ทั้งนี้ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้ง 5 คนสามารถเปิดแผ่นป้ายดู๋ได้ครบ 5 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 25,000 บาท โดยเงินรางวัลที่ได้จะมอบให้กับหน่วยงานสาธารณประโยชน์ต่างๆ

ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นแผ่นป้ายกิ๊ก 8 แผ่นป้าย ดู๋ 7 แผ่นป้าย และดู๋คูณสอง 1 แผ่นป้าย ให้ผู้เข้าแข่งขัน 5 คน จะต้องเปิดป้ายคนละ 1 แผ่นป้าย ทั้งหมด 5 แผ่นป้าย ถ้าเปิดแผ่นป้าย "ดู๋" จะได้รางวัลป้ายละ 10,000 บาท ถ้าเปิดแผ่นป้าย "กิ๊ก" จะได้รับรางวัลป้ายละ 1,000 บาท ถ้าเปิดได้ป้ายดู๋คูณสอง เงินรางวัลของป้ายนั้น และป้ายต่อๆ ไปเงินรางวัลจะถูกคูณสอง และนำมารวมกับเงินรางวัลกับป้ายที่เปิดออกมาก่อนป้ายดู๋คูณสอง โดยเงินรางวัล สูงสุดคือ 100,000 บาท และเงินรางวัลที่ได้จะมอบให้แก่หน่วยงานสาธารณประโยชน์ต่างๆ

กิ๊กดู๋ สงครามเพลง : รูปแบบที่ 1 (27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 - 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555)[แก้]

รูปแบบแรกจะมี 32 ทีมจาก 32 ชุมชน 32 อำเภอ ทีมละ 3 คน แบ่งเป็น 16 สาย สายละ 2 ทีมมาแข่งขันกันเพื่อหา 1 ชุมชนเพื่อต่อยอดและพัฒนาต่อไป

รูปแบบแรกนั้นใช้ไป 3 ฤดูกาล

เงินรางวัลสำผู้ชนะ (บาท)
รอบ ผู้ชนะ รองชนะ
16 สาย/8 สาย/4 สาย 20,000 10,000
รองชนะเลิศ 50,000 10,000
ชิงชนะเลิศ 500,000 50,000
ขวัญใจสังเวียน (นัดพิเศษ) 40,000 (+ 30,000 จากพิธีกร) 20,000
ยกอุ่นเครื่อง[แก้]

โดยจะมีโชว์พิเศษจากศิลปินรับเชิญก่อน จากนั้นศิลปินรับเชิญจะให้โจทย์เพลงนั้น ๆ ก่อนที่ทั้ง 2 ทีมจะมาโชว์ร้องเพลง หลังจากนั้นศิลปินรับเชิญจะให้ 50 คะแนน สำหรับทีมที่ร้องดี

ยกที่ 1[แก้]

ยกแรกจะมีแผ่นป้ายอยู่ 16 แผ่นป้ายแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ๆ ละ 8 แผ่นป้ายเปิดเจอเพลงอะไร ก็จะต้องเลือกสมาชิกคนใดคนนึงต้องออกมาร้องเพลง ซึ่งคณะกรรมการจะให้คะแนนระหว่างร้อง เมื่อร้องจบทั้ง 2 คน จะประกาศคะแนน ทีมไหนมีคะแนนเยอะกว่าจะได้เปรียบ

ต่อมาใน ฤดูกาลที่ 2 และ 3 ได้ปรับกติกาใหม่ คือ สามารถเลือกเพลงที่ถนัดได้

ยกที่ 2[แก้]

แตกต่างจะยกแรกคือ ทีมที่ชนะในยกแรกจะต้องเลือกสมาชิกที่เหลืออยู่มาร้อง โดยจะต้องเลือกเพลงจากแผ่นป้ายที่เหลือ เปิดเจอเพลงอะไรก็ต้องร้องเพลงนั้น โดยกรรมการจะให้คะแนนระหว่างร้อง หลังจากร้องจบ จะประกาศคะแนนซึ่งจะรวมจากคะแนนในยกแรกกับคะแนนในรอบนี้

