อำเภอธาตุพนม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับอำเภอของจังหวัดนครพนม สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ธาตุพนม
อำเภอธาตุพนม
แผนที่จังหวัดนครพนม เน้นอำเภอธาตุพนม
ไหว้พระธาตุพนม ชมวัตถุโบราณ
มันแกวรสหวาน สำราญชายโขง จรรโลงวัฒนธรรม
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอธาตุพนม
อักษรโรมัน Amphoe That Phanom
จังหวัด นครพนม
รหัสทางภูมิศาสตร์ 4805
รหัสไปรษณีย์ 48110
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 357.76 ตร.กม.
ประชากร 83,336 คน (พ.ศ. 2556)
ความหนาแน่น 232.93 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอธาตุพนม หมู่ที่ 6
ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม 48110
พิกัด 16°56′11″N 104°42′34″E / 16.93639°N 104.70944°E / 16.93639; 104.70944
หมายเลขโทรศัพท์ 0 4254 1062
หมายเลขโทรสาร 0 4254 1062

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอธาตุพนม เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครพนม

ประวัติ[แก้]

อำเภอธาตุพนมเดิมเรียกว่า เมืองพนมหรือเมืองธาตุพนม (ภาษาอังกฤษ : M. Penom,[1] Muong Peunom,[2] Moeuong Dhatou Penom[3]) เป็นเมืองโบราณเก่าแก่บริเวณลุ่มน้ำโขงที่มีอาณาเขตกินไปถึงปากเซบั้งไฟทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์มาพร้อมกันกับเมืองศรีโคตรบูรและเมืองมรุกขนคร ก่อตั้งก่อนเมืองนครพนมและเมืองมุกดาหารและนับเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาหัวเมืองในอาณาเขตนครพนม เมืองพนมประกอบด้วยหมู่บ้านข้าโอกาสจำนวนหลายหมู่บ้านแต่มีศูนย์กลางการปกครองที่บ้านธาตุพนม คำว่า พนม มาจากภาษาเขมร แปลว่า ภูเขา จารึกบางแห่งเขียนเป็น พระนม ชาวลาวออกสำเนียงว่า ปะนม คนท้องถิ่นจึงนิยมออกนามเมืองว่า เมืองปะนม คู่กับเมืองละคร (เมืองนครพนม) เมืองพนมเป็นที่ตั้งของพระบรมมหาธาตุโบราณอันเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ชื่อว่า พระมหาธาตุเจ้าพระนมหรือธาตุภูกำพร้า[4] ปัจจุบันคือ พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า วัดพนม วัดธาตุ หรือวัดพระธาตุ เมืองพนมมีสถานะเป็นเมืองพุทธนคร[5] หมายถึง เมืองศักดิ์สิทธิ์หรือเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนา ศูนย์กลางทางจิตวิญญาณ ศรัทธาและความเชื่อของชาวลาวและชาติพันธุ์ต่างๆ ในอาณาจักรล้านช้าง เมืองพนมเป็นเมืองที่พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรศรีโคตรบูรโบราณ และพระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้างถวายเป็นเมืองกัลปนาแด่พระมหาธาตุเจ้าพระนม อีกนัยหนึ่งเรียกว่า เมืองข้าโอกาสหยาดทาน หรือเมืองข้อยโอกาส

ต่อมาเมืองพนมกลายเป็นเมืองชายพระราชอาณาเขตหรือเมืองขอบด่าน ต่อเขตแดนระหว่างราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์และราชอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ โดยมีเมืองละคร (นครพนม) ซึ่งขึ้นกับนครเวียงจันทน์ และมีเมืองบังมุก (มุกดาหาร) ซึ่งขึ้นกับนครจำปาศักดิ์ ทั้งสองเมือง เป็นผู้ร่วมกันรักษาดูแลเมืองพนม โดยแบ่งเขตแดนเมืองกันที่หน้าลานพระบรมธาตุเจ้าพนม ทำนองเดียวกันกับพระธาตุศรีสองรักแห่งเมืองด่านซ้าย ซึ่งเป็นเมืองขอบด่านต่อแดนระหว่างราชอาณาจักรศรีสัตนาคนหุตและราชอาณาจักรศรีอยุธยา[6] ดังนั้นเมืองพนมจึงมีสถานะพิเศษแตกต่างจากหัวเมืองหลายเมืองในแผ่นดินลาวและอีสาน[7]

หลังสมัยสงครามเจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทน์ เมืองพนมมีประชาชนอาศัยอยู่อย่างเบาบางเนื่องจากปัญหาการเมืองการสงคราม และมีฐานะเสมอหนึ่งหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีหมู่บ้านขนาดเล็กรายรอบ ซึ่งมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่บ้านธาตุพนมดังเดิม โดยตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของสยาม แต่ทว่าสยามยังไม่ได้เข้ามาจัดการการปกครองอย่างเต็มรูปแบบ ยังคงปล่อยให้เจ้านายท้องถิ่นปกครองกันเองตามธรรมเนียมเดิม ต่อมา ในสมัยก่อนปฏิรูปการปกครองเป็นระบบมณฑลเทศาภิบาล ทางสยามได้เข้ามาจัดการกับหัวเมืองลาวและหัวเมืองอีสานท้องถิ่น[8] เมืองพนมได้รับการยกฐานะเป็นกอง เรียกว่า กองบ้านทาษพนม โดยสยามได้จัดการแต่งตั้งให้มีนายกองเป็นผู้ดูแลข้าโอกาสพระธาตุพนม จากนั้นไม่นานเจ้านายท้องถิ่นได้มีความพยายามยกกองบ้านธาตุพนมให้มีฐานะเป็นเมืองอีกครั้งหนึ่ง เรียกว่า เมืองทาษพนม แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าเป็นปัญหาภายในของเจ้านายท้องถิ่นอันเกิดจากการขัดแย้งผลประโยชน์กันเอง หลังปฏิรูปการเมืองการปกครองเป็นระบบมณฑลเทศาภิบาลโดยยกเลิกระบบอาญาสี่ ซึ่งเป็นธรรมเนียมการปกครองของหัวเมืองลาวโบราณแล้ว กองบ้านธาตุพนมได้ลูกลดสถานะเป็นตำบล ต่อมาจึงได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอธาตุพนมมาจนถึงปัจจุบัน[9]

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอธาตุพนมมีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอธาตุพนมแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 12 ตำบล 142 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ธาตุพนม (That Phanom) 19 หมู่บ้าน 7. ดอนนางหงส์ (Don Nang Hong) 11 หมู่บ้าน
2. ฝั่งแดง (Fang Daeng) 11 หมู่บ้าน 8. น้ำก่ำ (Nam Kam) 20 หมู่บ้าน
3. โพนแพง (Phon Phaeng) 8 หมู่บ้าน 9. อุ่มเหม้า (Um Mao) 9 หมู่บ้าน
4. พระกลางทุ่ง (Phra Klang Thung) 17 หมู่บ้าน 10. นาหนาด (Na Nat) 10 หมู่บ้าน
5. นาถ่อน (Na Thon) 14 หมู่บ้าน 11. กุดฉิม (Kut Chim) 7 หมู่บ้าน
6. แสนพัน (Saen Phan) 8 หมู่บ้าน 12. ธาตุพนมเหนือ (That Phanom Nuea) 8 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอธาตุพนมประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 12 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลธาตุพนม ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลธาตุพนมและบางส่วนของตำบลธาตุพนมเหนือ
  • เทศบาลตำบลน้ำก่ำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำก่ำทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลนาหนาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาหนาดทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลธาตุพนมใต้ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลธาตุพนมและตำบลธาตุพนมเหนือ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม)
  • เทศบาลตำบลฝั่งแดง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลฝั่งแดงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลโพนแพง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโพนแพงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลพระกลางทุ่ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพระกลางทุ่งทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนาถ่อน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาถ่อนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแสนพัน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแสนพันทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลดอนนางหงส์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดอนนางหงส์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลอุ่มเหม้า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอุ่มเหม้าทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกุดฉิม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกุดฉิมทั้งตำบล

สถานที่สำคัญ[แก้]

ประเพณีท้องถิ่นและงานประจำปี[แก้]

สถานศึกษา[แก้]

  • มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร (วิทยาลัยสงฆ์นครพนม)
  • มหาวิทยาลัยนครพนม (วิทยาลัยการอาชีพธาตุพนม)
  • โรงเรียนเทคโนโลยีธาตุพนม
  • โรงเรียนธาตุพนม
  • โรงเรียนบ้านธาตุพนม (พิทักษ์วิทยา)
  • โรงเรียนวัดพระธาตุพนม (พนมพิทยาคาร)
  • โรงเรียนบ้านหัวดอน
  • โรงเรียนบ้านหัวบึงทุ่ง
  • โรงเรียนบ้านก่ำ (ล้ำประชาอุปถัมภ์)
  • ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอธาตุพนม

ชาติพันธุ์[แก้]

