วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก พระธาตุพนม)
สำหรับอำเภอ ดูที่ อำเภอธาตุพนม
วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
พระธาตุพนม01.3.png
องค์พระธาตุพนม
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ พระธาตุพนมบรมเจดีย์
ที่ตั้ง 183/13 ถนนชยางกูร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม 4 8 1 1 0
ประเภท พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร
นิกาย เถรวาท
พระประธาน หลวงพ่อองค์แสนศาสดา (พระอุโบสถ)
พระพุทธรูปสำคัญ หลวงพ่อมารวิชัยศาสดา (หอพระแก้ว)
- ประดิษฐานพระอุรังธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เวลาทำการ 05.00-20.00 น.
จุดสนใจ พระธาตุพนม พิพิธภัณฑ์ บ่อนำพระอินทร์ หอระฆัง ฆ้องใหญ่ หอพระนอน กลองใหญ่ รัตนศาลา ต้นพระศรีมหาโพธิ์
กิจกรรม งานนมัสการพระธาตุพนม สวดมนต์ข้ามปี มอบทุนบาลี วันบุรพาจารย์รำลึก วันสัตตนาคารำลึก
การถ่ายภาพ พระธาตุพนม พิพิธภัณฑ์ บ่อนำพระอินทร์ หอระฆัง ฆ้องใหญ่ หอพระนอน กลองใหญ่ รัตนศาลา ต้นพระศรีมหาโพธิ์
เว็บไซต์ www.watthat.com
    

วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ปัจจุบันมี พระเทพวรมุนี เป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2549-ปัจจุบัน ประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนชยางกูร บ้านธาตุพนม ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ กว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.6 เมตร มีกำแพงล้อมองค์พระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้า (เนินดินสูงจากพื้นธรรมดาประมาณ 3 เมตร) ภายในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่เรียกว่าบึงธาตุพนม ในวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประจำปีเพื่อเป็นการนมัสการพระธาตุพนม

ลำดับเจ้าอาวาส (จล.)[แก้]

1. พระครูศิลาภิรัต (หมี) พ.ศ. ๒๔๕๘-๒๔๗๙

2. พระธรรมราชานุวัตร (แก้ว กนฺโตภาโส ป.ธ.๖) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครพนม พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๕๓๒

3. พระธรรมปริยัติมุนี (นวน เขมจารี ป.ธ.๖) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม อดีตเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย พ.ศ. ๒๕๓๓-๒๕๔๔

4. พระโสภณเจติยาภิบาล (สม สุมโน ป.ธ.๓) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม พ.ศ. ๒๕๔๗

5. พระเทพวรมุนี (สำลี ปญฺญาวโร ป.ธ.๕) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม เจ้าคณะจังหวัดนครพนม พ.ศ. ๒๕๔๙ - ปัจจุบัน

ภาพถ่ายและภาพวาดเจ้าอาวาส

ผู้ช่วยเจ้าอาวาส (ผจล.)[แก้]

1. พระศรีวิสุทธิเมธี (พนมพร ปุตฺตวโร ป.ธ.๙) เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดนครพนม , รองเจ้าคณะอำเภอธาตุพนม , ผู้อำนวยการโรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญศึกษาวัดพระธาตุพนม

2. พระครูโสภณเจติยาทร รองเจ้าคณะอำเภอธาตุพนม วัดโสภณธรรมาราม

3. พระครูสิริเจติยานุรักษ์

4. พระครูโกศลพนมกิจ

5. พระครูสุตเจติยานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลธาตุพนม

6. พระครูพนมปรีชากร เลขานุการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม

7. พระครูพนมเจติยานุรักษ์

8. พระมหาเลอเดช วรวํโส

9. พระมหาวรรณชัย ชยวณฺโณ ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์นครพนม

10. พระมหาเสรี พุทฺธิวํโส เจ้าคณะตำบลพระกลางทุ่ง

11. พระครูสุธรรมเจติยาภรณ์ (จำรัส ชวนปญฺโญ)

แผนที่การเดินทาง[แก้]

-->

แผนที่การเดินทางไปนมัสการพระธาตุพนม | วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

-->

ปฏิทินงานวัดพระธาตุพนม[แก้]

- งานนมัสการพระธาตุพนม ตรงกับขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 รวม 9 วัน 9 คืน