ยกที่ 3[แก้]

หลังจากส่งคนมาในทั้ง 2 ยกแล้ว ยกสุดท้ายคือ คนที่ยังไม่ได้ร้องเป็นคนสุดท้ายจะต้องมาร้องเพลงและกรรมการทั้ง 7 คนจะให้คะแนนขณะที่ร้องอยู่ พอร้องครบทั้งคู่ จะประกาศคะแนนเพื่อหาคนชนะโดยรวมจากคะแนนใน 2 ยกแรกมารวมกับรอบนี้ ใครที่มีคะแนนเยอะกว่าจะชนะและเข้าสู่รอบต่อไป

สงครามข้างสังเวียน[แก้]

ช่วงการแสดงตลก โดยระยะแรก นักแสดงตลก ได้อธิบายเล่าเรื่องเกี่ยวข้องของทีมผู้เข้าแข่งขันในแต่ละจังหวัดที่ส่งเข้าแข่งขัน

ต่อมาในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นช่วง รอยยิ้มข้างสังเวียน โดยปรับเปลี่ยนมาเป็นการแสดงตลกในแต่ละตอนแทน ซึ่งมีความยาวประมาณ 5-10 นาที

ต่อมาสุดท้าย ช่วงนั้นก็ถูกยกเลิกใน กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ฤดูกาลที่ 3 เป็นต้นมา

รูปแบบที่ 2 (4 มีนาคม 2555 - 26 มกราคม 2556)[แก้]

ต่อมาได้ปรับโฉมใหม่ในฤดูกาลที่ 4-8 ได้ลดจำนวนทีมให้แข่งขันได้เร็วขึ้น จาก 32 ทีม มาเป็น 16 ทีม ทีมละ 4 คน กรรมการลดเหลือเพียง 5 คน และเพิ่มช่วงใหม่เป็นการเงาเสียง

เงินรางวัลสำผู้ชนะ (บาท)
รอบ ผู้ชนะ รองชนะ
8 สาย/4 สาย 20,000 10,000
รองชนะเลิศ 50,000 10,000
ชิงชนะเลิศ 500,000 50,000
แชมป์เจ้าสังเวียน (นัดพิเศษ) 1,000,000 500,000
ประชันดวลเพลง[แก้]

ในฤดูกาลที่ 4 ทั้ง 2 ทีมจะต้องร้องเพลงจากคำในป้ายที่กำหนดภายในเวลา 5 วินาที โดยกรรมการตัดสินว่าผ่านหรือไม่ ถ้าทีมไหนจำไม่ได้ใน 5 วินาที หรือร้องไม่ถูก และกรรมการตัดสินว่าไม่ผ่าน ทีมนั้นได้ 10 คะแนน

ในตอนที่ 4 ของ ฤดูกาลที่ 4 (25 มีนาคม 2555) ได้เพิ่มสิ่งอุปสรรคให้โหดขึ้นกว่าเดิม

ในตอนที่ 5 ของ ฤดูกาลที่ 4 (1 เมษายน 2555) เปลี่ยนกติกาคือ ทีมฝ่ายตรงข้าม เลือกป้ายสมาชิกจากฝ่ายตรงข้าม(จาก 8 ป้าย) จากนั้น ร้องเพลงให้ได้นานที่สุดบนสิ่งอุปสรรคที่กำหนด(บนวัวกระทิงหรือวิ่งบนรางลู่วิ่ง) โดยจากนับเป็นวินาที ใครร้องได้นานสุด ได้ 10 คะแนน

ในยุค กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ได้เปลี่ยนชื่อช่วงเป็น กระทิงซิงกิ้งคอนเทสต์ ลดเหลือสิ่งอุปสรรคคือ นั่งบนวัวกระทิง และการแข่งรอบนี้เหลือเพียง 1 รอบ เท่านั้น