  • ลาวเวียงจันทน์ อาศัยอยู่ในตำบลธาตุพนมมาตั้งแต่หลังรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช อันเนื่องมาจากสงครามแย่งชิงราชบัลลังก์ของราชวงศ์เวียงจันทน์ เจ้าราชครูหลวงยอดแก้วโพนสะเม็ก อพยพผู้คนจากนครเวียงจันทน์มาลี้ภัยการเมืองอยู่ธาตุพนม นับเป็นชาติพันธุ์หลักและเป็นชนชั้นปกครองของธาตุพนม บางส่วนอพยพไปอาศัยอยู่จำปาศักดิ์แล้วกลับมาอาศัยอยู่ที่ธาตุพนมด้วย
  • ลาวจำปาศักดิ์ อาศัยอยู่ในตำบลธาตุพนมมาตั้งแต่สมัยนครจำปาศักดิ์แตกอันเกิดจากการวิวาทกันของพระเจ้าองค์หลวงไชยกุมารกับเจ้ามหาอุปราชธรรมเทโว บางส่วนตกค้างอยู่ที่บ้านชะโนด เมืองมุกดาหาร และบ้านท่าสะโน เมืองสุวรรณเขต ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นับเป็นชาติพันธุ์หลักของธาตุพนม
  • ลาวหลวงพระบาง อาศัยอยู่ในตำบลธาตุพนมและตำบลอื่นๆ มาตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าโพธิสาลราชทรงพระราชทานข้าโอกาสถวายพระธาตุพนม จำนวนมากถึงสามพันคน ปัจจุบันชาวลาวหลวงพระบางได้ถูกกลืนวัฒนธรรมทางภาษาปะปนไปกับชาวลาวอื่นๆ ที่ธาตุพนมจนหมดแล้ว
  • ภูไท (ผู้ไท) อาศัยอยู่ในตำบลแสนพัน เดิมเรียกว่าตำบลเรณูตะวันออก บ้านนาหนาด ตำบลนาหนาด บ้านอุ่มเหม้า ตำบลอุ่มเหม้า บ้านน้ำก่ำ ตำบลน้ำก่ำ อพยพมาจากเมืองวัง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
  • กะเลิง (ข่าเลิง, กุรุง) อาศัยอยู่ในตำบลนาถ่อน และตำบลดอนนางหงส์
  • ข่า (บรู) อาศัยอยู่ในตำบลธาตุพนมมาแต่โบราณ เมื่อครั้งรัชสมัยพระเจ้าโพธิสาลราชทรงตั้งพันเฮือนหินและข้าสะเอ็งมาปกครองข้าโอกาสพระธาตุพนม บางส่วนอพยพมาจากนครหลวงพระบาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นักวิชาการบางท่านเชื่อว่าเป็นชนชาติดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในเมืองธาตุพนม
  • ไทกวน อาศัยอยู่ในตำบลนาถ่อน ตำบลดอนนางหงส์ อพยพมาจากแขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
  • กุลา (ไทใหญ่, เงี้ยว) อาศัยอยู่ในตำบลกุดฉิม อพยพมาจากจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดมุกดาหาร
  • ย้อ (ญ้อ) อาศัยอยู่ในตำบลกุดฉิม อพยพมาจากแขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
  • โย้ย อพยพมาจากนครเวียงจันทน์แต่โบราณ ปัจจุบันปะปนกับชนชาติลาวจนถูกกลืนวัฒธรรมไปหมดแล้ว นักวิชาการบางท่านกล่าวว่าอาจเป็นชนกลุ่มใหญ่ที่สร้างเมืองธาตุพนม
  • จีน (เจ๊ก,เจ๊กโคก ปัจจุบันเป็นคำไม่สุภาพ) อาศัยอยู่ในตำบลธาตุพนม อพยพมาจากจังหวัดอุบลราชธานีและกรุงเทพมหานคร
  • ญวณ (แกว ปัจจุบันเป็นคำไม่สุภาพ) อาศัยอยู่ในตำบลธาตุพนม อพยพหนีภัยสงครามมาจากประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนาม และอพยพกันมาหลายครั้งแล้ว

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ง้าวแถน ถนิมแก้ว. สงครามพันปีระหว่างลาวกับแกว. ม.ป.ท.. ๒๕๔๒.
  2. E. Lefevre. Travels in Laos. Bangkok. ม.ป.ป..
  3. เอเจียน แอมอนิเย. บันทึกการเดินทางในลาวภาคสอง พ.ศ. ๒๔๔๐. เชียงใหม่. ๒๕๔๑.
  4. อุดร จันทวัน. นิทานอุรังคธาตุ : ฉบับลาว. ขอนแก่น. ๒๕๔๗.
  5. ประวิทย์ คำพรหม. ประวัติอำเภอธาตุพนม. กาฬสินธุ์. ๒๕๔๖.
  6. http://place.thai-tour.com/loei/dansai/271
  7. http://www.thatphanom.com/2300.html
  8. เติม วิภาคย์พจนกิจ. ประวัติศาสตร์อีสาน. กรุงเทพ. ๒๕๔๖.
  9. http://www.thatphanom.com/