- งานพระธาตุพนมรำลึกและมอบทุนการศึกษา แก่ผู้สอบได้บาลี ตรงกับวันที่ 11 สิงหาคน ของทุกปี

- งานสัตตนาคารำลึก งานรำลึกถึงพยานาคทั้ง 7 ตน ที่ดูแลพระธาตุพนม ตรงกับขึ้น 5 ค่ำ เดือน 11

- งานบูรพาจารย์รำลึก ทำบุญอุทิศให้อดีตเจ้าอาวาส และบูรพาจารย์ของวัดพระธาตุพนมตรงกับขึ้น 8 ค่ำ เดือน11

- วันมหาปวารณาออกพรรษา , รำบูชาพระธาตุพนม

- สวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ ประจำปี 2558 ณ ลานหน้าวัดพระธาตุพนม เริ่มละเบียนรับหนังสือสวดมนต์ เวลา 18.00 น. ถึงเช้า

งานที่กำลังจะใกล้มาถึง[แก้]

1. พิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร แก่พระสังฆาธิการในปกครองหนตะวันออก ภาค ๑๐-๑๑-๑๒ ในวันอังคาร ที่ ๒๔ เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดย เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

2. โครงการอบรมบาลีก่อนสอบครั้งที่ ๒ คณะสงฆ์ ภาค ๑๐ ณ วัดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

3. สอบบาลีสนามหลวง ประจำปี ๒๕๕๘ ครั้งที่ ๒ ณ วัดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 08 2843 3340

ห่มผ้าพระธาตุพนม[แก้]

๑. ใช้ผ้าในการห่มพระธาตุพนม ใช้ผ้า ๑ ม้วน ความยาว ๖๐ หลา

๒. สีของผ้าใช้เป็นสีประจำวันเกิดของตน หรือ สีที่ชอบ หรือ สีประจำวันของพระธาตุพนม คือ สีแดง

๓. หากต้องการให้นำไปใช้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด แนะนำเป็น ผ้ามัสลิน(ตัดจีวร) ผ้าหางกระรอก(ตัดอังสะ) ผ้าซันฟอไรซ์(ตัดจีวร สบง และอังสะ) สีเหลือง(ส้ม)ทอง

๔. การเขียนชื่อลงในผ้าควรเขียนที่มุมผ้า เพื่อเวลานำผ้าไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นจะได้สวยงาม


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 08 2843 3340

ประวัติ[แก้]

ตามตำนานพระธาตุพนม ในอุรังคนิทานกล่าวว่า สมัยหนึ่งในปัจฉิมโพธิกาล พระพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระอานนท์ ได้เสด็จมาทางทิศตะวันออก โดยทางอากาศ ได้มาลงที่ดอนกอนเนา แล้วเสด็จไปหนองคันแทเสื้อน้ำ (เวียงจันทน์) ได้พยากรณ์ไว้ว่า ในอนาคตจะเกิดบ้านเมืองใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนา จากนั้นได้เสด็จไปตามลำดับ ได้ทรงประทานรอยพระพุทธบาทไว้ที่ โพนฉัน (พระบาทโพนฉัน) อยู่ตรงข้ามอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย แล้วเสด็จมาที่ พระบาทเวินปลา ซึ่งอยู่เหนือเมืองนครพนมปัจจุบัน ได้ทรงพยากรณ์ที่ตั้งเมืองมรุกขนคร (นครพนม) และได้ประทับพักแรมที่ภูกำพร้าหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นเสด็จข้ามแม่น้ำโขง ไปบิณฑบาตที่เมืองศรีโคตรบูรณ์ พักอยู่ที่ร่มต้นรังต้นหนึ่ง (พระธาตุอิงฮังเมืองสุวรรณเขต) แล้วกลับมาทำภัตกิจ (ฉันอาหาร) ที่ภูกำพร้าโดยทางอากาศ พญาอินทร์ได้เสด็จมาเฝ้าและทูลถามพระพุทธองค์ ถึงเหตุที่มาประทับที่ภูกำพร้า พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า เป็นประเพณีของพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ ในภัททกัลป์ที่นิพพานไปแล้ว บรรดาสาวกจะนำพระบรมสารีริกธาตุ มาบรรจุไว้ที่ภูกำพร้า พระพุทธองค์เมื่อนิพพานแล้ว พระมหากัสสปะ ผู้เป็นสาวก ก็จะนำเอาพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ ณ ที่นี้เช่นกัน จากนั้นพระพุทธองค์ก็ได้ทรงปรารภถึงเมืองศรีโคตบูร และมรุกขนคร แล้วเสด็จไปหนองหารหลวง ได้ทรงเทศนาโปรดพญาสุวรรณพิงคาระ และพระเทวี ประทานรอยพระพุทธบาทไว้ ณ ที่นั้น แล้วเสด็จกลับพระเชตวัน หลังจากนั้นก็เสด็จปรินิพพานที่เมืองกุสินารา