ประชันเสียงดี[แก้]

จาก 3 คนอยู่ในประชันดวลเพลง เหลือ 1 คนจากทั้ง 2 ทีมจะมาประชันร้องหนึ่งว่าใคร จะเข้าสู้รอบต่อไป โดยผลตัดสินเป็นคะแนนจากกรรมการทั้ง 5 คน(เหมือนรูปแบบแรก)รวมกับคะแนนจากรอบประชันดวลเพลง

ประชันเงาเสียง[แก้]

ช่วงที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมทางบ้านที่มีเสียงคล้ายกับศิลปิน ในฤดูกาลที่ 4 จะมีสัปดาห์ละ 2 คน ซึ่งคนร้องที่เป็นเงาเสียง จะต้องเข้าไปที่ตู้และร้องเพลง ซึ่งกรรมการทั้ง 5 คน จะกด Like ให้นักร้องเงาเสียง ถ้ากรรมการกด Like 3 ใน 5 เสียง จะได้รับเงินรางวัล 2,000 บาท แต่ถ้ากรรมการ 5 คน กด Like ทั้งหมด จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท และแต่ถ้ากรรมการกดไม่ถึง 3 Like จะโดนแป้งในตู้ทันที

ต่อมาในวันที่ 13 มาราคม 2556 เป็นต้นมา จะมีเจ้าของศิลปินมาเป็นกรรมการด้วย(มาในบางครั้ง รวมทั้งในยุค กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ด้วย) และนักร้องเงาเสียงทั้ง 2 คนจะเป็นเงาเสียงคนเดียวกัน และตู้ได้เพิ่มเป็น 2 ตู้

กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน : รูปแบบที่ 1 (26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 - 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560)[แก้]

กลับมาหลังจากรายการหายไป 1 เดือน กลับมาในรูปแบบเดิม เพิ่มเติมคือแจกเงินให้ชุมชนเป็น 1 ล้านบาท

เงินรางวัลสำผู้ชนะ (บาท)
รอบ ผู้ชนะ รองชนะ
8 สาย/รองชนะเลิศ 20,000 10,000
ชิงชนะเสิศ/แชมป์เจ้าสังเวียน (นัดพิเศษ) 1,000,000 500,000
ประชันเงาเสียง[แก้]

เปลี่ยนกติกาใหม่เล็กน้อยคือ โดยกรรมการทั้ง 5 คนจะให้กด Like ทีละคน แต่เงินรางวัลเป็นของยุค กิ๊กดู๋ สงครามเพลง เหมือนเดิม และรวมทั้งศิลปินต้นฉบับมาตัดสินด้วย กติกานี้ใช้ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 9 เมษายน 2556, และ 21 พฤษภาคม 2556

ต่อมาได้เปลี่ยนกติกาใหม่ในฤดูกาลที่ 2 (ล้านที่ 2) คือ โดยจะมีผู้เข้าแข่งขันสัปดาห์ละ 4 คน แบ่งเป็น 2 คู่ (โดยวันที่ 16 เมษายน 2556 มี 3 คน ต้องหาจับคู่ และคนที่เหลือต้องรอคนที่ชนะรอบแรกมาแข่ง) แต่ละคู่จะเข้าแข่งขันโดยร้องเพลง 1 เพลงของศิลปินประจำสัปดาห์ จากนั้นจะให้กรรมการ 5 ท่านเป็นผู้ตัดสิน โดยยกป้ายว่าพึงพอใจเสียงผู้เข้าแข่งขัน A หรือ B ผู้เข้าแข่งขันคนใดได้คะแนนจากกรรมการมากกว่า จะเข้ารอบต่อไปเพื่อแข่งขันกับผู้ชนะของอีกคู่ จากนั้นจะนำผู้ชนะของแต่ละคู่มาร้องเพลงของศิลปินประจำสัปดาห์ 1 เพลง เมื่อจบเพลงจะให้ศิลปินเจ้าของเพลงเป็นผู้ตัดสินว่าเสียงของผู้เข้าแข่งขันคนใดเสียงเหมือนที่สุด ผู้แพ้ในแต่ละรอบจะโดนแป้ง และผู้เข้าแข่งขันที่ได้คะแนนจากคณะกรรมการหรือเจ้าของเงาเสียง

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงประชันเงาเสียง[แก้]
  • ในเทปเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2556 คู่ที่เป็นเงาเสียงในเทปนี้ เป็นเงาเสียงคนละคน และไม่มีศิลปินต้นฉบับมารับเชิญด้วย
  • มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ศิลปินเจ้าของเพลงที่ไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครแพ้หรือชนะ เทปเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ในเงาเสียงพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ในรอบตัดสินนั้นมีดาว ขำมินและติ๊ก ธรรมนูญ ปานา เนื่องจากทั้งสองนั้นร้องเสียงได้เหมือน จึงทำให้หมู พงษ์เทพและกรรมการต้องให้แชมป์ร่วมและได้ร้องคู่กับหมูพงษ์เทพ[3]
ช่วงพิเศษ ต้นฉบับพบเงาเสียง[แก้]

โชว์พิเศษ จากต้นฉบับ ที่ร่วมร้องเพลงกับเงาเสียงในรายการ

ประชันเสียงมัน Battle[แก้]

ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 ทีมจะต้องเลือก 1 แผ่นป้ายจากแผ่นป้ายผู้สนับสนุนทั้ง 8 แผ่นป้ายในฝั่งสีแดงและสีน้ำเงินของตนเอง (2 ฝั่งรวมเป็น 16 แผ่นป้าย) เพื่อเปิดชื่อจับคู่ผู้เข้าแข่งขันของฝ่ายตรงข้าม โดยจะเริ่มเป็นการแข่งขันในรอบที่ 1 ส่วนผู้เข้าแข่งขันที่เหลือจะถูกจับคู่เป็นการแข่งขันรอบที่ 2 ต่อไป

หลังจากการแข่งขันกรรมการทั้ง 5 คน มีคนละ 1 คะแนน จะต้องยกป้ายเลือกว่าจะพอใจจังหวัดไหน จังหวัดใดที่ได้คะแนนมากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะในแต่ละรอบ และจะได้เก็บคะแนนสะสมไป โดยการ Battle ในรอบที่ 1 จะได้ 5 คะแนน และการ Battle รอบที่ 2 จะได้ 10 คะแนน ซึ่งรวมแล้วคะแนนเต็มในรอบนี้คือ 15 คะแนน

กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน : รูปแบบที่ 2 (2 กันยายน 2560 - 13 มกราคม 2561)[แก้]

โชว์เปิดสนาม[แก้]

เป็นการแสดงของนักร้องนักดนตรีวงต่าง ๆ มาแสดงก่อนเริ่มการแข่งขันสงครามเพลงเงินล้าน

กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน : รูปแบบที่ 3 (8 มกราคม พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน)[แก้]

เกมในการแข่งขันจะแข่งเป็น เดี่ยว แบบ ตัวต่อตัว

ประชันเงาเสียง[แก้]

สืบเนื่องจากกติกาใน กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงาเสียง คือ ศิลปินต้นฉบับประจำสัปดาห์จะต้องเลือกแผ่นป้ายผู้สนับสนุน 8 แผ่นป้าย โดยแบ่งเป็นฝั่ง A สีแดง 4 แผ่นป้าย และฝั่ง B สีน้ำเงิน 4 แผ่นป้าย เพื่อเลือกผู้แข่งขัน 2 คนจาก 4 คนมาจับคู่เป็นการแข่งขันในคู่แรก ส่วนการแข่งขันคู่ที่ 2 ผู้ชนะจากคู่แรก จะมีสิทธิ์เลือกที่จะแข่งกับผู้เข้าแข่งขันที่เหลือ อีก 2 คนได้โดยไม่ต้องเปิดแผ่นป้าย และรอบตัดสินผู้ชนะจากรอบที่ 2 จะต้องแข่งขันกับผู้เข้าแข่งขันที่เหลืออยู่ทันที