เมื่อพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว มัลลกษัตริย์ทั้งหลายได้ถวายพระเพลิงพระสรีระ แต่ไม่สำเร็จ จนเมื่อพระมหากัสสปะมาถึงได้อธิษฐานว่า พระธาตุองค์ใดที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่ภูกำพร้า ขอพระธาตุองค์นั้นเสด็จมาอยู่บนฝ่ามือ ดังนี้แล้ว พระอุรังคธาตุ ก็เสด็จมาอยู่บนฝ่ามือขวาของพระมหากัสสปะ ขณะนั้นไฟธาตุก็ลุกขึ้นโชติช่วง เผาพระสรีระได้เองเป็นอัศจรรย์ เมื่อถวายพระเพลิงและแจกพระบรมสารีริกธาตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระมหากัสสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์ ก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ มาทางอากาศ แล้วมาลงที่ดอยแท่น (ภูเพ็กในปัจจุบัน) จากนั้นได้ไปบิณฑบาตที่เมืองหนองหารหลวง เพื่อบอกกล่าวแก่พญาสุวรรณพิงคาระ ตำนานตอนนี้ตรงกับตำนานพระธาตุเชิงชุม และพระธาตุนารายณ์เจงเวง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่แล้ว เมื่อพญาทั้ง 5 ซึ่งอยู่ ณ เมืองต่าง ๆ อันได้แก่ พญานันทเสน แห่งเมืองศรีโคตบูร พญาจุลณีพรหมทัต พญาอินทปัตถนคร พญาคำแดง แห่งเมืองหนองหารน้อย และพญาสุวรรณพิงคาระ แห่งเมืองหนองหารหลวง ได้พากันปั้นดินดิบก่อแล้วเผาไฟ ตามคำแนะนำของพระมหากัสสปะ แบบพิมพ์ดินกว้างยาวเท่ากับฝ่ามือพระมหากัสสปะ ครั้นปั้นดินเสร็จแล้วก็พากันขุดหลุมกว้าง 2 วา ลึก 2 ศอก เท่ากันทั้ง 4 ด้าน เมื่อก่อดินขึ้นเป็นรูปเตา 4 เหลี่ยม สูง 1 วา โดยพญาทั้ง 4 แล้ว พญาสุวรรณภิงคาระก็ได้ก่อส่วนบน โดยรวมยอดเข้าเป็นรูปฝาปารมีสูง 1 วา รวมความสูงทั้งสิ้น 2 วา แล้วทำประตูเตาไฟทั้ง 4 ด้าน เอาไม้จวง จันทน์ กฤษณา กระลำพัก คันธรส ชมพู นิโครธ และไม้รัง มาเป็นพื้น ทำการเผาอยู่ 3 วัน 3 คืน เมื่อสุกแล้วจึงเอาหินหมากคอยกลางโคก มาถมหลุม เมื่อสร้างอุโมงค์ดังกล่าวเสร็จแล้ว พญาทั้ง 5 ก็ได้บริจาคของมีค่าบรรจุไว้ในอุโมงค์เป็นพุทธบูชา จากนั้น พระมหากัสสปะ ก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ เข้าบรรจุภายในที่อันสมควร แล้วให้ปิดประตูอุโมงค์ไว้ทั้ง 4 ด้าน โดยสร้างประตูด้วยไม้ประดู่ ใส่ดาลปิดไว้ทั้ง 4 ด้าน แล้วให้คนไปนำเอาเสาศิลาจากเมืองกุสินารา 1 ต้น มาฝังไว้ที่มุมเหนือตะวันออก แปลงรูปอัศมุขี (ยักษิณีหน้าเป็นม้า) ไว้โคนต้นเพื่อเป็นหลักชัยมงคลแก่บ้านเมืองในชมพูทวีป นำเอาเสาศิลาจากเมืองพาราณสี 1 ต้น ฝังไว้มุมใต้ตะวันออก แปลงรูปอัศมุขีไว้โคนต้น เพื่อหมายมงคลแก่โลก นำเอาเสาศิลาจากเมืองตักศิลา 1 ต้น ฝังไว้มุมเหนือตะวันตก พญาสุวรรณพิงคาระให้สร้างรูปม้าอาชาไนยไว้ตัวหนึ่ง หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพื่อแสดงว่าพระบรมธาตุเสด็จออกมาทางทิศทางนั้น และพระพุทธศาสนาจักเจริญรุ่งเรืองจากเหนือเจือมาใต้ พระมหากัสสปะให้สร้างม้าพลาหกไว้ตัวหนึ่ง คู่กัน หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพื่อเป็นปริศนาว่า พญาศรีโคตบูรจักได้สถาปนาพระอุรังคธาตุไว้ตราบเท่า 5,000 พระวัสสา เกิดทางใต้และขึ้นไปทางเหนือ เสาอินทขีล ศิลาทั้ง 4 ต้น ยังปรากฏอยู่ 2 ต้น ทางทิศตะวันออก ส่วนอีก 2 ต้น ได้ก่อหอระฆังหุ้มไว้ ส่วนม้าศิลาทั้ง 2 ตัว ก็ยังปรากฏอยู่ถึงปัจจุบัน