การตัดสินต้นฉบับจะมีสิทธิ์ร่วมตัดสินการแข่งขันในคู่แรกและคู่ที่ 2 ด้วย โดยต้นฉบับจะมี 2 Like (สามารถยกให้ได้ทั้ง A และ B ในกรณีที่ให้เสมอ) และกรรมการ 5 คนจะมีคนละ 1 Like หากผู้เข้าแข่งขันที่ได้คะแนน Like มากกว่าจะเป็นผู้ชนะในรอบนั้นและผู้แพ้จะต้องโดนแป้ง

ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2562 เป็นต้นมา (เทปเงาเสียงไมค์ ภิรมย์พร) จะเพิ่มตู้เป็น 4 ตู้ แต่ละตู้จะไม่เหมือนกัน จะมีกระดาษสี, น้ำ, แป้ง(ของเดิม) และโคลน(ภายหลังเพิ่มแยมขนมปังมาด้วย) ซึ่งผู้แข่งขันจะต้องเลือกตู้ก่อน ฝั่งที่แพ้ก็จะโดนสิ่งนั้นจากตู้ร่วงลงมาใส่ทันที หมายเหตุ : ของลงโทษในแต่ละตู้อาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนในแต่ละเทปได้และจะมีของลงโทษเพิ่มเติมในภายหลัง

ประชันเสียงดี[แก้]

ในการแข่งขันได้เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ โดยจะมีป้ายของฝังทีมเองทั้ง 8 ป้าย ซึ่งเป็นป้ายเพลงของ ศิลปินต้นฉบับประจำสัปดาห์ ทั้งหมด และผู้เข้าแข่งขันในชุมชน จะร้องเพลงตามแนวที่ถนัดของตน ตามป้ายเพลงที่เลือกไว้ โดยจะตัดสินจาก กรรมการ 5 คนจะให้คะแนน 1,000 คะแนน ใครได้คะแนนมากสุด ผ่านเข้ารอบต่อไป

กิ๊กดู๋ ซุปตาร์เงินล้าน[แก้]

เปลี่ยนรูปแบบใหม่ให้เร็วขึ้นคือ จะแจกเงินล้านเป็นรายสัปดาห์ เพื่อหาผู้ชนะไปช่วยร่วมกับดารา โดยทีมเป็นชุมชนของจังหวัด 2 ทีม ทีมละ 2 คน ซึ่งทีมที่แพ้และทีมพลาดเงินหนึ่งล้านบาทต้องกลับมา โดยโหวตทาง Facebook

ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยคือ ตั้งแต่ วันที่ 23 มิถุนายน 2561 เป็นต้นมา ดาราจะมาแข่งด้วย เป็นคนละทีมรวมกับสมาชิกของชุมชนอีก 1 คน โดยดาราเลือกเป็นตัวแทนประจำชุมชน

รอบดวลเพลง[แก้]

โดยจะมีป้ายของฝังทีมเองทั้ง 8 ป้าย เลือกป้ายคนที่จะร้องในคู่แรก และอีกคู่ไปดวลอีก 1 ยก กรรมการทั้ง 4 คนจะให้คะแนน โดยทั้ง 2 ยก มี 1,000 คะแนน ทีมใดได้คะแนนสูงสุดทั้ง 2 ยก เข้ารอบโบนัส ซุปตาร์เงินล้าน

รอบสุดท้าย (โบนัส ซุปตาร์เงินล้าน)[แก้]

รอบสุดท้าย (Jackpot) ของ กิ๊กดู๋ ซุปตาร์เงินล้าน จะใช้รูปแบบเกมจากรอบแจ็กพอตของ 07 โชว์ ในยุคแรก มาปรับเปลี่ยนใหม่ โดยดาราจะงมหาเหรียญในถังน้ำที่มีหีบสมบัติอยู่ ตามเวลากำหนด 45 วินาที โดยก่อนจะเริ่ม ทีมที่เข้ารอบจะได้เลือกป้ายเพิ่มเวลา 2 ป้าย จาก 9 ป้าย โดยมี 30 วินาที 1 ป้าย, 20 วินาที 6 ป้าย และ 10 วินาที 2 ป้าย

  • ต่อมาในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นมา ทีมที่ได้รับกองเชียร์ยอดเยี่ยมของทีมที่เข้ารอบ จะเลือกได้อีก 1 ป้าย

ซึ่งในการงมหาเหรียญนั้น รายการกำหนดว่าหาเหรียญที่มีตราสัญลักษณ์ของรายการเท่านั้น อย่าเจอเหรียญที่ไม่มีตราสัญลักษณ์ ซึ่งเหรียญที่มีตราสัญลักษณ์มีค่าเงินรางวัล 10,000 บาท แต่ถ้าเจอเหรียญที่มีตราสัญลักษณ์ให้ครบ 7 เหรียญ ได้เงินรางวัล Jackpot ให้ชุมชน 1,000,000 บาท แต่ในกรณีเมื่อหมดเวลาแล้วไม่สามารถหาเหรียญที่มีตราสัญลักษณ์ของรายการจนเจอ ชุมชนจะได้รับเงินรางวัลปลอบใจไป 10,000 บาท

การแข่งขันประชันจังหวัด[แก้]

กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน (รูปแบบที่ 2) (2 กันยายน 2560 - 13 มกราคม 2561)[แก้]

ล้านที่ 29[แก้]

  • รอบที่ 1 (16 ทีม)
  • รอบที่ 2 (8 ทีม)
  • รอบรองชนะเลิศ (4 ทีม)

รอบชิงชนะเลิศ

รอบ จังหวัด คะแนน(กรรมการ) คะแนนโหวต(ทางบ้าน)
1. ประชันทีม
ฉะเชิงเทรา
(0 ไลค์)
0 คะแนน
เพชรบุรี
(5 ไลค์)
1000 คะแนน
2. ประชันจังหวัด
ฉะเชิงเทรา
9900 คะแนน
98457 คะแนน
เพชรบุรี
9550 คะแนน
57392 คะแนน

รางวัล[แก้]