พระธาตุพนมได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาตามลำดับ การบูรณะครั้งแรกและครั้งที่สอง ไม่ได้บันทึกปีที่บูรณะไว้ การบูรณะครั้งที่สามเมื่อปี พ.ศ. 2157
  • พ.ศ. 2223-2225 และเป็นรูปแบบที่นิยมในอีสาน
  • พ.ศ. 2233 พระครูโพนเสม็ด (ญาคูขี้หอม) ปฏิสังขรณ์พระธาตุให้สูงขึ้น
  • พ.ศ. 2483 รัฐบาลได้บูรณะให้สูงขึ้น
  • พ.ศ. 2518 องค์พระธาตุพนมชำรุดล้มลง ทางราชการได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นใหม่ ให้คงสภาพเดิม
  • พ.ศ. 2522 การบูรณะโดยภาครัฐและเอกชน

เมื่อปี พ.ศ. 2485 วัดพระธาตุพนมฯ ได้รับการยกฐานะเป็น พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร" ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2518 เวลา 19.38 น. ด้วยเหตุที่มีฝนตกพายุพัดแรงติดต่อมาหลายวันและความเก่าแก่ขององค์พระธาตุ พระธาตุพนมจึงได้ล้มทลายลงมาทั้งองค์ ประชาชนทั้งประเทศได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม การก่อสร้างนี้เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2522 นอกจากจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในองค์พระธาตุดั่งเดิมแล้ว ยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้นบรรจุและประดับไว้ในองค์พระธาตุอีกด้วย โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุ ซึ่งมีน้ำหนักมากถึง 110 กิโลกรัม

บ่อน้ำวัดพระธาตุพนม[แก้]

น้ำบ่อวัดพระธาตุพนม ตั้งอยู่ทางทิศเหนือขององค์พระธาตุ บริเวณกำแพงชั้นนอก ห่างจากพระธาตุพนมประมาณ 30 วา (60 เมตร) บ่อ กว้าง 1.50 เมตร ลึก 10 เมตร กรุข้างบ่อด้วยไม้แดง บ่อน้ำเก่าแก่ น้ำใส รสจืดสนิท และมีน้ำอยู่ตลอดปี ราษฎรส่วนมากใช้น้ำในบ่อนี้เป็นน้ำดื่ม และใช้เป็นน้ำอภิเษกของจังหวัดนครพนมมีอยู่เพียงแห่งเดียว สถานที่ประกอบพิธีน้ำอภิเษก คือ บ่อน้ำพระอินทร์บริเวณพระธาตุพนม

รูปภาพ[แก้]

ติดต่อวัดพระธาตุพนม[แก้]

ที่อยู่ : วัดพระธาตุพนม 183/13 ถนนชยางกูร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม 4 8 1 1 0

เว็บไซต์ : www.watthat.com , www.songnkp.com , www.songnkp.info

เบอร์ติดต่อ(พระภิกษุ) : 08 2843 3340 , 0 4252 5026

โทรสาร : 0 4252 5026