ปี งานประกาศผลรางวัล รางวัล ผู้เข้าชิง ผลรางวัล หมายเหตุ
2556 ดาราเดลี่ เดอะ เกรท อวอร์ดส์ ครั้งที่ 2 พิธีกรที่สุดแห่งปี 2012 เกียรติ กิจเจริญ เสนอชื่อเข้าชิง
รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 4 วาไรตี้ยอดเยี่ยม กิ๊กดู๋ สงครามเพลง เสนอชื่อเข้าชิง
2557 รางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 7 พิธีกรแห่งปี เกียรติ กิจเจริญ เสนอชื่อเข้าชิง ร่วมกับผลงานอื่น
- วันวานยังหวานอยู่
- เกมพันหน้า
- กลมกิ๊ก
รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 5 วาไรตี้ยอดเยี่ยม กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน เสนอชื่อเข้าชิง
ดาราเดลี่ เดอะ เกรท อวอร์ดส์ ครั้งที่ 3 พิธีกรที่สุดแห่งปี 2013 เกียรติ กิจเจริญ เสนอชื่อเข้าชิง
รายการโทรทัศน์ที่สุดแห่งปี 2013 กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ได้รับรางวัล
2558 รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 6 วาไรตี้ยอดเยี่ยม กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ได้รับรางวัล
รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ด้านนันทนาการ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๘ รายการโทรทัศน์เพื่อนันทนาการดีเด่น กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ได้รับรางวัล
2559 ดาราเดลี่ เดอะ เกรท อวอร์ดส์ ครั้งที่ 5 รายการโทรทัศน์ที่สุดแห่งปี 2015 กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน เสนอชื่อเข้าชิง
รางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 9 ทีมงานสร้างสรรค์แห่งปี ทีมสร้างสรรค์รายการ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน เสนอชื่อเข้าชิง
รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 7 วาไรตี้ยอดเยี่ยม กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ได้รับรางวัล
มายา มหาชน 2016 รายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงที่สุดแห่งปี 2559 กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ได้รับรางวัล
พิธีกรชาย ขวัญใจมหาชน เกียรติ กิจเจริญ เสนอชื่อเข้าชิง
2560 รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 31 เกมโชว์ดีเด่น กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ได้รับรางวัล
รางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 10 พิธีกรแห่งปี เกียรติ กิจเจริญ เสนอชื่อเข้าชิง ร่วมกับผลงานอื่น
- สับขาหลอก
- เกมพันหน้า
ทีมงานสร้างสรรค์แห่งปี ทีมสร้างสรรค์รายการ กิ๊กดู๋สงครามเพลงเงินล้าน เสนอชื่อเข้าชิง
รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 8 วาไรตี้ยอดเยี่ยม กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน เสนอชื่อเข้าชิง
พิธีกรยอดเยี่ยม เกียรติ กิจเจริญ เสนอชื่อเข้าชิง
มายา มหาชน 2017 รายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุด แห่งปี 2560 กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน ได้รับรางวัล
รายการทีวีที่มาแรงที่สุดในประเทศ กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน เสนอชื่อเข้าชิง
พิธีกรชาย ขวัญใจมหาชน เกียรติ กิจเจริญ เสนอชื่อเข้าชิง
2561 รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 9 วาไรตี้ยอดเยี่ยม กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน เสนอชื่อเข้าชิง

รายชื่อศิลปินต้นฉบับ[แก้]

พ.ศ. 2562[แก้]

ตอนที่ วันที่ออกอากาศ ศิลปินต้นฉบับ ของลงโทษในตู้ หมายเหตุ
1 8 มกราคม 2562 บอดี้แสลม แป้ง
2 15 มกราคม 2562 ไมค์ ภิรมย์พร น้ำ,แป้ง,โคลน,กระดาษ ถูกเพิ่มเป็น 4 ตู้ ตั้งแต่เทปนี้เป้นต้นไป
3 22 มกราคม 2562 ลำไย ไหทองคำ กระดาษ,น้ำ,แป้ง,โคลน เป็นศิลปินต้นฉบับหญิงคนแรกในรายการ
4 29 มกราคม 2562 คริสติน่า อากีล่าร์ กระดาษ,น้ำ,โคลน,แยม
5 5 กุมภาพันธ์ 2562 บ่าววี อาร์สยาม กระดาษ,แป้ง,แยม,โคลน
6 12 กุมภาพันธ์ 2562 เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม โคลน,แยม,น้ำ,ดอกไม้
7 19 กุมภาพันธ์ 2562 พลพล พลกองเส็ง โคลน,ช็อกโกแลต,แป้ง,กระดาษ
8 26 กุมภาพันธ์ 2562 ตั๊กแตน ชลดา ดอกไม้,แป้ง,น้ำ,โคลน
9 5 มีนาคม 2562 ศรเพชร ศรสุพรรณ กระดาษ,แป้ง,แยม,โคลน
10 12 มีนาคม 2562 กระแต อาร์สยาม ดอกไม้,แป้ง,น้ำ,แยม
11 19 มีนาคม 2562 รุ่ง สุริยา กระดาษ,แป้ง,สังขยา,โคลน
12 26 มีนาคม 2562 แสตมป์ อภิวัชร์ กระดาษ,แป้ง,น้ำ,โคลน
13 2 เมษายน 2562 พัทลุง ลูกบอลเด็กเล่น,น้ำ,โคลน,สังขยา

อ้างอิง[แก้]